กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้ บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ ให้คำแนะนำในการปฏิบัติกรรมฐาน แนะนำการสวดมนต์ที่ถูกต้อง


ข่าวประกาศ โดย บ้านโลกทิพย์

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
61
เกษา นักบุญยาจก / บารมีพ่อ บารมีแม่
« กระทู้ล่าสุด โดย เกษา นักบุญยาจก เมื่อ มกราคม 28, 2016, 05:16:28 PM »

28 มกราคม ค.ศ. 2016


บารมีพ่อ บารมีแม่
เรื่องราวที่จะเขียนต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวที่คนเขียนเข้าใจเองแบบเฉพาะตนเท่านั้นคะ มีข้อเท็จจริงตามหลักความเป็นกลาง ขอให้อ่านเพื่อความบันเทิงนะคะ

.. บารมีพ่อ บารมีแม่ ..
คำๆนี้ คงได้ยินกันบ่อยๆนะค่ะแต่บางท่านยังไม่เข้าใจว่า อะไรคือบารมีพ่อ บารมีแม่ บุญพ่อ บุญแม่ สามีเรื่องราวมาเล่าให้ฟังคะ
เมื่อครั้งไม่นานมานี้สานั้นได้เจอคนที่รุ้จักคะ เค้าไม่ได้อยู่ในศาสนาพุทธ แบบเรานะคะ แต่เค้ามีความเชื่อเรื่องความรักที่มีต่อพ่อและแม่ของเค้าคะ ในช่วงเวลาที่ได้รู้จักเค้า
เพื่อนสาคนนี้เป็นคนต่างชาติคะ เค้าจะเคารพพ่อและแม่มาก และจะเชื่อฟังในคำที่พ่อและแม่สอนเสมอๆ เมื่อไม่นานมานี้เค้ามาเยี่ยมที่บ้าน แล้วเรด้าของเรามันดันจับผิดได้ว่าเค้านั่นโดนสิ่งสกปรกมา ( ของ เช่นเสน่ หรือบางอย่างที่คนไทยเราๆนั้นชอบทำให้คนรักคนหลง )
จากนั้นด้วยความสงสัยจึงตั้งจิต ขอดูว่ามันคืออะไร คำตอบนั้นก็ขึ้นมาทันทีว่า
มีผู้หญิงที่ต้องการเค้า แล้วใช้มนต์ดำ หรือสิ่งที่คนไทยเรารู้ในนามของ " เล่นของ ใส่เสน่ "
แต่ด้วยเค้ามีบารมีของพ่อและแม่ คุ้มครองเค้าอยู่เค้าถึงไม่โดน ด้วยกรรมที่เคยกระทำร่วมกันมากับผู้หญิงที่ทำของใส่นั้นยังมีร่วมกันอยู่ เค้าจึงโดน ให้เกิดเจ็บเนื้อ เมื่อยตัวแทน
 หรือป่วยแบบไม่มีสาเหตุแทนนั่นเอง แทนที่เค้าจะโดนเสน่แต่กลับโดนหางของกรรมแทน
สาเลยมานั่งพิจารณาดูว่า การที่เรานั้นมีบารมีพ่อและแม่คุ้มภัยอยุ่นี้ บุญของเรามากๆเลยนะค่ะ ทำไมถึงเป็นบารมีพ่อและแม่ ทำไมไม่เป็นบารมีพระ บารมีเทพละ
หลักการคล้ายๆกันกับโพสต์ที่แล้วที่ว่าเราทุกคนนั้นมีพลังงาน และพลังจิตที่เข้มแข็งอยุ่ที่คน คนนั้นฝึกมาได้ดีมากน้อยแค่ไหนคะ
แล้วด้วยสัญชาตญาณของคนเป็นพ่อเป็นแม่ สิ่งเดียวที่ทำได้คือ อธิฐานให้ลูกๆของตนนั้น มีแต่สิ่งที่ดีๆ และพ้นภัยอันตรายใช่มั้ยคะ แรงอธิฐานรุนแรงมากเท่าไร ยิ่งมีอนุภาพสูงเท่านั้น และจะสูงมากถ้าลูกๆนั้นมีการปฎิบัติกับพ่อและแม่อย่างดี หรือเคารพท่านเหมือนพระในบ้านคะ มีคนเคยถามสาว่าทำยังไงจะรวย มีเงินมีทอง
ไม่ต้องไปบูชา อะไรให้มากมาย ไม่ต้องไปขอ หรือบนบานศาลเจ้าไหนคะ
ทำบุญกับพ่อกับแม่ให้มากๆ กราบเท้าขอขมาท่านบ่อยๆ มีวาจาไพเราะอ่อนหวานให้ท่านได้ชื่นใจ แค่นี้ละคะ  โชคลาภ วาสนา เงินทองไหลมาเทมาแน่นอนคะ
บางท่านอาจคิดว่า แม่กับพ่อเรานั้นเห็นแก่ตัวจะเอาแต่เงิน
