กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้ บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ ให้คำแนะนำในการปฏิบัติกรรมฐาน แนะนำการสวดมนต์ที่ถูกต้อง


ข่าวประกาศ โดย บ้านโลกทิพย์



มีปัญหาหรือข้อสงสัยใด ติดต่อสอบถามได้ที่ Webmaster 095-9607323 (เอ็มเจ)

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
61
ห้องพักคลายทุกข์ / Re: ทุกขเรื่องงานมากต้องเปลี่ยนงานบาอย
« กระทู้ล่าสุด โดย Consolez เมื่อ เมษายน 07, 2015, 12:01:31 PM »
ผมก็ทุกเหมือนกันครับทำงานบริษัทเกี่ยวกับ อยู่เหนื่อยมากๆหนี้สินก็เยอะ
62
ขอบคุนมากๆค่ะ
63
ขออนุญาตินำคำครูที่เคยเมตตาสอนผมมาเป็นคำตอบให้คุณนำไปพิจารณาครับ

".... หากเรามีสติปัญญาคุ้มครองตัว ... เราจะตั้งตัวรับสิ่งกระทบด้วยปัญญา คือ ยอมรับด้วยเข้าใจตามเป็นจริงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราเป็นมรดกของเราแล้วเราก็แก้ไขไป ใจที่ยอมรับสภาพความเป็นจริงของตัวเอง จะเกิดกำลังขึ้นมา เมื่อแก้ปัญหาไปจิตใจก็ค่อยพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เพราะปัญหาคือหินลับสติปัญญา ความทุกข์ที่บีบรัดใจให้รู้สึกหนักจนทนไม่ได้ ก็ค่อยรู้สึกเบาสบายขึ้น ถ้าไปวุ่นวายกับปัญหา ปัญหาก็ยิ่งมาผูกมัดรัดเรามากขึ้น แต่ถ้าเอาสติไปเพ่งดูปัญหา จะไม่มีปัญหาไหนที่ยุ่งยากจนเราแก้ไม่ได้"

สาธุ
64
ห้องพักคลายทุกข์ / ทุกขเรื่องงานมากต้องเปลี่ยนงานบาอย
« กระทู้ล่าสุด โดย ฐิติวรดา เมื่อ เมษายน 06, 2015, 06:37:57 AM »
ทุกข์เรื่องานมีแต่อุปสรรคทำงานที่ไหนไม่เคยยืนดิฉันทำงานมาแลัวทั้งหมด6ที่ปีนึงเปลี่ยนงานประมาณ2รอบไม่เคยทำที่ไหนได้นานสักทีเพราะทำที่ไหนก้อเจอแต่อุปสรรคขัดขวางตลอดจึงทำหัยภาระหนี้สินที่มีเพิ่มมากขึ้นมีเกณเสียเงินเสียทองตลอดจึงอยากขอความช่วยเหลือจากพี่ๆบ้านโลกทิพว่าควรจะทำยังไงดีปันหาที่เจออยู่ในตอนนี้มันคือผลของการที่ดิฉันทำผิดศีลข้อ3ด้วยรึป่าวของวิธีและแนวทางในการเริ่มต้นใหม่ค่ะ
65
เรื่องเล่าธรรมทาน / Re: พ่อป่วยเป็นมะเร็ง
« กระทู้ล่าสุด โดย Nida เมื่อ เมษายน 05, 2015, 04:47:13 PM »
ได้เลยจ๊ะ หมอ  dee
66
ห้องกรรม / Re: กรรมจากกาทำผิดศีลข้อ3
« กระทู้ล่าสุด โดย ฐิติวรดา เมื่อ เมษายน 05, 2015, 03:51:12 PM »
ค่ะดิฉันสำนึกผิดและรู้สึกมาตลอดแน่ทำมันไปแล้วไม่รุ้จัแก้ไขยังไงตอนนี้ก้อทำได้แค่สวดมนไหว้พระขออโหสิกรรมจากคนที่เราเคยทำและบอกกับตัวเองว่าจะไม่มีวันกลับไปทำตัวแบบนั้นอีกแม้จะหมดหนทางเลือกก้อจะไม่ทำเด้ดขาดตอนนี้เวรกรรมมันก้อสนองดิฉันจนทุกทรมานมากเจ็บปวดจัยทุกนาทีแต่ก้อยินดีน้อมรับกรรมอย่างเต็มจัยและยินดีค่ะ :huh:
67
เรื่องเล่าธรรมทาน / Re: พ่อป่วยเป็นมะเร็ง
« กระทู้ล่าสุด โดย หมอเจี๊ยบ เมื่อ เมษายน 05, 2015, 03:49:34 PM »
สาธุ สาธุ สาธุ

