กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้ บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ ให้คำแนะนำในการปฏิบัติกรรมฐาน แนะนำการสวดมนต์ที่ถูกต้อง สงสัยหรือมีคำถามในเรื่องการสวดมนต์ การปฏิบัติธรรม แก้ไขให้ชีวิตดีขึ้น โทรปรึกษาน้องหนิง(เด็กวัด)ที่ 086-055 4888


ข่าวประกาศ โดย บ้านโลกทิพย์





ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเช่า sever ในปี2558 และพัฒนาเว็บบ้านโลกทิพย์ ซึ่งตอนนี้ทางเวบเราได้เช่า sever อยู่ ใครสนใจก็บริจาคได้ที่






กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
61
สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิครับ
62
สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิครับ
63
ถามมา-ตอบไป / Re: จิตไม่นิ่งเวลาสวดมนต์
« กระทู้ล่าสุด โดย หมอเจี๊ยบ เมื่อ ตุลาคม 09, 2014, 12:37:05 PM »
อันนี้ขออนุญาติมาตอบแทนคุณหนิงครับ

เรื่องการสวดมนต์แล้วเราไปคาดหวังว่า สวดแล้วจะต้องได้อย่างนั้นอย่างนี้ หวังเรื่องราวต่างๆ ในทางโลก ถือว่าไม่ถูกต้องนะครับ ครูท่านเคยสอนไว้ว่า ทำบุญอย่าหวังผล แต่ให้หวังว่าเราจะหมั่นเพียรปฏิบัติเพื่อหลุดพ้นจากวัฏฏสงสาร มิใช่เพื่อหวังด้านกิเลส ซึ่งจะมิใช่ตรงกับคำสอนขององค์พระตถาคตเจ้า สิ่งที่สมเด็จพระบรมครูใหญ่ท่านมุ่งหวังก็คือ ให้เรามองเห็นความเป็นจริง สิ่งที่เกิดมาแล้วทำให้เราทุกข์ มองทุกข์ให้เห็นทุกข์ มิใช่มองทุกข์แล้วหาทางให้หมดทุกข์โดยไปมุ่งเอาการปฏิบัติมาแลกเป็นอามิสเพื่อให้เราพ้นทุกข์นั้นมิใช่หลักคำสอนของพระธรรม สิ่งสำคัญคือ มองดูปัจจุบันให้รู้ ดูให้เห็น ทำให้เป็น คิดให้ละเอียดเพียงพอ ว่า ทุกข์ก็คือทุกข์ เดี๋ยวหมดทุกข์มันก็พ้นทุกข์ แล้วก็เกิดทุกข์ใหม่ขึ้นมาแทนที่ทุกข์อันเก่า ถ้าเราสามารถก้าวข้ามผ่านพ้นไปได้แล้ว ต่อไปไม่ว่าทุกข์จะเกิดกี่ร้อยกี่พันหน เราก็จะไม่ทุกข์กับมันอีกต่อไป ปัญญาของคุณก็จะเกิดนั่นเอง

ขออนุญาติสรุปเป็นหลักง่ายๆ คือ อย่าปฏิบัติเพื่อแลกด้วยกิเลสซึ่งให้ได้มา มองทุกอย่างให้เป็นความจริง เมื่อมีทุกข์ ก็ให้รู้ว่ากำลังทุกข์ เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป การสวดมนต์เจริญภาวนา ถือเป็นการสะสมบุญบารมีที่สูงที่สุดโดยไม่ต้องไปเสียเงินที่ไหนเราทำได้ตลอดเวลาทั้งวัน แต่อย่าทำด้วยกิเลสคาดหวัง ทำแล้วจักต้องได้อะไรขึ้นมานั่นเป็นการตัดบุญของเราลงไป ... สาธุ