ให้เราคิดข้อนี้ว่า เราโชคดีแค่ไหนที่ท่านนั้นได้ให้เราได้เกิดมาคะ สังเกตสมัยนี้สิคะ  พ่อแม่ฆ่า ทำแท้งเยอะมากที่สุด ที่สุดคือวิณญานพวกนี้จะไม่ได้ไปเกิดเลยนะคะ ต้องทนอยุ่จนกว่าจะหมดวาระกรรม ทรมานสุดๆคะ ส่วนเรานั้นได้เกิดมา ได้มีแขน มีขา มีสมอง ทำมาหากินได้
มีโอกาศได้ต่อยอดบุญของตนเองคะ ฉะนั้น ดูแลพวกท่าน และรักท่านให้มากๆคะ
หลังจากอ่านบทความที่สาเขียนแล้วลองโทรไปบอกรักท่าน
หรือหาเวลาไปกราบเท้าขอพรท่านนะคะ ใครที่มีหนี้สินเยอะมากมาย ไม่สบายใจ ทุกข์ใจ
กราบเท้าขอพรพระในบ้านคะ ความโชคดี จะตามมา แต่ต้องทำด้วยใจนะคะ
อนุโมทนาคะ ;)
[/size]
62
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อหลายปีมาแล้ว คืดเรื่องเกี่ยวกะพระขุนแผนองค์ครูของน้องชายที่เรียนด้วยกัน คือน้องที่เรียนด้วยกันเคยเอาพระให้ดูแต่มีอยู่องค์นึงคือองค์ที่แขวนอยู่ น้องบอกว่าองค์นี้พี่ดูได้แต่ไม่ให้จับ เรื่องก็ผ่านมานานมากแล้ว จนมาวันหนึ่งเรามีโอกาสได้เข้าค่ายด้วยกัน ในเวลาว่างจากการอบรมณ์เราก็ตั้งวงเล่นไพ่กันตามประสา น้องๆก็มาตั้งวงกัน น้องเขาจึงถอดพระฝากเพื่อนใว้ ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของวงไพ่ เล่นไปได้สักพัก น้องที่เป็นเจ้าของพระก็ขอพระคืน เรานั่งอยู่ติดน้องที่ได้รับการฝากพระใว้ น้องเขาจึงยื่นพระให้เพื่อที่จะให้เราเดินไปให้น้องที่ฝั่งตรงข้าม พอเราจับสายคล้องพระ หูเกิดอาการดับ มวลอากาศที่ผ่านเรารับรู้ได้เพราะความคมของญาณ จากนั้นมองเห็น คลันคล้ายควันบุหรี่ รอบๆตัวของแต่ละคนทุกคนในห้อง จากนั้นเราก็เดินเพื่อเอาพระไปคืน แล้วก็นั่งลงใกล้ๆน้องเจ้าของพระกำลังจะยื่นพระให้ ใจก็คิดว่าเออน้องผู้หญิงคนนี้น่ารักดีนะ(มีน้องผู้หญิงนั่งอยู่ทางขวามือ) คลันรอบๆตัวผู้หญิงคนนั้นก็ถูกดูดมารวมกับควันที่รอบๆตัวเราดูแรงมาก จนตัวผู้หญิงคนนั้นเอียงมาแทบจะติดไหร่เราเพราะแรงดูดนั้น จากนั้นก็ยื่นพระคืนเจ้าของไป น้องเจ้าของบอกว่า บอกแล้วว่าอย่าจับๆ คอยดูเด้อทีนี้หน่ะ จากนั้นเราไปกินข้าวที่โรงอาหาร เห็นสาวน่าตาน่ารักมากับแฟนกำลังสั่งข้าวอยู่ เราก็ว่าอีกเออน้องคนนี้น่ารักดีนะ สาวคนนั้นเดินออกจากแฟนระยะห่างราวๆ 20 เมตรเดินตรงมาทางเราและมายืนตรงหน้าฝั่งตรงข้ามโต๊ะแล้วนั่งลงที่หน้าเรา พร้อมกับกินข้าวไปด้วยมองหน้าเราแล่้วก็ยิ้ม อืมก็พอจะรู้ว่าพอใจชอบใครขึ้นมาสาวคนนั้นก็จะมองหน้าเราอย่างคุ้นเคย เลยใช้ เห็นหนอลองดูว่าคืออะไร เห็นหญิงสาวโบราณใส่ชุดไทยตัวโตมากน่าจะสูง 180 ได้แต่ตัวโตไม่ผอม เขาก็ตามเราไปทุกนี้ ก็เลยค้นไปที่สาหาตุคือเจ้าของพระ สอบถามกันได้ความว่าเขาตามหาพี่มานาน ผมถึงไม่ให้พี่จับพระองค์นี้ไง พอกลับบ้าน เขาจะเดินมายืนที่หน้าบ้าน เข้าภายในบ้านไม่ได้ ทุกครั้งที่มายืนหมาที่บ้านก็จะหอนทุกครั้ง คือเขาตามเราไปทุกที่ เลยปรึกษากับแม่ว่าเอาไงดี เลยไปขอคำแนะนำให้คนที่คุยกับวิญญาณได้เขาคุยได้ความว่าดังนี้ ชื่อยะสา เป็นเมียเรา รักเรามากก็เลยรออยู่ .......แล้วเรื่องก็ดำเนินมาเรื่อยๆขอจบการเล่าเพียงเท่านี้

