กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้ บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ ให้คำแนะนำในการปฏิบัติกรรมฐาน แนะนำการสวดมนต์ที่ถูกต้อง


ข่าวประกาศ โดย บ้านโลกทิพย์

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
61
เกษา นักบุญยาจก / คุณยายตวง
« กระทู้ล่าสุด โดย เกษา นักบุญยาจก เมื่อ พฤษภาคม 29, 2016, 07:59:58 PM »


29 พฤษภาคม ค.ศ. 2016


.. คุณยายตวง..
เรื่องราวที่จะเขียนต่อไปนี้เป็นเรื่องราวที่รู้ได้เฉพาะตนเท่านั้น เป็นเพียงปัตจัตตังขอให้อ่านเพื่อความบันเทิง

.. คุณยายตวงเป็นคนที่ชอบเข้าวัดฟังธรรม และชอบปฎิบัติกรรมฐานมาก คุณยายใช้ชีวิตปกติของผู้สูงวัย ที่วันพระเข้าวัด วันธรรมดา ทำไร่ทำสวนแบบพอเพียง คุณยายตวงมีลูกหลายคน และแต่ละคนก็มีฐานะที่ดีเป็นบุคคลที่ดีทั้งหมด คุณยายตวงสอนลูกหลานให้ทำกิจวัตรประจำวันด้วยการสวดมนต์ไหว้พระ ทุกเช้าและเย็น ลูกๆหลานๆของคุณยายตวงก็ทำตามทุกคนเมื่อถึงวาระของคุณยายตวงหมดอายุขัย คุณยายตวงก็ไปแบบไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด ไปแบบสงบคือหลับไปแบบนิ่งๆนั้นเอง
เพราะกุศลผลบุญที่คุณยายตวงได้กระทำและปฎิบัติตนเอง  จึงทำให้คุณยายตวงเสวยบุญในภพภูมิของเทวดา ลูกๆหลานๆของคุณยายตวงเคารพบูชาคุณยายตวงมากเพราะคุณยายเปรียบเสมือนครูผู้สอนเรื่องการปฎิบัติธรรม ทุกปีเมื่อถึงวันครบรอบวันตายของคุณยาย ลูกๆหลานๆจะนิมนต์พระมาทำบุญที่บ้านคุณยาย และเปิดฝึกกรรมฐาน
ลูกๆหลานๆเชื่อว่าคุณยายนั้นยังคงดูแลช่วยเหลือทุกคนในบ้านอยู่ เพราะบ่อยครั้งที่จะเกิดเรื่อง จะได้ยินเสียงหรือฝันถึงคุณยายในชุดขาวมาบอกเล่าเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นเสมอๆ
แต่ทุกคนในบ้านไม่คิดว่าคุณยายนั้นเป็นสัมพเวสี แต่ทุกคนคิดเสมอๆว่าคุณยายนั้นคือเทวดาประจำครอบครัว หรือผู้คอยดูแลลูกหลานนั้นเอง ทุกคนจะทำภาระกิจตามที่คุณยายเคยสอนเสมอๆ เหมือนครั้งที่คุณยายมีชีวิตอยู่ การสวดมนต์แผ่เมตตาให้กับต้นตระกูล และปู่ย่า ตายายก็เช่นกัน หลังจากนั้นเรื่อยมา ครอบครัว ลูกๆหลานๆของคุณยายตวงก็ทำกิจกรรมแบบนี้ทุกครั้ง เป็นเหมือนประเพณีของคนในครองครัวการสั่งและสอนให้คนในครอบครัวนั้น ปฎิบัติธรรม และระลึกถึงบรรพบุรุษของตนเอง
แล้วมันก็คือเรื่องจริงที่คุณยายตวงนั้นคือเทวดาคอยปกป้องลูกๆหลานๆ ไม่ใช่สัมพเวสีแต่อย่างใด บางคนเข้าใจว่า เทวดานั้นอยู่ๆก็มาอยู่กับเราช่วยเรา จริงๆแล้วเทวดาแต่ละองค์นั้นก็คือญาติพี่น้อง หรือคนที่เราเคยช่วยเหลือเค้าไว้แล้วเค้ากลับมาตอบแทนคุณนั้นเอง
ยิ่งการแผ่เมตตาให้กับผู้ที่คอยติดตามเรานั้นบ่อยๆได้เท่าไร เค้าก็จะมีแรง มีกำลังคอยช่วย คอยเตือนสติเรา หรือที่เรียกว่า มีเหตุจูงใจนั้นเอง
เรื่องราวของคุณยายตวงนั้นก็เช่นกัน บอกได้ชัดเจน แยกได้ชัดเจนว่า บุคคลใดคือสัมพเวสี หรือบุคคลใดคือเทวดา และเทวดานั้นมาจากที่ไหน และจะมีกำลังได้อย่างไร
ขออนุโมทนากับทุกท่าน และขอให้ทุกท่านนั้นสวดมนต์แผ่เมตตาให้กับบรรพบุรุษของตนเอง และเทวดาประจำตัวหรือผู้ที่คอยติดตามเรานะคะ
... อนุโมทนาคะ...
62
เรื่องเล่าธรรมทาน / Re: ธรรมะลดทิฐฐิในใจได้
« กระทู้ล่าสุด โดย เกษา นักบุญยาจก เมื่อ พฤษภาคม 29, 2016, 01:19:00 PM »
อนุโมทนาคะ
63
เรื่องเล่าธรรมทาน / ธรรมะลดทิฐฐิในใจได้
« กระทู้ล่าสุด โดย วริศรา บุนนาค เมื่อ พฤษภาคม 26, 2016, 02:08:23 PM »