ขอให้คุณหมั่นสวดมนต์เจริญภาวนาไปเรื่อยๆ นะครับอย่าไปคาดหวังว่าจะต้องได้อะไรกลับมา แล้วคุณจะอเมซิ่งด้วยตัวของคุณเองโดยที่ไม่ต้องมาถามใครๆ อีกเลย ....
64
อ่านเเล้วชอบมากเลยอ่าครับ ขออนุโมทนาบุญด้วยนะครับ
65
เรื่องเล่าธรรมทาน / Re: กรรมชอบมองเป้า
« กระทู้ล่าสุด โดย gay เมื่อ ตุลาคม 07, 2014, 04:00:16 PM »
เเย่จังเลยนะครับ ผมเองก็ชอบมองเป้าเหมือนกันไม่ใช่เล่ร ท่าทางผมจะมีกรรมหนักเเล้วล่ะตอนนี้
66
พี่หนิงคะ สั่งหนังสือ 4 เล่มคะ โอนเงินเรียบร้อยแล้ว 2,070  บาท
(ค่าหนังสือ 863 และขอร่วมทำบุญ 1,207)
รายละเอียดแจ้งไว้ใน PM นะคะ
67
ขออนุโมทนาบุญเพิ่มเติม
คุณ นวพรรณ   แต่งกลอน 1000 บาท
68
ขอบพระคุณอย่างสูงนะคะ ทุกวันนี้นำบทสวดมนต์และกรวดน้ำของแม่ชีใหญ่จากบ้านโลกทิพย์ มาปฏิบัติอย่างต่อเนื่องค่ะ ส่วนอามิสบูชาก้อได้ปฏิบัติแล้วค่ะแต่ว่าใช้ดอกดาวเรืองแทนสีขาว ตอนนี้ชีวิตเริ่มเปลี่ยนแล้วค่ะ น่าอัศจรรย์จริงๆ จากที่ไม่เคยมีโชคลาภเลย ตั้งจิตอธิษฐานขอพรท่าน..เป็นผลจริงๆค่ะ..มีความสบายใจอย่างบอกไม่ถูก..และตั้งใจจะปฏิบัติต่อไปอย่างนี้เรื่อยๆค่ะ..ขอบพระคุณอย่างสูงนะคะสำหรับคำแนะนำค่ะ
69
"เสียดายคนเป็นไม่ได้อ่าน" ตอนที่ ๕ เรื่อง เตรียมตัวอย่างไรไปถือศีล ๘ ที่วัด
โดย ณัฐภูเบศร์ เมธีรัตน์วรากร (หนิง-เด็กวัด ๐๘๖-๐๕๕๔๘๘๘)
เล่าจากประสบการณ์จริง
เขียนวันที่ ๒ ต.ค. พ.ศ.๒๕๕๗ ที่ ธิดาทิพย์รีสอร์ท ต.แสมสาร อ.สัตหีบ ชลบุรี
เวลาบันทึก ๘:๕๐ น.
..... มีคนจำนวนมากที่ผมเห็นว่าอยากปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะอยากถือเนกขัมฯ ก็คือถือศีล ๘ ที่วัดที่ตนศรัทธาแต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่เข้าไปติดกรรมกลับมา แทนที่จะได้บุญกลับได้กรรมกลับมาซึ่งผมจะสรุปเป็นคำสั้น ๆ ตรงนี้ว่า "ถ้าเรายังประมาทละเลยที่จะศึกษาข้อปฏิบัติหรือกฏแห่งกรรม ขอให้ปฏิบัติที่บ้านดีกว่า"
.....ทำไมจึงพูดเช่นนี้ เพราะผมเห็นแต่ละท่านไปวัดนั้น อยากไปกันจัง แต่ไปเพราะอะไร...ให้ดูว่าท่านไปด้วยเหตุผลเหล่านี้หรือไม่
1. เพื่อนชวน หรือเห็นใครไปก็อยากไปบ้าง แฟชั่น
2. ทุกข์เยอะ หวังปลดทุกข์ให้เบาบาง (ไปแก้กรรม)
3. หวังเอาบุญ
......ถ้ามีเหตุผลดังกล่าวผมขอให้ชั่งใจ (ไม่ได้ห้ามนะ) แต่ให้ชั่งใจตัวเองก่อนว่า ทัศนคติมันอาจทำให้เราติดกรรมกลับมา ด้วยเหตุผลดังนี้
1. ถ้าเป็นเพราะเพื่อนชวน งั้นเตรียมตัวรับกรรมที่เป็นวจีกรรม เพราะผมพนันได้เลยว่า เข้าไปนินทา เข้าไปพูดคุยหยอกล้อ ทะลึ่งตึงตังกันในวัด ถึงไม่มีพระเห็น แต่กรรมมันติดไปแล้วนะครับ วัดเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ เทวดาเขาอารักขาทั้งพื้นที่ คนไม่เห็นเทวดาเขาเห็นเขาเห็นเขาได้ยิน เข้าไปหนะ เขาให้ไปปฏิบัติด้วยการปิดวาจา การปิดวาจานั้น "ติดป้ายห้อยคอใหญ่ ๆเลย" ว่าปิดวาจา อย่างนี้ ใครเห็นเขาจะไม่กล้าเข้าใกล้เรา เพราะอานิสงส์ของคำว่าปิดวาจาใคร ๆ ก็กลัว