ผู้เล่าไม่ได้เป็นคนเหนือคนหรือมีความวิเศษอะไร เล่าตามความคิดความรู้ความเห็นที่ได้เจอเท่านั้น สวัสดีครับ
63
 ;)ยินดีต้อนรับคะพี่
64
ปกติจิตที่อยู่ในสมาธิ การแผ่เมตตาจะมีพลังมาก มีกำลังสูง ไม่ว่าจะส่งบุญนั้นไปให้ใครจะถึงทั้งหมดครับ..หลวงพ่อจรัญท่านเคยกล่าวว่า...การสวดมนต์นั้นเป็นยาทา ภาวนาเป็นยากิน
65
สติและสมาธิ / Re: สติ
« กระทู้ล่าสุด โดย สมหมาย ชารัตน์ เมื่อ มกราคม 27, 2016, 05:32:03 PM »
สติมีหลายระดับครับ สติในการอ่านหนังสือ สติในการใช้ในชีวิตประจำวัน..การตามดูตามรู้การเคลื่อนใหวของกาย การปรุงแต่งของจิต อันนี้ต้องฝึกเพิ่มเติมครับท่านว่า สติปัฏฐานสี่ คือกริยาบท ยืน เดิน นั่ง นอน นั้นเอง อันนี้การฝึกจะต้องใช้เวลาขึ้นอยู่องค์ภูมิปัญญาของแต่ละคนที่ได้สะสมกันมาตั้งแต่ภพก่อน
66
ปกติเมื่อจิตเป็นสมาธิแล้วตัวไม่โยกโคลนครับ ตัวตรงนิ่ง เรื่องแสงสว่างจนแสบตา บางคนนั่งน้ำตาใหล บางคนนั่งรู้สึกว่าตัวลอย ปีติของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ปฏิบัติไปสักพักอาการเหล่านั้นจะหายไป คงเหลือแต่ความสงบ ก็หยิบขันธ์ห้าขึ้นมาพิจารณาตามกฏพระไตรลักษณ์
68
เกษา นักบุญยาจก / เกษา นักบุญยาจก แอดมินคนใหม่ของบ้านโลกทิพย์
« กระทู้ล่าสุด โดย Support เมื่อ มกราคม 26, 2016, 06:53:01 PM »
26 มกราคม ค.ศ. 2016

เกษา นักบุญยาจก

เกษาคือใคร?