ท่านพี่น้องขออนุญาตินำไปเผยแพร่ในเฟสบุ๊คต่อนะจ๊ะ .... สาธุ
68
เรื่องเล่าธรรมทาน / Re: พ่อป่วยเป็นมะเร็ง
« กระทู้ล่าสุด โดย นิสาชล เมื่อ เมษายน 05, 2015, 10:41:51 AM »
ขออนุโมทนาสาธุในธรรมทานค่ะ
69
เรื่องเล่าธรรมทาน / พ่อป่วยเป็นมะเร็ง
« กระทู้ล่าสุด โดย Nida เมื่อ เมษายน 05, 2015, 04:04:17 AM »
เมื่อ 2อาทิตย์ที่แล้ว ได้ข่าวจากพ่อ ว่าพ่อเป็นมะเร็ง ได้รับข่าวเหมือนสมองจะสั่งงานช้า พ่อเป็นมะเร็ง ๆ ฮ้าา คิดไปต่างๆนาๆ  เป็นห่วงพ่อ และ อยู่ไกลกันเหลือเกิน อยากจะบินกลับเมืองไทยซะเดียวนั้นเลย เริ่มเรียกสติตัวเองคืนมา เออ.. พ่อเราอาจจะเป็นมะเร็งขั้นแรกก็ได้ รักษาหายนา
อีกอย่างที่กังวล คือ พ่อไม่ค่อยชอบทำบุญ คือ ทำอยู่แต่ทำแบบฉบับของท่าน  เราก็ได้แต่ช่วยเวลาเราทำบุญก็จะบอกตลอดให้พ่อโมทนาบุญด้วย หรือ ถ้าโอนเงินไปทำบุญต่างๆ ก็จะโอนเข้าบัญชีพ่อที่เมืองไทย แล้วพ่อจะโอนไปทำบุญให้อีกต่อนึง พ่อก็จะได้บุญกับเราไปด้วย(ความคิดเห็นส่วนตัว)
และแล้วก็มาอ่านเจอ ที่ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต ท่านได้ตอบคำถามญาติโยม ขออนุญาตินำมาลง เป็นธรรมทาน ....: ทำอย่างไรได้ ถ้าเขาไม่กินข้าวจะไปบังคับให้เขากินได้อย่างไร เขาไม่กินก็ไม่กิน บุญก็เหมือนข้าว เป็นข้าวของใจ ถ้ากินก็จะไปอย่างอิ่มไปอย่างสบาย ถ้าไม่กินก็ไปอย่างหิว เป็นเรื่องของนานาจิตตัง เป็นเรื่องของบัว ๔ เหล่า ไม่มีใครจะไปทำอะไรได้ แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ทำไม่ได้ ต้องเป็นไปตามบุญตามกรรม ทำได้อย่างเดียวก็คือทำใจ ทำใจให้เป็นอุเบกขา สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของของตน จะทำกรรมอันใดไว้ ดีหรือชั่ว จะต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น ไปห่วงใยไปวิตกกังวลก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ทำให้ทุกข์ใจไปเปล่าๆ ตอนนี้มีเวลาทำก็รีบทำ ไม่ต้องไปกังวลคนอื่น ตัวเรานั่นแหละที่น่ากังวล ยังต้องทำอีกมาก ไปกังวลเรื่องของคนอื่นทำไม ทำงานของเราให้เสร็จสรรพเรียบร้อยก่อน หลังจากนั้นจะไปช่วยใครก็ไม่เป็นปัญหาอะไร ช่วยได้ก็ช่วย ช่วยไม่ได้ก็ไม่ช่วย แต่จะไม่วิตกกังวล ไม่เดือดร้อนกับความทุกข์ของผู้อื่น ตอนนี้เรายังเดือดร้อนอยู่ เพราะยังตัดอุปาทานไม่ได้ ยังหลง ยังเห็นว่าเขาเป็นพ่อเป็นแม่เป็นพี่เป็นน้องของเราอยู่ พอเป็นของเรา ก็จะยึดติด อยากจะให้เขาสุข อยากจะให้เขาเจริญ อยากจะให้เขาดี โดยไม่มองความจริงว่า เป็นอนิจจังทุกขังอนัตตาเลย

