กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้ บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ ให้คำแนะนำในการปฏิบัติกรรมฐาน แนะนำการสวดมนต์ที่ถูกต้อง


ข่าวประกาศ โดย บ้านโลกทิพย์

สนใจโฆษณาสินค้าในเว็บ ติดต่อสอบถามได้ที่ Webmaster 095-9607323 (เอ็มเจ)

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
61
ห้อง"กันต์เอง" / จิตที่ฝักใฝ่สิ่งใด ใจจะดึงดูดหาสิ่งนั้น
« กระทู้ล่าสุด โดย หมอเจี๊ยบ เมื่อ มิถุนายน 11, 2015, 11:01:46 PM »
จิตที่ฝักใฝ่สิ่งใด ใจจะดึงดูดหาสิ่งนั้น
********************************
ก่อนอื่นขอเน้นย้ำให้ทุกท่าน ใช้วิจารณญาณในการรับฟังบทความต่อไปนี้นะครับ เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้นมิได้มีเจตนาให้ใครลุ่มหลงงมงายหรือไปขัดแย้งลบล้างความเชื่อของผู้ใด
เราจะเห็นว่า ทำไมทุกวันนี้ ถึงแม้จะมีข่าวการแอบอ้าง สร้างตนเอง เป็นผู้วิเศษ หรือร่างทรงองค์เจ้ากันมากเหลือเกิน มีการจัดงานพิธีกันอย่างยิ่งใหญ่ หรือแม้กระทั่งลูกศิษย์ที่เข้าไปขอทำพิธีกรรมด้วย ทั้งที่ทั้งที่มีจริง และทำกันเป็นเทวพาณิชย์ ทำให้มีผู้เดือดร้อนถูกหลอกลวงมามาก ก็ยังมีให้เราเห็นอยู่เสมอๆ บางครั้งอาจจะถึงตาเราบ้างก็ได้
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า สิ่งเหล่านั้นจริงหรือไม่ ? ตัวน้องกันต์คงไม่สามารถไปตัดสินใครได้ว่าเป็นจริงหรือไม่จริง เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นความเชื่อของแต่ละคน มีหลายท่าน ได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้จากการไปร่วมพิธีกรรม เช่น การเปิดกรรม เปิดจิต เชิญองค์ หรือพิธีที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่มองไม่เห็น อย่างที่เคยเล่าไปบ้างแล้วว่า เป็นการเปิดประตูทางเชื่อมระหว่างอีกมิติได้จริง แต่เป็นประตูเชื่อมกับเบื้องบนหรือเบื้องล่างกันล่ะ?
ดวงจิตตามสถานที่นั้นๆ จะใช้โอกาสนี้แทรกผ่านจิตเราได้ หากครูบาอาจารย์ท่านไม่ได้ลงมารองรับ จนกลายเป็นการแอบแฝงอยู่ในจิตเรา มีหลายท่านโทรมาเล่าว่า อยากรู้อยากลองคิดว่าคงไม่เป็นไร แต่ หลังจากกลับมาแล้วมีอาการต่างๆ ที่ไม่ใช่ตัวเอง ไม่รู้ว่ามันจะเกิดได้จริงๆ และไม่รู้ว่าตนเองเป็นอะไร ต้องทำยังไงต่อไปดี ท่านอาจจะสงสัยว่า จิตวิญญาณเหล่านั้นเข้ามาได้อย่างไร ก็เพราะจิตเราเปิดรับ และดึงน้อมเข้ามาสู่ตัวเอง พิธีกรรมหรือผู้กระทำพิธีกรรมเป็นเพียงแค่สื่อกลางเท่านั้น ตัวเราต่างหากที่เป็นชนวน
หรือในกรณีที่ หลายท่านเคยไปเปิดกรรม ที่มีการตั้งจิตแล้วเชิญสิ่งที่มองไม่เห็นมาสื่อบอกแสดงให้รู้ เช่น การนั่งออกกรรม ระเบิดจิต เพื่ออยากรู้ว่าตัวเองติดกรรมหรือมีกรรมกับใคร และอาจจะมีอาการเหมือนเจ้ากรรมนายเวรมาสิง หรือแสดงอาการร้องทุรนทุราย จิตแบบนี้ คือจิตที่สามารถสื่อถึงกรรมตัวเองได้จริง หรือเป็นการสะกดจิตตัวเองกันแน่ ก็คงมีแต่ท่านที่ตอบได้ แต่ประเด็นคือ เมื่อจิตเราเปิดรับ หรือพยายามแสวงหาสิ่งที่เรียกว่าวิบากกรรม ครูบาอาจารย์ท่านได้สอนว่า มันคือเดิมพันราคาแพง เมื่อการรู้นั้นเกิดขึ้น สิ่งนั้นจะวิ่งเข้ามาหาเราในทันที พูดง่ายๆคือ เป็นตัวเร่งเร้าวาระให้ผลกรรมนั้นหรือเจ้ากรรมนายเวรให้ผลไวขึ้น เพราะกฎแห่งกรรมมีวาระเวลาของเขา หากมีการละเมิด ข้ามกฏ ก้าวล่วงเข้าไป เราก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบผลของการกระทำนั้นเอง
ทั้งสองกรณี ไม่ว่าจะมีจริงหรือไม่ แต่มีทั้งด้านดี และด้านลบเสมอ ที่บางท่านไม่ได้นึกถึง ก็ขึ้นอยู่กับสภาวะจิตนั้น ฝักใฝ่ในสิ่งใด ใจเราก็จะดึงดูดสภาวะนั้นเข้ามาสู่ตัวเอง เมื่อมองหาสิ่งที่มองไม่เห็น พิสูจน์ไม่ได้ สิ่งที่เข้ามาหาเราก็จะมองไม่เห็นและพิสูจน์ไม่ได้เช่นกัน หรือหากมองหา วิบากของกรรม ผลนั้นก็จะส่งผลให้ทราบให้รู้ ใครอยากได้รู้ได้ทราบกันต์ไม่ว่า แต่ขอให้ทราบวิธีรับมือ จัดการกับสิ่งที่จะเกิดกับตัวเองด้วย เพราะกฎแห่งกรรมยิ่งใหญ่กว่าที่ท่านหรือใครจะหยั่งรู้ได้