สวัสดีคะ  หลายคนสงสัยว่า เอ? คนที่ใช้นามปากกาว่า เกษา นักบุญยาจก คือใครกันนะ
จริงๆแล้ว เกษา คือชื่อจริงของสาที่ใช้มาถึง30 ปีคะ ด้วยเหตุบางประการเลยต้องได้เปลี่ยนชื่อเพราะความสบายใจของแม่ ( แม่สาท่านไปดูพระแล้วให้สาแก้เคล็ดโดยเปลี่ยนชื่อ)
สาเป็นลูกคนเดียวของ พ่อเวียน แม่จันทร์ คะ  สาเคยเกือบตายเพราะช่วงที่แม่ท้องอ่อนๆ ป่วยมาตลอดทั้ง เก้าเดือน และแม่ฉีดยาบ่อยจนท่านคิดว่าเรานั้นต้องแท้ง หรือคลอดออกมาแล้วตายแน่ๆ
สามีโรคประจำตัวมาตั้งแต่เด็กและเคยตายมาแล้ว แต่ก็ฟื้นมาได้ ในชีวิตสาเจอเรื่องแปลกๆบ่อยและมักพูดในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นจนได้ฉายาว่า " ขี้โม้"
สาในวัยเด็กจะชอบอะไรที่ไม่เหมือนเด็กคนอื่นตรงที่ ชอบหนังสือพรมชาติ บทสวดมนต์โบราณและชอบเขียนยันต์
จำได้ว่าที่บ้านสา ยายจะมีหนังสือพรมชาติเล่มใหญ่มาก ทุกอย่างจะมีการสอนเรื่องเลข ตกฟาก และลายมือ ในตอนนั้นเรายังเด็กอ่านไม่เข้าใจ ได้แต่ดู
สาท่องพระคาถาได้หลายบทมากโดยเฉพาะ คาถาเงินล้าน และคาถา มหาเศรษฐี
สาเคยฝึกเขียนยัน ยอดพระกัณไตรปิฎก  เด็กในวัยนั้นไม่น่าจะทำแบบนั้น แต่สาชอบ
พี่ๆน้องๆชอบว่าสาบ้า คงเพราะเรานั่นชอบทำอะไรที่แปลกกว่าเด็กวัยเดียวกัน  และเห็นสิ่งแปลกๆที่แยกแยะยังไม่ได้ตั่งแต่เด็กๆ พอช่วงเข้า ม.ต้น ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนเพราะมีสิ่งชักจูงไปในทางที่ผิดมากมาย แต่ความรู้สึกและรางสังหรของตนเอง การมองเห็น หรือฝันที่เกิดขึ้นจริงไม่เคยลดลง เคยบอกและเล่าเรื่องที่ตนเองเคยฝัน และเคยไปในฝันให้พี่ๆ และญาติๆฟังเสมอ ถึงแม้ว่าเค้าจะพิสูจได้จริงว่าเราพูดจริงทั้งๆที่ไม่เคยไปมาก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีใครเชื่อในคำพูดเราอยู่ดี พอจบม.3 เคยมีพระธุดงค์ท่านทักกับแม่กับพ่อว่า สาเองนั่นจะไม่ได้อยู่ที่เมืองไทย และอายุขัยจะหมด ตอน 30 ปี ให้พาเด็กสร้างบุญในตอนนั้นทุกคนไม่ปักใจ ว่าสานั่นมีอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่น แม้แต่ตัวของสาเองก็ไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้ถึงแม้จะเจอกับตนเองบ่อยครั้ง
หลังจากนั้นก็ชอบที่จะดูดวงมาตลอด ใครว่าที่ไหนแม่นก็จะไป พอไปแล้ว ทุกคนจะดูดวงของสาไม่ได้สักคนเดียว ก็ยังคงสงสัยว่าทำไม