ถ้าพิจารณาอนิจจังทุกขังอนัตตาอยู่เรื่อยๆ ก็จะไม่มีความอยากให้เป็นอย่างอื่น เวลาเขาเจ็บก็เป็นเรื่องของเขา เวลาเขาตายก็เป็นเรื่องของเขา เป็นเรื่องธรรมดา ที่จะต้องเกิดขึ้นกับทุกๆคน เกิดขึ้นกับตัวเราเองด้วย ถ้ายังไม่พร้อมที่จะรับกับความแก่ความเจ็บความตายของเขา จะรับกับความแก่ความเจ็บความตายของเราได้อย่างไร ของเรายิ่งรักยิ่งสงวนยิ่งกว่าของผู้อื่น ควรเป็นคติเตือนใจว่าตอนนี้ปัญญาของเราอ่อนมาก ขาดการศึกษาการปฏิบัติมาก จึงควรที่ทุ่มเทให้กับการศึกษาการปฏิบัติ ดีกว่าไปกังวลกับเรื่องของคนอื่น คนอื่นเราก็ดูแลไปตามหน้าที่ หาหมอหายาหาอาหารช่วยเขาไป ถ้าเขาทำไม่ได้ เท่านั้นก็พอแล้ว ทำเต็มที่แล้ว รีบทำประโยชน์ของเราก่อน สร้างปัญญาให้เกิด ให้เห็นอนิจจังทุกขังอนัตตาตลอดเวลา นี่คือดวงตาเห็นธรรม เห็นอนิจจังทุกขังอนัตตา ถ้าเห็นความจริงแล้วจะไปฝืนได้อย่างไร จะไปอยากไม่ให้แก่ไม่ให้เจ็บไม่ให้ตายได้อย่างไร ก็เหมือนกับรู้ว่าถ้าเอาค้อนมาทุบศีรษะก็ต้องเจ็บ เวลาอยากไม่ให้แก่ไม่ให้เจ็บไม่ให้ตายนี้ ก็เหมือนเอาค้อนมาทุบศีรษะของเรา ถ้าอยากไม่ให้เจ็บไม่ให้แก่ไม่ให้ตาย ก็จะทุกข์ทรมานใจ ก็ต้องอย่าไปอยาก อย่าเอาค้อนมาทุบศีรษะ ปล่อยให้เจ็บให้ตายไป เราไม่ได้เจ็บไม่ได้ตายไปกับร่างกาย ไปทุกข์กับร่างกายทำไม ใจไม่ได้แก่ไม่ได้เจ็บไม่ได้ตายไปกับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นของใครก็ตาม ใจไม่มีวันแก่ไม่มีวันเจ็บไม่มีวันตาย มีแต่วันทุกข์กับวันไม่ทุกข์ ทุกข์เพราะไม่เห็นอนิจจังทุกขังอนัตตา ไม่ทุกข์เพราะเห็นอนิจจังทุกขังอนัตตา  ถ้าไม่อยากทุกข์ก็ต้องเห็นอนิจจังทุกขังอนัตตาทุกเวลานาที การเจริญมรณานุสติก็คือการเห็นอนิจจัง เป็นอุบายของพระพุทธเจ้าให้เห็นอนิจจัง โดยการระลึกถึงความตายอยู่เรื่อยๆ แล้วจะเห็นอนัตตา เห็นทุกขัง เห็นว่าที่ทุกข์ใจทรมานใจเพราะไม่ยอมรับความจริง ไม่ยอมรับอนิจจัง ไม่เห็นอนัตตา ห้ามความแก่ห้ามความเจ็บห้ามความตายไม่ได้ ตอนนี้เห็นแล้ว ตอนนี้ไม่ทุกข์แล้ว สบายใจแล้ว ใครจะแก่ใครจะเจ็บใครจะตายก็ช่วยไม่ได้ ถ้าเห็นอย่างนี้ถึงจะเรียกว่าหลุดพ้นจากความทุกข์ หลุดพ้นด้วยปัญญา ก่อนจะเข้าถึงปัญญาได้ ก็ต้องผ่านสมาธิ ต้องผ่านสติก่อน ไม่เช่นนั้นจะคิดทางปัญญาไม่ได้ เพราะกิเลสมีกำลังมากกว่า กิเลสจะให้คิดในทางนิจจังสุขังอัตตา ก็จะเกิดความอยากให้อยู่ไปนานๆ อยากให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ก็จะทุกข์กับเรื่องของความแก่ความเจ็บความตายไปตลอด