สวัสดีเพื่อนๆบ้านโลกทิพย์ค่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่ลงเรื่องราวส่วนตัวเพราะอยากให้เป็นธรรมทานค่ะ วันนี้อยากเล่าเรื่องทิฐฐิที่มีต่อแม่ตัวเองค่ะ คุณพ่อและคุณแม่กวางเลิกรากันและได้ทิ้งกวางไว้ตั้งแต่อายุ 3เดือนค่ะ ญาติทั้ง2ฝ่ายก็ไม่มีใครอยากรับเลี้ยงเนื่องจากต่างฝ่ายต่างเกลียดกันโดยเฉพาะย่าแท้ๆเกลียดกวางมาก จนพี่เลี้ยงของย่าแท้ๆกวางชื่อ คุณย่าสงวน อดสงสารไม่ไหวจึงรับกวางมาเลี้ยงไว้เอง สงเสียเลี้ยงดูอย่างดีจนจบปริญญาตรี ซึ่งคุณพ่อไม่ต้องพูดถึงหายไปเลยค่ะ ส่วนคุณแม่มีบ้างที่นานๆจะมาหาเพราะคุณย่าสงวนดุให้ว่าทำไมไม่มาหาลูกบ้างจึงมา จนโตมาช่วงหนึ่งกวางอยู่ม.3 หรือ ม.4 นี่แหละค่ะไม่แน่ใจ คุณแม่ได้คลอดน้องที่เกิดกับสามีคนปัจจุบันมา  กวางดีใจมากค่ะรีบไปดูน้อง กลับจากโรงเรียนจะรีบไปหาไปเล่นกับน้องทุกวันเลย เพราะโรงเรียนอยู่ไม่ห่างจากคอนโดที่แม่พักอยู่มากนัก จนวันนึงแม่ของสามีใหม่เค้ามาเยี่ยมหลานที่คอนโด มาหลังกวางไม่นาน เค้าถามว่าเด็กคนนี้ใคร คุณแม่กลับตอบว่า "หลาน" มาเยี่ยมกำลังจะกลับแล้วและไล่กวางกลับบ้านทันที จากเดิมที่มีความโกรธอยู่แล้ว ก็รู้สึกเสียใจและโกรธมากขึ้น หลังจากนั้นโทรหาก็ไม่อยากจะคุยด้วยถามว่าโทรมาทำไมมีธุระอะไร กวางเลยตัดสินใจยุติความพยายามเจอคุณแม่อีกเลย จนกวางเรียนจบได้1ปี คุณย่าสงวนก็เสียชีวิตลง ไม่สามารถติดต่อคุณแม่ได้เพราะไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน จึงโทรไปบอกข่าวกับยายที่ต่างจังหวัดไว้ จนจบงานศพคุณแม่ก็ไม่มาคุณพ่อก็ไม่มา ทำให้ยิ่งโกรธมากขึ้นอีก เมื่อกวางมีครอบครัวมีลูกกวางรักลูกมากก็ยิ่งโกรธบุพการีมากขึ้นเพราะไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ต้องทำกับเราแบบนี้ จนลูกสาวอายุ 4 ขวบ ทราบข่าวว่าคุณแม่กับน้องไปอยู่กับยายที่ต่างจังหวัดจึงชวนสามีและพาลูกไป แต่กลับไม่มีอะไรดีขึ้นเลย กวางจึงพูดกับสามีในรถขณะเดินทางกลับว่า คงไม่มาอีกแล้วล่ะ แม่ตายเมื่อไหร่ค่อยมางานศพเอา หลังจากนั้นมาไม่นานก็ได้รู้จักบ้านโลกทิพย์ และเริ่มสวดมนต์ตามที่คุณหนิงแนะนำไว้ และคอยตามฟังรายการ "คลิกใจให้ธรรม","ยูทูปแม่ชีใหญ่","ยูทูปหลวงพ่อปราโมทย์" ตามทางที่คุณหนิงแนะนำ และได้มีโอกาสไปร่วมอบรมธรรมะ เหมือนมีอะไรไม่รู้ทำให้รู้สึกว่าต้องขออโหสิกรรมแม่ มันเป็นเรื่องยากมากสำหรับกวางเพราะใจมันไม่อิน มันเหมือนถ้าทำเราจะเป็นคนแพ้ทั้งๆที่ไม่ได้ผิดอะไร แต่อะไรก็ไม่รู้อีกทำให้กดโทรศัพท์ไปหาคุณแม่ ใจเต้นแรงมากเพราะไม่ได้คุยดีแน่นอน แต่ทุกอย่างกลับพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยค่ะ คุณแม่คุยด้วยดีมากถามไถ่ถึงหลานอีก บอกว่าสิ้นเดือนนี้จะไป กทม. กวางบ้านอยู่ไหนเสร็จธุระแล้วจะแวะไปหา พอพูดจบปุ๊บภาพการขอขมาในบ้านมันเข้ามาในหัวเลยค่ะ โชคดีอะไรอย่างนี้คุยด้วยดีแถมยังจะมาให้ขอขมาถึงบ้านอีก มันอิ่มใจมันพองยังไงบอกไม่ถูกค่ะ ไม่คิดว่าทิฐฐิที่เราสะสมมาเป็นสิบกว่าปีนี้จะหายไปได้เพียงแค่การสวดมนต์นั่งสมาธิง่ายๆที่บ้านเอง เรื่องนี้มันทำให้กวางรู้ว่าความโกรธ ความจะเอาชนะมันมีน้ำหนักนะ แบกไว้มาตั้งสิบกว่าปีมันไม่ได้ทำลายใครเลย มันทำลายเราเองนี่แหละ พอวางความโกรธ ความเอาชนะลงได้ เหมือนตัวมันเบาขึ้นนะคะ สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณอาจารย์หนิง ทีมงานบ้านโลกทิพย์ ทีมงานคลิกใจให้ธรรม และกัลยาณมิตรทุกท่านมากค่ะ หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นธรรมทานอีกเรื่องหนึ่งที่มีประโยชน์ในบ้านโลกทิพย์นะคะ ผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
64
เกษา นักบุญยาจก / อยากรวย
« กระทู้ล่าสุด โดย เอ็มเจ เมื่อ พฤษภาคม 24, 2016, 10:56:42 AM »
20 พฤษภาคม ค.ศ. 2016