...ไพ่ยิบซี...
ในช่วงของปิดเทอมบ้านของป้า จะมีสำรับไพ่ยิบซีสีดำ ข้างในมีภาพสวยและแปลก ในตอนนั้นชอบมากๆ เอามานั่งอ่าน แล้วลองเล่นเองเมื่อตอนอายุ 13 ด้วยเป็นคนที่ชอบอะไรพวกนี้มาตั้งแต่เด็กๆ เมื่อเราพอดูได้บ้าง ก็เริ่มทดลองกับเพื่อน และคนทั่วไป ช่วงนั้นสาได้ไปเป็นพนักงานตอนปิดเรียน ลองเอาไปเปิดให้คนในโรงงาน ปรากฎว่า 20คน ตรงหมดทั้ง 20 คน
แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะไม่รุ้เรื่องว่ามันคืออะไร ผลที่จะได้รับคืออะไร ทำได้ไม่นาน ก็ต้องออกจากโรงงานมา และได้แต่งงานกับแฟน และมาอยุ่ที่ต่างประเทศ
จุดเริ่มต้นของความอยากรุ้ว่าตนเองเป็นอะไรกันแน่ และมีอะไรอยุ่ในตัวเราจึงเริ่มขึ้น ช่วงที่มาอยุ่ที่ฟินแลนด์ อินเตอริเน็ตเป็นที่ค้นหาสิ่งที่อยากรุ้ได้ง่ายมาก ค้นหาทุกอย่างที่เราเคยเห็น และเคยเป็นกับตัวเรา และได้หลงเข้าสู่วงจรของ เทพองค์ อยู่สักพัก ด้วยบุญที่เคยมี จึงมาเจอกับพี่ วิษณุ ( ปราเทวดา เว็บพลังจิต ) ท่านสอนคนที่โง่ และดื้ออย่างสาได้อย่างเหมาะเจาะด้วยคำสอนของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย และจากจุดเริ่มต้นนี้ สาจึงมี จุดหมายที่ชัดเจนขึ้น โดยมีคำ คำหนึ่งที่ยึดเพื่อช้วยคนอื่นว่า " บัว 4 เหล่า "
ผู้ที่ฉลาดแล้ว ละแล้วจะไม่ยอมลงมาช่วยบัว เหล่าที่อยุ่ในโคลนตรม บัวเหล่านี้ มืดมน ยังคงขาดความรู้และความเข้าใจ บัวเหล่านี้จะต้องสอนให้สัมพัสเองกับตัว รู้เห็นกับตาเท่านั้น
หลังจากนั้นสาเอง ก็ฝึกตนเอง และนำสิ่งตนเองนั่นได้มาบอกต่ออีกที สามีแนวคิด และแนวทางที่ไม่เหมือนคนอื่น แต่ยังคงยึดหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า และมีแนวทางตามหลวงพ่อพุธ ฐานิโย
และหลายคนที่รุ้จักสาสิ่งที่ช้วยเหลือนั้นไม่ใช่เงินทอง แต่จะช้วยจุดไฟในใจให้เกิดความสว่างด้วยสติปัญญา จึงเป็นที่มาของ นักบุญยาจก อยากที่จะช้วยแต่ไม่มีทรัพย์ มีแต่ปัญญา
จึได้แค่ช้วยด้วยใจเท่านั้น
นี้คือสา "เกษา นักบุญยาจก" คะ
69
ห้องสนทนาธรรมะ / ทำไมต้องพนมมือ?
« กระทู้ล่าสุด โดย Support เมื่อ มกราคม 26, 2016, 07:07:11 AM »
ทำไมต้องพนมมือ
***********
เรื่องราวที่จะเขียนต่อไปนี้อาจเป็นเรื่องที่รู้ได้เฉพาะตน ขอให้อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้นนะคะ แต่ถ้าสิ่งไหนที่ไม่ถูกไม่ควร ขออโหสิกรรมด้วยคะ
สวัสดีคะ วันนี้มาแนวแปลกๆหน่อยนะคะ มาเขียนสิ่งที่ตนเองเข้าใจ หรือเป็นสิ่งที่ตนเองถนัด คือ ถนัดหาข้อเท็จจริงคะ ได้สนทนาธรรมกับพี่ท่านหนึีงถึงเรื่องการพนมมือ ตอนแรกก็นั่งสงสัยเหมือนกันว่าทำไมต้องพนมมือนะ ในทางการแล้ว การพนมมือนั้นเป็นสัญญาลักษณ์ แสดงถึงมารยาทที่สวยงาม และนอบน้อมของคนไทยเราใช่มั้ยคะ แต่มีใครเคยรุ้บ้างมั้ยคะว่าทางกายภาพแล้ว มือเรานี้สำคัญลองๆมาจากอวัยวอื่นๆเลยนะคะ