2. อย่าไปปลุกใครให้ตื่นขึ้นมาทำวัตรเช้า เพราะกรรมจะติดตัวคนปลุก อย่าไปเตือนใครเขา ถ้าเขาจะเข้าวัดแล้วเขาไม่รู้ว่ามาทำไมก็เรื่องของเขา เขาอยากจะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติมันเรื่องของเขา ไอ้ความหวังดีของเรา ผมก็เข้าใจนะ แต่ไม่ได้นะครับ คนที่เข้าวัดนี้ต้องรับผิดชอบตัวเอง ความดีสร้างไม่ง่ายอย่างที่คิดกันเองนะครับ เรามาบอกว่า เจตนาเราดี แต่ว่ากฏแห่งกรรมละเอียดกว่าที่ท่านคิด ถ้าเขาไม่พอใจกับการปลุกของเรา นี่ก็ติดกรรมแล้ว และผลกรรมมันหนักนะ ผมเห็นมาหลายคนแล้วนะครับ อย่าไปสนใจใคร ถ้าอยากจะป้องกันให้คุยกันก่อนที่จะเข้าวัดว่า "ถ้าเราทั้งกลุ่มนี้ เมื่อเข้าวัดแล้วพบเห็นสิ่งใดในกลุ่มทำไม่ถูกต้องก็ขออโหสิกรรม ขออนุญาติเตือนใจ"
นี่ให้คาถาไว้แล้วนะครับ จะได้ทำอะไรได้อย่างถูกต้อง การเตือนกันทำได้แต่ต้องขอกันก่อน
3. สมัยโบราณคนเข้าวัด เขาไม่ได้หวังปลดทุกข์ ไม่ได้หวังเอาทุกข์ไปทิ้งในวัด แต่เขาเข้าวัดเพราะต้องการฆ่ากิเลสในใจ ผมบอกให้เลยคนเข้าวัดเพื่อหวังให้ทุกข์มันหายนะ มันไม่หายหรอก มันจะเป็นหนักกว่าเดิมเพราะไปสำคัญกฏข้อนี้ผิด วัดมีไว้สร้างความดี สร้างใจให้บริสุทธิ์ แต่เราทั้งหลายเห็นแก่ตนเองกันมากครับ สร้างกรรมดำไว้มากแล้ว พอถึงเวลารับกรรม กลับคิดว่าวัดเป็น "ถังขยะ" เอากรรมไปทิ้ง เอาทุกข์ไปทิ้ง มันคิดแบบนี้ไม่ได้นะครับ ถ้าเราจะทำให้ทุกข์มันเจือจาง เราต้อง "ทำที่ใจเรา"
4. เวลาเข้าวัดเตรียมตัวให้พร้อมสรรพ คือ
4.1 อย่าเอาเครื่องสำอางค์ใด ๆ เข้าไป ห้ามต่อรองว่าเอาลิปมันไปได้ไหม อย่างนี้ต่อรอง ไม่เอาไปแล้วตายไหม มันไม่ควรต่อรอง อย่างนี้มีคนพูดกันเยอะ ว่าเอาโรลออนไปได้ไหม ผมว่าใช้สารส้มไปเลย ใช้ดีมาก ถ้ากลัวกลิ่นกายออกแล้วไปกระทบคนอื่นเขา ทำอย่างที่ผมบอกครับ อย่างอื่นไม่ต้อง ส่วนเครื่องอาบน้ำก็เอาไปพอสมควร เพราะผมไม่ต้องการให้ใครเอากิเลสไปในวัด ลด ๆ ลงบ้างอะไรที่เราไปยึดติด แต่เราไม่ค่อยรู้ตัวกันหรอกครับ
4.2 ถ้าเป็นผู้หญิงมีรอบเดือน ใครเขาพูดว่าห้ามเข้าวัดก็ช่างเขา มันไม่มีกฏข้อนี้หรอก เรามีรอบเดือนเราก็เตรียมผ้าอนามัยไปสิ ไม่มีใครเขามาสนใจอะไรเรา จะเข้าไปกราบไหว้พระในโบสถ์ก็ทำไปสิ ไม่บาป คนนะ พูดกันมาก ไปขวางทางบุญเขา ผู้หญิงกลัวกันเยอะเรื่องนี้ ไม่จริงหรอก คนจะทำบุญมันอยู่ที่ใจต่างหาก รอบเดือนเป็นเรื่องธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่ปิดกั้นบุญ