.อยากรวย...
เรื่องราวที่จะเขียนต่อไปนี้ เป็นเพียงปัตจัตตังเท่านั้น ขอให้อ่านเพื่อความบันเทิง
.. ทำอย่างไรจะรวย??..
สาเชื่อว่าหลายๆคนนั้นก็ตั้งคำถามแบบนี้ในหัวเสมอ และสาเองก็เช่นกันคะ สาเองก็คนปกติธรรมดาที่ยังต้องมีปัจจัย 4 เป็นตัวดำเนินชีวิต แต่เราเลือกที่จะมีปัจจัย แบบจำกัดได้
เอ๋??? แบบไหนกันนะ
เรามาทำความเข้าใจไปพร้อมๆกับหลักคำสอนของพระไปด้วยเลยดีกว่าคะ
มีหลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่อง ของมงคล เรียกทรัพย์ บทสวดเรียกทรัพย์ ตุ๊กตาเรียกทรัพย์ อะไรทำนองนี้ มีจริงเหรอ ได้มาแล้วรวยจริงรึไม่ เรามาทำความเข้าใจพร้อมๆกันที่ละขั้นตอนกันคะ
คนมีบุญ มีวาสนา ถูกหวยรวยเบอร์ ทำมาค้าขึ้นร่ำรวย!!!
... จริงๆแล้วเรื่องบุญเก่านั้นสาก็เคยเขียนไว้ในบทความก่อนๆนะคะว่าบุญนั่นเปรียบเสมือนแสตมป์เซเว้น ที่สะสมเต็มไว้แลกสิ่งของ ยิ่งแต้มเยอะยิ่งได้ของชิ้นใหญ่
คราวนี้บุญที่เราสะสมมาแต่ละชาติ ยิ่งสะสมมาก ความโชคดีจากลาภลอยที่ได้มาจากบุญครั้งเก่าๆของเรานั้นก็จะแสดงผลออกมาตามที่เราขอ หรือที่เราไปอธิฐานตามสถานที่ต่างๆนั้นเองคะ ใครสร้างบุญ สะสมบุญไว้แล้วไม่ได้เบิก ไม่ได้ขอ ก็จะสะสมยกยอด ทบยอดบุญไปเรื่อยๆนั้นเองคะ อันนี้แหระที่เรียกว่าบุญเก่าที่เค้ามีกันนั้นเอง ความบังเอิญไม่มีในโลกแน่นอนคะ
ของมงคลเรียกทรัพย์ ใช้ได้จริง มีจริงรึไม่??
อันนี้ก็อารมณ์คล้ายกันกับบุญที่สะสมคะ ของมงคลบางชนิดได้พระผู้มีจิตเมตตาที่เข้มข้น มากระตุ้นบุญที่คนครอบครอง ให้ใฝ่ทำดีเสริมเพิ่มเติม ก็สามารถ เบิกเรียกบุญเก่าออกมาได้เร็วเช่นกันคะ
พระคาถาเรียกทรัพย์???
... อันนี้ถ้าถามสาว่าจริงรึไม่ สาก็ว่าจริง จริงตรงที่ตัวเรานั้นมีสติ จากการสวดบทพระคาถาให้เกิดความมงคลในจิตมากขึ้น พระท่านกล่าวว่าการสวดมนต์ ภาวนาเป็นการฝึกจิตตนเองอย่างหนึ่ง ยิ่งฝึกยิ่งรู้ตนเอง การรู้ตนเองนั้น เราจะมีการระงับ ยับยั้งชั่งใจได้ว่าสิ่งไหนสมควรจ่าย สิ่งไหนไม่สมควรจ่ายนั้นเอง เพราะเราทุกคนมีกิเลส ยิ่งเห็นสิ่งที่ชอบ สวยถูกใจ ก็จะตามใจตนเอง โดยไม่ระงับ และชั่งใจก่อนว่า เอามาแล้วจะได้ใช้หรือไม่ หรือเมื่อเอามาแล้วผลสุดท้ายเราจะต้องมีอะไรตามมา หรือจะลำบากภายหน้าหรือเปล่า นั้นคือเหตุผลคะ