 ชาติอื่นๆ ก็มีการใช้มือเป็นสัญญาลักษณ์ เพื่อแสดงความยินดี หรือขอบคุณ เสียใจคะ แต่อย่าเพิ่งเอาของชาติอื่น มาเอาของเราให้เข้าใจดีกว่า
พี่เค้าถามสาว่า เอ? ทำไมเราต้องพนมมือนะ เวลาไหว้พระ ไหว้ศพ ทำไมต้องยกมือพนม ถ้าให้พูดแล้วก็เหมือนอย่างข้างต้นที่พูดไปคือ ธรรมเนียมของเราใช่มั้ยคะ แต่มีใครรุ้บ้างว่า
เวลาเราพนมมือเนี๊ยะสำคัญมากๆเลยนะคะ
ถ้าใครเคยอ่าน เลยดู เคยฟังเกี่ยวกับเรื่องพลังงานในร่างกาย ก็จะพอนึกออกตามได้ว่าร่างกายเรานั้นมีไฟฟ้าสถิตอยู่คะ มันจะไหลขึ้นๆลงๆตลอดเวลา ถ้าเป็นฝ่ายฝึกลมปราณ สมาธิทางฝั่งจีน เดินลมหายใจแบบ อานาปานสติ จะยิ่งเห็นได้ชัดเจนว่ากระแสไฟฟ้าวิ่งไปมาทั่วร่างกายของเรา ถ้าสมมุติเราเอามือมาประกบกันละ กระแสไฟฟ้านั้นมันจะไหลวนไปมาแบบไม่รั่วออกจากฝ่ามือ มันจะหมุนวนอยุ่ ยิ่งถ้าควบคู่กับพลังสมาธิ กำหนดจิตเข้าไป มันจะเหมือนธนูกับลูกธนูยิ่งออกไปข้างหน้า
ยกตัวอย่างเช่น เรานั้นพนมมือไหว้พระขอพรอยู่ ระหว่างพนมมือนั้น ฝ่ามือที่เราได้ประกบกันมีพลังงานสถิตอยู่แล้ว บวกกับพลังจิต ที่กำลังเพ่ง ไปสู่เป่าหมายคือ คนที่เรานึกถึง หรือสิ่งของที่เรานึกถึง เมื่อทุกอย่างพร้อมพลังงานพร้อม เป้าหมายพร้อม และกระแสจิตพร้อม มันก็จะส่งไปที่เป้าหมายทันทีคะ ฉะนั้น การที่เราพนมมือนั้นเหมือนเสริมพลังงานโดยที่เราไม่รู้ตัว
 เหมือนเครื่องช้วยนำร่อง หรือเครื่องช้วยส่งนั้นเอง การสัมพัสที่มือเปล่าๆก็เช่นกันคะ กระแสพลังงานนั้นจะส่งตรงไปถึงอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน นี้คือความมหัศจรรย์ ของพลังในร่างกายเราคะ คราวนี้ก็หายสงสัยแล้วนะคะว่า เอ? ทำไมบ้านเราต้องพนมมือ เป็นกลอุบายที่
 สุดยอด และมหัศจรรย์มากๆคะ ยิ่งใครที่อยากให้ผู้ใหญ่รักและเมตตา ยกมือไหว้แต่ละครั้งตั้งจิตให้เย็นสบายด้วยเมตตา แล้วส่งออกไป ท่านผู้ที่รับไหว้ จะเอนดูเราด้วยใจที่เมตตาเช่นกันคะ  หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ท่านก็เคยสอนเรื่องกำลังของสติ พลังของสติ( พลังจิต ) ไว้ว่า หากผู้ใดฝึกได้ อย่างถูกต้อง จะดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้องและเป็นกลาง จะมีกำลัง ทั้งกาย และใจ เพื่อดำเนินชีวิตคะ
วันหลังสาจะมาเล่าเรื่อง การสร้างกำลังของสติ เพื่อรักษาโรคให้อ่านกันนะคะ
หากสิ่งไหนที่สาเขียนแล้วมันอาจจะขัดกับท่านใด ก็ขออโหสิกรรมด้วยคะ
หรือท่านใดมีอะไรจะเสริมต่อก็นำมาแลกเปลี่ยนกันนะคะ
อนุโมทนาคะ