4.3 ให้เตรียมใจว่า เข้าวัดแล้ว ต้องลืมทุกอย่างภายนอก อย่าเอางานไปทำในวัด อย่าเอาใจไปผูกกับลูกกับสามีที่บ้าน คิดว่าถ้าเข้าวัดแล้ว เราจะอยู่อย่างสงบ ปลดจากภาระทั้งปวง (ถึงจะมีภาระก็ต้องลืม) ประเภทที่ตั้งใจเข้าวัดให้ได้ 7 วัน ตามกระแส ผมว่าเลิกคิดเลยครับ ผมเห็นแต่ละคนที่ไม่ตั้งใจจริง คือไปตามคนอื่นเขามักจะโดนแรงกรรมมากระทบจนผ้าขาวมันร้อน อยู่ในวัดได้ไม่เกิน 3 วันก็ต้องเผ่นกลับ เพราะใจมันไม่พร้อม แต่มาเพราะคนอื่น ดังนั้น คิดใหม่ว่าใจพร้อมขนาดไหน ทิ้งภาระได้ขนาดไหน
5. ในวัดนะที่เขารดน้ำมันต์สะเดาะเคราะห์แก้กรรมนั้นไม่มีหรอก ของจริงคือ อริยสัจ ไม่ใช่การสะเดาะเคราะห์ แต่ถ้าทำแล้วสบายใจ ผมไม่ว่านะสำหรับข้อนี้ แต่ขอให้มีจิตตั้งมั่นว่า กรรมเกิดจากผลของการกระทำของเราทั้งสิ้น ถ้าเราไม่ทำกรรมในวันนี้ พรุ่งนี้เราก็ไม่ต้องรับกรรม กฏมันง่ายมาก แต่เราไม่เข้าใจจึงพากันไปเสียเงินเสียทองโดยเปล่าประโยชน์ แต่ถ้าวัดเขามีกิจกรรมเหล่านี้ ผมไม่ได้ว่าอะไรนะ ทางวัดเขาก็จะได้ปัจจัยไปสร้างศาสนสถาน แต่สิ่งที่ผมเจาะจงลงไปคือ ให้แยกแยะว่าใจเราต้องไม่ไปยึดเหนี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ และให้เชื่อมั่นใน อริยสัจสี่
6. เรื่องการหวังในบุญนั้น ผมขอถามท่านว่า ท่านเชื่อไหมว่าการทำบุญแล้วได้บุญ ถ้าท่านเชื่อ แล้วท่านจะหวังในบุญทำไม ก็ทำแล้วมันก็ได้อยู่แล้ว ยังจะไปหวังอีก ทำแล้วก็ทำไป บุญเขาทำงานสะสมของเขาเอง ไม่ต้องหวังแล้วครับ ใจมันไม่บริสุทธิ์หรอกถ้าเราไปหวัง บุญมันไม่ใสแล้ว มันได้น้อยลงแล้ว เพราะความโลภมันแฝงมาในใจ ถ้าจะทำบุญก็ทำเลย ได้อย่างไรแค่ทำให้บุญนั้นบริสุทธิ์จากของที่เราให้เป็นของบริสุทธิ์พอแล้ว
......จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เขียนเพราะเมื่อเช้ามีคนมาบอกว่า เข้าวัดแล้วอยู่ได้ไม่นานก็ต้องเผ่น เพราะผ้าขาวมันร้อน นี่แหละ ผมก็เลยเอามาแจงว่า ทำใจให้ได้ เตรียมตัวให้พร้อม จิตใจให้ตั้งมั่น ละทิ้งทุกอย่างภายนอก เวลาเข้าวัดจะได้อยู่ได้นาน ๆ และได้บุญบริสุทธิ์
70
 deeขออนุญาตินะครับ ผมเองเพิ่งรู้จักและเป็นสมาชิกบ้านโลกทิพย์เมื่อเร็วๆนี้ ขออนุญาติยกเรื่องของคุณมาเป็นตัวอย่าง คนที่ประสบผลสำเร็จ คนที่มีชีวิตดีขึ้นจากการตั้งใจปฏิบัติธรรมตามแบบฉบับของคุณเด็กวัด ขอเอาอย่างครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
ทุกสิ่งสำเร็จที่ใจ" วันนี้เราร้องไห้ เราทุกข์เพราะอดีตทำให้ทุกข์มาเกิดในวันนี้  และวันนี้คืออดีตของพรุ่งนี้ หากไม่เปลี่ยนวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะดีได้อย่างไร เรากินเหล้า เราเที่ยวเตร่ ไม่ดูแลพ่อแม่ ไม่ดำรงในศีลเลยแม้แต่วันพระก็ไม่เว้นทำบาป ชีวิตนี้มันหมดไปวัน ๆ พอตายแล้วก็หาภพภูมิที่ดีไม่ได้ เสียดาย..


Banloktip.com ได้ก่อตั้งขึ้น เพื่ออุทิศให้ คุณพ่อสำเร็จ ทิตาวงศ์