แล้วจะทำอย่างไรดีละให้มีเงินเยอะๆ????
... จริงๆหลักของการฝึกของพุทธจิต และด้านความเป็นจริงนั้น ใช้ด้วยกันได้นะคะ ใช้ได้อย่างไรละ???
... พระท่านสอนว่า ให้มีสติ ทุกครั้งก่อนจะทำอะไร ก็ตาม!!!
ในชีวิตคนเรานั้นตามใจกิเลสมากมาย และไม่มีการปล่อยวาง ยังคงไม่พอในชีวิต และไม่คิดที่จะสร้างสิ่งใหม่ๆ ไม่มีความอดทนและอดกลั่น
เพราะตามใจกิเลส จึงไม่เหลืออะไร!!!
ด้วยเรานั้นไม่มีการระลึก ถึงสิ่งที่จะต้องใช้ หรือความจำเป็นในชีวิตนั้นเอง ส่วนมากเราทุกคนจะจับจ่ายใช้สอยด้วยกิเลสที่ตนเองอยากได้ และยังไม่เคยพอนั้นเองคะ หากเรานั้นมีสติระลึกก่อนทุกครั้งที่จะจับจ่าย หรือวางแผนก่อนที่จะจับจ่ายนั้น เราก็จะได้สิ่งที่เราจำเป็น ส่วนที่ไม่จำเป็นก็จะเป็นจำนวนเงินที่เหลือเก็บหรือไว้ใช้อย่างอื่นในอนาคตที่จะถึงนั้นเองคะ
คิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆเพิ่มเติมรายได้!!!
ผู้ที่มีปัญญา และความอดทนนั้น จะมีสติคิดสร้างสรรค์ สิ่งของบางสิ่ง หรือช่องทางบางอย่างเพื่อเสริมรายได้ของตนเองขึ้นมา เงินจากเล็กๆสะสมจนมาเป็นก้อนใหญ่ได้ด้วยสติ และปัญญา ความอดทน และอดกลั่นนั้นเองคะ
... นี้คือหลักจริงๆ ที่เกิดขึ้นจริงๆ หลายคนอาจมองข้ามผ่าน แต่พยามมองหาสิ่งที่สบายกว่าเช่นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ลืมนึกถึงหลักของความเป็นจริงไป ว่ามันคืออะไรนั้นเองคะ
เปิดใจ เข้าใจ และมองดูรอบๆ เราจะเห็นสิ่งรอบข้างได้ชัดเจนขึ้นคะ
ขอเสริมอีกข้อ
.. ท่านที่เข้าปฎิบัติธรรม แล้วมีลาภศักดิ์การะนั้นหากท่านผู้นั่นถือหลักด้วยความเมตตา และปฎิบัติ ท่านจะปล่อยและละวางลงถึงความจำเป็นพวกนี้ได้คะ ท่านจะเลือกแต่สิ่งที่ท่านจำเป็นเท่านั้น เพราะฉนั่นใครหลายๆคนที่เห็นว่าบางคนเข้าวัด ถือศีลแล้วรวย อันนี้อยู่ที่บุญเก่า และจากการปฎิบัติแล้วปล่อยวางลงซึ้งทุกข์ จากความอยากได้ อยากมีนั้นเองคะ
ขอให้ทุกท่าน
... แจ่มใส เบิกบาน กันนะคะ...
อนุโมทนาคะ