ต้องเจริญสติให้มาก ควบคุมความคิดหยุดความคิดให้ได้ก่อน ทำใจให้รวมให้สงบก่อน จะได้มีกำลังพิจารณาอนิจจังทุกขังอนัตตา ถ้าพิจารณาได้อย่างต่อเนื่องทุกลมหายใจเข้าออก กิเลสจะไม่มีช่องที่จะเข้ามาแทรกได้ เวลาใดที่ไม่พิจารณาอนิจจังทุกขังอนัตตา กิเลสก็จะแทรกเข้ามา จะคิดว่าเป็นนิจจังสุขังอัตตา เห็นไอ้นั่นก็ดี เห็นไอ้นี่ก็ดี จะให้ความสุขกับเรา พอได้มาแล้วก็อยากจะให้อยู่ไปนานๆ อยากให้เป็นไปตามที่เราต้องการ พอไม่เป็นก็เสียใจทุกข์ใจ ผิดหวัง เวลาเขาเสื่อมไปเปลี่ยนไป ก็จะผิดหวังจะทุกข์ใจ เพราะไม่เห็นความจริง ไม่เห็นอนิจจังทุกขังอนัตตา ถูกความหลงโมหะหลอกให้เห็นว่าเป็นนิจจังสุขังอัตตา การพิจารณาอนิจจังทุกขังอนัตตา ก็เพื่อแก้ความหลงทำลายความหลง ที่หลอกให้เห็นว่าเป็นนิจจังสุขังอัตตา พิจารณาอนิจจังทุกขังอนัตตาให้เห็นว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอนิจจังทุกขังอนัตตา ถ้าเห็นก็จะปล่อยวาง ก็จะไม่ทุกข์ ถ้าไม่เห็นก็จะยึดติด จะเกิดตัณหาความอยาก พอเกิดความอยากก็จะเกิดความทุกข์ทรมานใจ ต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ต้องถือเป็นงานหลัก งานอื่นเป็นงานสนับสนุน ก็ให้ทำควบคู่กับการปฏิบัติ ด้วยการมีสติอยู่กับงานที่จำเป็น คือการดูแลรักษาอัตภาพร่างกาย เช่นหาอาหารมารับประทาน อาบน้ำอาบท่า ทำความสะอาดที่อยู่อาศัย ให้ทำด้วยสติ ไม่ให้คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ พอว่างจากการดูแลรักษาร่างกาย ก็มาเดินจงกรมนั่งสมาธิ เดินจงกรมเพื่อเจริญสติ นั่งก็เพื่อให้จิตเป็นสมาธิ ทำอย่างนี้ไปจนกว่าจะคล่องแคล่วชำนาญในการเข้าออกสมาธิ แล้วค่อยออกทางปัญญา เวลาออกมาจากสมาธิก็เจริญปัญญา เจริญอนิจจังทุกขังอนัตตา

เมื่อเราอ่านแล้วรู้สึกปล่อยวางขึ้นมาก อนุโมทนาสาธุในธรรมเจ้าค่ะพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
70
ค่ะ  สาธุ  ขอบคุณมากค่ะ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
ทุกสิ่งสำเร็จที่ใจ" วันนี้เราร้องไห้ เราทุกข์เพราะอดีตทำให้ทุกข์มาเกิดในวันนี้  และวันนี้คืออดีตของพรุ่งนี้ หากไม่เปลี่ยนวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะดีได้อย่างไร เรากินเหล้า เราเที่ยวเตร่ ไม่ดูแลพ่อแม่ ไม่ดำรงในศีลเลยแม้แต่วันพระก็ไม่เว้นทำบาป ชีวิตนี้มันหมดไปวัน ๆ พอตายแล้วก็หาภพภูมิที่ดีไม่ได้ เสียดาย..


Banloktip.com ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20-เมษายน-2012 ..เพื่ออุทิศให้ คุณพ่อสำเร็จ ทิตาวงศ์