เขียนโดย น้องเกษา บ้านโลกทิพย์
70
เรื่องเล่าธรรมทาน / กรรมเหมาเจาะ
« กระทู้ล่าสุด โดย เกษา นักบุญยาจก เมื่อ มกราคม 23, 2016, 10:54:45 PM »


23 มกราคม ค.ศ. 2016


กรรมเหมาะเจาะ
เรื่องนี้เป็นเรื่องปัตจัตตังนะคะรู้ได้ฉะเพาะตน ขอให้อ่านเพื่อความบันเทิง แต่หากสิ่งไหนไม่เหมาะไม่ควร ก็ขออโหสิกรรมด้วยคะ

สวัสดีคะ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้มาเขียนเพราะภาระทางโลกๆเยอะไปหน่อยคะ แต่ก็ไม่เคยละทิ้งทางธรรมไปนะคะ เพียงแค่ ต้องทำกันไปแบบควบคู่กันและให้สมดุลกันคะ
วันนี้จะมาเขียนเรื่อง กรรมเหมาะเจาะคะ  เอ? ทำไมถึงกรรมเหมาะเจาะนะ
เมื่อครั้งที่มีดาราท่านหนึ่งได้เสียชีวิตเพราะไข้เลือดออก แฟนของสาได้ สงสัย จึงมีการสนทนาธรรมระหว่าง สามี-ภรรยากันขึ้น
แฟนสาถามว่าบางคนนั้นเป็นไข้เลือดออกเหมือนกันแต่เค้านั้นหาย บางคนไม่หาย มันเกี่ยวกับกรรมเก่าด้วยมั้ยนะ เอ? นั้นสินะมันเกี่ยวด้วยรึเปล่า เลยนั่งพิจารณาสักพัก เลยตอบแฟนสาไปว่า 
กรรมนั้นเกิดจากการกระทำไม่ว่าจะกระทำกรรมอะไรไว้ย่อมต้องได้รับผลนั้นๆเช่นกัน หากเรานั้นเคยทำใครให้เจ็บแค้นไว้ ความเจ็บแค้น อาฆาตที่รุนแรง ย่อมตามไปแก้แค้นคน คนนั้นทุกที่ เพราะจิตผูกความเคียดแค้นไว้ มันไม่มีการปลดปล่อยและปล่อยวาง
หากคนโดนทำนั่นตายไปก่อน ส่วนคนที่ทำตายตามหลัง
จิตที่ผูกความแค้นยังคงรุนแรงอยู่เค้าคนนั้นก็จะไม่ไปเกิด ยังคงดำรงอยุ่ในกายละเอียดเพื่อรอเวลาการแก้แค้น แบบนี้น่ากลัว เมื่อกาลเวลามาถึง สถานที่เดิม เวลาเดิม คนเดิม เพียงคนละภพเท่านั้น ก็สมารถโดนการกระทำของตนเองบวกเจ้ากรรมที่ตนเองกระทำไว้นั้นหนุนให้รวดเร็วขึ้น เหมือนที่เค้าว่ากรรมตัดรอน
เราไม่รุ้เลยว่าชาติไหนเราทำอะไรไว้บ้าง  ถึงแม้นคนที่รู้อดีตชาติของตนเองยังคงหนีไม่พ้นเลย ฉะนั้นต้องสะสมบุญไว้เยอะๆ ถึงแม้จะโดนกรรมตัดรอนแต่เรายังมีสะเบียงไว้ชาติต่อไปคะ
จิตผูกอาฆาตน่ากลัวนะคะ คนที่ไม่ได้รับการฝึกให้ปล่อยวางนั่นมีโอกาส ติดอยู่วนอยุ่ในภพนี้จนกว่าจะปลดพันธนาการได้ หรือทำภาระกิจก่อนตายให้หลุดพ้น