แอดมินเกษา
65
ห้อง Admin / ปล่อยชีวิตปลา และสัตว์น้ำ สู่วารี 30,000 กว่าชีวิต”
« กระทู้ล่าสุด โดย smfjusthost เมื่อ พฤษภาคม 23, 2016, 08:32:09 PM »
ปล่อยชีวิตปลา และสัตว์น้ำ สู่วารี 30,000 กว่าชีวิต”

เนื่องด้วยสถานธรรมไท่ทง ส่งเสริมให้ทุกคนในสังคมได้ศึกษา บำเพ็ญ ปฎิบัติธรรม มีจิตเมตตา  ช่วยเหลือผู้อื่น เพื่อครอบครัวเข้มแข็ง  สังคมสงบสุข  ประเทศชาติร่มเย็น และโลกเป็นเอกภาพ  ในปีนี้ ทางสถานธรรม ได้จัดงาน “ปล่อยชีวิตปลา และสัตว์น้ำ สู่วารี”

จึงขอเชิญชวน สาธุชนผู้ใจบุญ ร่วมไถ่ชีวิตปลา (ปลากระดี่, ปลาตะเพียน, ปลานวลจันทร์, ปลานิล, ปลาหมอ เป็นต้น) และสัตว์น้ำอื่นๆ กว่า 30,000 ชีวิต ในเนื้อที่ 4 ไร่กว่า เลี้ยงถึงวันปล่อยอายุ 11 เดือน   จากบ่อปลาของ คุณเทิดทูน และ คุณสังวาล   ณ คลองจินดา  บ้านตากแดด  (ทางไปบ้านแพ้ว)  นครปฐม
66
ฟรี !!!"""!!  ของดีแดนใต้ ท่านสร้างแจกไว้เมื่อปี 2530.
ลูกอมชาน + หมากรูปภาพ (ตอกโค๊ด) พ่อท่านมุ่ย วัดป่าระกำเหนือ เมืองนครศรีธรรมราช... ลูกอมชานหมาก ผสมผงปถมัง พ่อท่านมุ่ย วัดป่าระกำเหนือ เมืองนครศรีธรรมราช ผู้สร้างพระปิดตาน้ำนมควาย อันเรื่องลือ ของทางภาคใต้ และเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ท่านขุนพันธ์ ให้ความนับถือเป็นอย่างมาก รวมถึงฝากตัวเป็นศิษย์... ลูกอมชานหมากนี้ มีส่วนผสมของหมากอ่อนและใบพลู รวมถึง ผงปถมังที่ท่านเขียน ซึ่งหมากทุกคำ พลูทุกใบพ่อท่านได้อธิฐานจิต ลงอักขระเสกคาถากำกับอย่างพิถีพิถันตาม ตำรา ทุกขั้นตอน... ลูกอมชานหมากนี้มีคุณยิ่งนัก ๑๔ ประการ... ๑.เมตตามหานิยม ๒.มหาลาภ ๓.กันภยันตรายและอุปัทวเหตุ ๔.กันโจรผู้ร้าย ๕.ปราบศัตรู ๖.ใช้ทางอำนาจ ๗.ใช้ทางคลาดแคล้ว ๘.ใช้ทางฉะหัง มนุษย์หรือสัตว์ทำร้ายไม่ถึงตัว ๙.เพชรหลีก (ขว้างไม่ถูก) ๑๐.ทางคงกะพัน ๑๑.ใช้ทางกันคนผีเข้า ๑๒.แก้ถูกคุณไสย์ ๑๓.แก้ผู้หญิงคลอดยาก ๑๔.แก้ไข้ป่า ก้างขวางคอ พิษสัตว์ กัดต่อย

3ท่านเท่านั้น ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายครับ
083-775-7879  หัสดิน
67
เกษา นักบุญยาจก / เปรต... ได้กลับมาเกิด
« กระทู้ล่าสุด โดย เกษา นักบุญยาจก เมื่อ พฤษภาคม 12, 2016, 05:10:04 PM »


12 พฤษภาคม ค.ศ. 2016


..เปรต.. ได้กลับมาเกิด..
เรื่องราวที่จะเขียนต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยความรู้เฉพาะตนเท่านั้น เป็นเพียงปัตจัตตังขอให้อ่านเพื่อความบันเทิง

..เปรต.. ได้กลับมาเกิด..
ขออนุโมทนากับครอบครัวพี่ท่านหนึ่งได้อนุญาตให้สาได้นำเรื่องราวนี้มาเขียนเพื่อเป็นธรรมทานแก่หลายๆคนได้อ่าน ได้คิดตามคะ ขอให้กุศลในครั้งนี้ส่งผลให้ครอบครัวของพี่เค้ามีแต่ความเจริญในทุกๆด้านคะ สาธุ สาธุ สาธุ
.. เปรต..  หลายๆคนอาจเข้าใจว่าเปรตนั้นเป็นต้นกรรมของผู้ที่มีนิสัยและสันดารที่หยาบช้า  ชั่วช้าเท่านั้น แต่จริงๆแล้วผู้ที่สมรู้ร่วมคิดแต่ไม่ได้ลงมือกระทำในกรรมอันชั่วช้านั้นก็พลอยได้รับกรรมและเป็นเปรตได้นะคะ พระท่านถึงได้สอนเสมอๆว่า
" ให้สำรวมกรรมไว้ที่กาย ไว้ที่วาจา ไว้ที่ใจ "
เรื่องราวนี้ก็เช่นกันคะ พี่เค้ามีลูกชายอยู่คนหนึ่งที่เพิ่งผ่านวินาทีชีวิตมาได้ ด้วยการป่วยแบบไร้สาเหตุต้องอยู่ในห้อง icu นานนับหลายวัน และมีสภาวะหัวใจหยุดเต้นหลายหน
ด้วยก่อนหน้าที่น้องเค้าจะป่วย ได้ไปเที่ยวเล่นสถานที่แห้งหนึ่งแล้วกลับมาบ้านล้มป่วย ได้เอ่ยปากบอกแม่เรื่องเห็นเปรตจะกินเค้า หลังจากนั้นก็เค้าโรงพยาบาลแบบอาการทรุดลงๆ
สาจึงขออนุญาตตรวจดูจึงรู้ว่า
.... เมื่อสมัยก่อน เปรตตนที่มาหาน้องนั้นเคยเป็นเพื่อนกัน และน้องนั้นเคยเป็นเปรตมาก่อน    ได้คิดจะขโมยของและฆ่ามาก่อน แต่ตัวของน้องเองไม่ได้เป็นคนต้นคิดและไม่ได้ลงมือกระทำแต่เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดหรือผู้ดู ช่วยให้กระทำจนสำเร็จนั้นเอง กรรมคือกรรม ไม่มีทางที่จะพลิคหรือแก้ไขได้เมื่อเค้าทั้งคู่ตายลงจึงได้มาเป็นเปรตในสถานที่นั้น
หลังจากที่พี่เค้าจะท้องน้อง ได้ไปที่สถานที่นั้นพอดี เหมือนที่สาเคยบอกเอาไว้เรื่องกรรมร่วม
 " เมื่อสถานที่พร้อม เวลาพร้อม คนพร้อม กรรมที่เคยร่วมจึงเริ่มดำเนินขึ้น" 

พี่เค้าได้มีกรรมร่วมกันมาก่อนกับน้องและด้วยกรรมที่ยังไม่หนักเท่าเปรตตนที่ทั้งต้นคิดและกระทำจึงส่งผลให้ได้มาเกิดในท้องของพี่เค้า
... คนเฒ่าคนแก่สมัยโบราณ มักจะสอนให้หมั่นสร้างกุศลเมื่อยามมีลูกในท้อง เพื่อจะได้เด็กที่มีบุญมาเกิดใช่มั้ยคะ และมันได้ผลจริงคะ เมื่อยามที่พี่เค้าตั้งท้องนั้นได้ทำบุญใหญ่ๆเยอะ จึงส่งผลให้พี่เค้า และเด็กในท้องพ้นอันตรายมาหลายครั้ง เพราะเปรตอีกตนที่ไม่สามารถมาเกิดได้
ด้วยบุญ และบารมีของผู้เป็นแม่ย่อมคุ้มครองคนที่เป็นลูกได้เสมอๆแต่ด้วยบุญนั้นอาจจะน้อยจนสู้วิบากของกรรมไม่ได้ เมื่อน้องได้อายุขัยที่กำหนด และจิตอาฆาตของเปรตที่ตามมาด้วย น้องจึงล้มป่วยลง ร่างกายของน้องที่ป่วยหนักแห้งเหมือนท่อนไม้ หัวใจหยุดเต้นหลายครั้ง
อย่างที่สาเคยบอก บุญและบารมีของผู้เป็นแม่นั้นสามารถที่จะช่วยลูกของตนเองเสมอ น้องจึงรอดมาได้แต่ไม่100% คะ แต่สาก็คอยแนะนำเรื่องพากันทำบุญให้สม่ำเสมอ
มีมากแบ่งบ้าง มีน้อยทำน้อย คอยทำตามกำลัง สอนกัน บอกกันเรื่องเมตตา และการเกรงกลัวต่อบาปกรรม ทุกวันนี้อาการน้องดีขึ้นตามลำดับใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ แต่ต้องคอยระวังบ้าง ในบางเรื่อง
กรรมมันซับซ้อนนะคะ และกรรมใช่ว่าเราจะลงมือทำแล้วได้กรรมมาแค่อย่างเดียว แค่คิดร่วมก็ติดกรรมเช่นกันนะคะ หากใครยังไม่ทันตนเอง ก็เหมือนสร้างก้อนเนื้อร้ายไว้ในตนเองแบบไม่รู้เลยละคะ บางคนรู้ทัน แต่ไม่กระทำให้หาย หรือฝึกตนเองใหม่ก็มี บางคนรู้ตนแล้วพยามปฎิบัติให้ดี ตัดให้ขาดอันนี้หนทางหลุดกรรมทางใจ มีแน่นอนคะ
ขออนุโมทนากับทุกท่านนะคะ ท่องไว้เสมอๆเวลาทำอะไรก็ตามว่า

" สำรวมกรรมที่กาย สำรวมกรรมที่วาจา สำรวมกรรมที่ใจ"

    .... อนุโมทนาคะ...
69

"ดีบัว" คือ ต้นอ่อนในเมล็ดบัวหลวง ดีบัวสีเขียวสด ไม่มีกลิ่น รสขม สรรพคุณในตำรายาไทยใช้ดีบัว 2-5 กรัมชงดื่มต่างน้ำชา แก้อาการหงุดหงิด นอนไม่หลับ การติดเชื้อในช่องปาก ลดความดันโลหิต ช่วยขยายเส้นเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ กรณีเส้นเลือดตีบ แก้กระหายน้ำ แก้กระหายหลังอาเจียนเป็นโลหิต แก้น้ำกามเคลื่อนขณะหลับ(ฝันเปียก)

สำหรับการศึกษาทางเภสัชวิทยาแยกเป็นฤทธิ์ต่อหัวใจและความดันโลหิต สารสกัดด้วยน้ำจากดีบัวมีฤทธิ์ลดความดันโลหิต มีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเรียบ มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ต้านการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ โดยมีผลต่อการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ขณะที่ฤทธิ์ต้านจุลชีพ