แต่ก็ใช่ว่ามีแต่ความแค้น อาฆาตเท่านั้นนะคะ ความที่อยากจะชดใช้บุญคุณก็ติดค้างอยุ่เช่นกันแต่อยุใน แบบต่างสถานะคะ
อันนี้เกิดขึ้นกับสาเองเมื่อครั้งอยู่ที่เมืองไทยเพิ่งแต่งงานกับแฟนใหม่ๆและอยู่ในระหว่ารอวีซ่า ช่วงนั้นได้ไปเที่ยวที่วัดโบราณที่โคราชคะ เป็นวัดที่มีพระนอนเป็นหินทราย มีต้นดอกพิกุลเยอะมาก และใกล้ๆมีซากเมืองโบราณอยู่ ระหว่างเข้าไป มันเป็นเหมือนป่าในตอนนั้นคะ เกือบหาทางเข้าไม่เจอ แต่พอเข้าไป จากร้อนๆ กลายเป็นแดดบดลงลมพัดเย็นๆกลิ่นดอกพิกุลหอมไปทั่ว ระหว่างเดินเข้าไปในศาลา ที่มีพระนอนเป็นหินทรายองค์ใหญ่เก่าแก่มากๆ สาเดินเข้าไปเป็นคนสุดท้าย มียายท่านหนึ่งท่านนั่งร้อยพวกมาลัยดอกพิกุล ท่านเห็นสาท่านเรียกสาให้เข้าไปเอา
น่าตกใจตรงที่พอท่านยื่นให้แล้วก้มกราบสา สาตกใจ ว่ายายกราบทำไมคะ แล้วท่านก็ยิ้มแล้วพูดภาษาโคราชว่า " ได้เจอได้กราบลาแล้ว แค่นี้พอใจแล้ว "
ในตอนนั้น งง มาก ตกใจด้วย เดินจะไปบอกแม่ พอหันกลับมาก็ไม่เจอยายคนนี้แล้ว
ยิ่งทำให้สาตกใจกลัวหนักไปอีก พอไปเล่าให้ลุงคนที่เฝ้าวัด ท่านก็เล่าให้ฟังว่า ทุกวันพระจะมีคนเจอยายคนนี้มานั่งร้อยมาลัยดอกพิกุลเสมอๆ
เป็นอีกเรื่องที่เราก็ยังคงสงสัยกันเสมอๆว่า เจ้าของกรรมของเรา เจ้าของที่จองเวรเรานั้นยังอยู่ที่ไหนสักแห่ง และเราเองนั้นไปกระทำอะไรไว้บ้าง สิ่งที่เราระลึกได้ในตอนนี้ และทำได้ในตอนนี้ก็คือสร้างสิ่งที่ดีๆ สะสมสิ่งที่ดีๆ กุศลผลบุญ สร้าง และสะสมไว้ให้ได้เยอะที่สุด เท่าที่เราระลึกได้ ทุกลมหายใจคะ
อนุโมทนากับทุกท่านนะคะ
และเรื่องราวที่สาเล่าไปนั้น คือสิ่งที่ควรพิจารณาตาม สมควร คะ ;)
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
สวดมนต์เป็นนิจ อธิษฐานจิตเป็นประจำ อโหสิกรรมก่อนค่อยแผ่เมตตา.


Banloktip.com ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20-เมษายน-2012 ..เพื่ออุทิศให้ คุณพ่อสำเร็จ ทิตาวงศ์