ทั้งนี้ ภาวะหัวใจขาดเลือดคือ อาการเจ็บหน้าอก ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อหัวใจได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ โดยทั่วไปอาการนี้มีสาเหตุจากการมีไขมันไปเกาะตามผนังหลอดเลือดหัวใจใน ปริมาณมาก ทำให้การไหลผ่านของเลือดลดน้อยลง เกิดการขัดขวางการได้รับสารอาหารและออกซิเจนของกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งเป็นผลให้เกิดอาการแน่นหน้าอกขึ้นได้ อาการดังกล่าวอาจเกิดมากขึ้นเมื่อหัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้นและต้องการเลือด ในการไหลเวียนมากขึ้น เช่น การทำกิจกรรมต่างๆ หรือภาวะความเครียดทางอารมณ์ ซึ่งถือเป็นอาการเด่นๆ ของโรคหัวใจขาดเลือด อันเป็นโรคที่สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความวุ่นวายของสภาพสังคมเมืองในปัจจุบัน


ประโยชน์ของดีบัวโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับหัวใจ พบว่ามีฤทธิ์บำรุงหัวใจ ขยายหลอดเลือดหัวใจ เพิ่มการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ มีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ อาจสามารถเป็นสมุนไพรทางเลือกสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจได้   

ขอขอบคุณข้อมูลจาก 'เม็ดบัวอบกรอบ มาย' : http://mailotusseeds.com/index.aspx?pid=c4c04adf-0576-4456-9426-a07611d191a3&ctid=c761f174-0b8f-4645-8f93-34aaa0fc0ede
70
เกษา นักบุญยาจก / เปรตกลับใจ
« กระทู้ล่าสุด โดย เกษา นักบุญยาจก เมื่อ พฤษภาคม 08, 2016, 03:43:59 AM »

7 พฤษภาคม ค.ศ. 2016


เปรตกลับใจ
เรื่องราวที่จะเขียนต่อไปนี้เป็นปัตจัตตัง รู้ได้เฉพาะตน ขอให้อ่านเพื่อความบันเทิง

... เปรตกลับใจ...
ครั้งหนึ่ง กับพระธุดงค์ท่านหนึ่งที่เดินปลีกวิเวกในป่า ช่วงกลางดึกของการภาวนาของท่าน เสียงหวีดร้อง กลิ่นที่เหม็นสาปโชยมาเป็นระยะๆ แต่ด้วยท่านเป็นพระวิปัสสนา จึงพิจารณากลิ่นและเสียงให้เกิดธรรม แล้วแผ่เมตตา
เช้าวันรุ่งขึ้น มีชาวบ้านใกล้เคียงที่รู้ว่ามีพระธุดงค์ มาปักกลดอยู่ใกล้ๆหมู่บ้าน จึงมีชาวบ้านบางส่วนมาร่วมทำบุญกับพระธุดงค์ท่านนี้ มีชาวบ้านคนหนึ่งถามท่านว่า
" พระคุณเจ้า นิมนต์เข้าไปจำวัดในหมู่บ้านเถอะ แถวนี้ไม่ค่อยปลอดภัยแถมผีเปรตเยอะด้วย "  ชาวบ้านคนหนึ่งได้พนมมือแล้วกล่าวนิมนต์

"เจริญพร!!.. ขอบใจนะโยม อาตมาคงอยู่ที่สัก2-3 คืนก็จะไปต่อ อยู่ที่นี้ก็สงบดี "

หลังจากนั้นชาวบ้านก็ได้กราบลาพระธุดงค์ท่านนี้ แล้วพากันเข้าหมู่บ้าน
ตกกลางคืน เวลาเดิมที่ได้ยินเสียง และกลิ่นเหม็นสาป พระธุดงค์ท่านนี้ได้เกิดความสงสัยว่าผีตนนี้เป็นทุกข์อะไร จึงตั้งจิตอิฐาน ส่งบุญให้แล้วขอให้ผีตนนี้มาแจ้งให้ทราบว่ามีทุกข์อะไร และต้องการให้ช่วยอะไร หลังจากนั้นก็เห็นเป็นร่างผู้ชาย วัยรุ่นเนื้อตัวเน่าเปื่อย ปากแหว่ง เลือดไหลออก ตลอดเวลา ได้เข้ามากราบพระธุดงค์ ที่หน้ากลดของท่าน
พระธุดงค์ " มีเรื่องทุกข์ร้อนอะไรรึ ทำไมเจ้าถึงมีสภาพร่างกายเป็นแบบนี้ "

ผีเปรต" กราบนมัสการพระคุณเจ้า ช่วยผมด้วย ผมทรมานเหลือเกิน ช่วยผมให้หลุดจากความทรมานนี้ที "

พระธุดงค์" เจ้าไปทำอะไรมาละ"

ผีเปรต" เมื่อตอนที่ผมมีชีวิตอยู่ ผมเคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านถัดไปนี้เอง ผมเป็นลูกผู้ใหญ่บ้าน ในช่วงที่มีชีวิต ผมนึกเสมอว่าผมนั้นโชคดี เพราะมีแต่คนก้มหัวให้ อยากได้ หรือต้องการอะไรผมก็ทำ และไม่เคยผิด เพราะพ่อของผมจะคอยช่วยผมให้พ้นผิดเสมอไป  ทุกครั้งที่ทำผมจะอ้างพ่อของผม จากนั้นคนในหมู่บ้านจะไม่กล้า ฆ่า ข่มขืน ขโมยของ ผมมีลูกน้องหลายคน
ก่อนที่ผมจะตาย ผมได้มีแผนไปฉุดผู้หญิงอีกหมู่บ้านมาเพื่อข่มขืน แล้วผู้หญิงคิดหนีผมวิ่งไล่ตามมาท้ายหมู่บ้าน ทางมันมืดสะดุจล้มเข้าที่ตอแหลมแทงทะลุที่หัวใจ ตายในป่า พอผมรุ้สึกตัวอีกทีผมก็อยู่ที่นี้ ร่างกายผม ค่อยๆ แตกออกเหมือนคนบวม แล้วมันก็ปริ ปวดแสบปวดร้อนมาก เนื้อมันค่อยๆ หลุดล่อนออกมา เหมือนโดนไฟไหม้ อวัยวะเพศมันบวมจนเดินไม่ได้ ลำคอแห้งพาดหิวน้ำแต่กินไม่ได้ หิวเหลือเกินพระคุณเจ้า เจ็บปวดเหลือเกิน เมือก้าวเดิน เนื้อมันปริแตกออกเป็นเลือด มีกลิ่นเน่าออกทุกรูทวาร ทรมานเหลือเกิน ช่วยผมด้วย" 
ผีเปรตตนนี้พูดพร้อมน้ำเสียงโหยหวน ขอความช่วยเหลือจากพระธุดงค์

พระธุดงค์" เราก็ช่วยส่งบุญให้เจ้าได้เฉยๆ แต่กรรมของเจ้า เจ้าต้องชดใช้อยู่ เจ้าคงรู้ใช่มั้ยว่าเจ้าทำกรรมอะไรไว้ "
ผีเปรตก้มลงกราบพร้องเสียงเนื้อปริแตกออก น้ำเลือด น้ำหนองไหลออกมา ช่างน่าเวทนานัก
ผีเปรต" รู้ ครับ ผมรู้แล้วในตอนนี้ ถ้าผมรู้ว่าการทำแบบนั้นมันจะทำให้ผมในตอนนี้ทุกข์ทรมานขนาดนี้ ผมจะไม่ทำเลย ช่วยผมด้วย"
เสียงพูดพร้อมน้ำตาที่ออกมาจากความทรมานของเปตรตนนี้แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้กรรมที่ตนเองก่อไว้ลดลงไปได้เลย

พระธุดงค์" มนุษย์เรานั้นเมื่อยามมีลมหายใจ มักจะระเริงไปพร้อมกับกิเลสที่มายั่วยุ ความไม่รู้ของช่วงเวลา ความคะนอง จึงเกิดผลภายหลัง มันไม่เกิดเมื่อยามตนมีชีวิตอยู่ แต่หลังจากความตายไปแล้ว ผลนั้นได้ดำเนินได้ทันที เราคงหยุดกรรมเจ้าไม่ได้ ได้เพียงแผ่เมตตา ก็แค่บรรเทาได้ไม่นานนัก จงรับผลของกรรมที่เจ้าได้ทำมาอย่างมีสติเทิด และเราจะนำเรื่องราวของเจ้ามาเผยแพร่ เพื่อเป็นธรรมทานนำกุศลให้เจ้าหลุดพ้นในเร็ววันนะ"
ผีเปรตตนนั้นได้ยกมือกราบพระธุดงค์  แล้วหายไปในความมืด
......เปรตตนนี้เมื่อยามมีชีวิต ใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นที่เลวร้าย ทั้งฆ่าคนแแบบไม่กลัวบาป ปล้น ขืนใจ ทำบาปทุกชนิด ไม่คิดกลัวกรรม และไม่เคยเชื่อเรื่องกรรมความเกรงกลัวไม่มี
เพราะคิดเสมอถึงโลกแห่งความเป็นจริงที่ตนเองได้มีชีวิตอยู่ แต่ไม่คิดถึงโลกหลังจากนี้คือโลกแห่งความตาย คิดเพียงแค่ข้ามีลมหายใจอยู่ ข้าจะทำอะไรก็ได้ แต่ไม่คิดถึงผลที่จะตามมาตามหลังเลยแม้แต่น้อย ความน่าสะพรึงกลัวจึงได้เกิดขึ้นเมื่อเค้าได้หมดลมหายใจ
เปรตพวกนี้นับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้น น่าเวทนายิ่ง ทั้งน่าสยดสยอง  และน่ากลัว เพราะด้วยความทุกข์ทรมานจากกรรมที่ตนเองก่อไว้ ทำให้อยู่ในสภาพที่น่าเวทนา
เตือนสติ เตือนใจกันเอาไว้ให้ดีนะคะ กรรมนั้นถึงแม้มันจะไม่ส่งผลเมื่อยามคุณๆ ท่านๆมีชีวิตอยู่ เมื่อเมื่อท่านจบชีวิตเมื่อไหร่  ท่านจะได้รับผลนั้นอย่างเต็มเม็ด เต็มหน่วยแน่นอน

อนุโมทนาคะ
[/size]
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
สวดมนต์เป็นนิจ อธิษฐานจิตเป็นประจำ อโหสิกรรมก่อนค่อยแผ่เมตตา.


Banloktip.com ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20-เมษายน-2012 ..เพื่ออุทิศให้ คุณพ่อสำเร็จ ทิตาวงศ์