หมายเหตุ .... แอดมินหมอเจี๊ยบขออนุญาตินำบทความของน้องกันต์ในเฟสมาลง อันเนื่องมาจากความไม่สะดวกที่น้องกันต์ ไม่สามารถใช้ pc ได้ในขณะนี้ แต่แอดมินหมอเจี๊ยบจะนำบทความที่น้องกันต์เขียนในเฟสมาโพสต์ต่อในนี้แทนครับ จนกว่าน้องกันต์จะสามารถเข้าเวปบ้านโลกทิพย์ได้ด้วยตนเองครับ
62
ห้อง"กันต์เอง" / ปลูกอะไรดี ?
« กระทู้ล่าสุด โดย หมอเจี๊ยบ เมื่อ มิถุนายน 11, 2015, 10:55:28 PM »
 ปลูกอะไรดี ?
***************

มีบริษัทแห่งหนึ่งทำกิจการเกี่ยวกับด้านการลงทุน ผู้บริหารของบริษัทนี้ตั้งใจที่จะปลดเกษียณตัวเอง และมอบตำแหน่งให้แก่พนักงานคนใดคนหนึ่งในบริษัทซึ่งมีถึง 100 คน พอพนักงานได้ทราบข่าวถึงกับประหลาดใจ แต่มีข้อตกลงว่า ผู้บริหารจะมอบเมล็ดพันธ์ให้คนละ 1 เม็ด แล้วให้พนักงานนำไปปลูกที่บ้าน แล้วหลังจากนั้นอีก 1 ปี นำกลับมาให้ผู้บริหารดูว่าใครจะดูแลใส่ใจได้ดีที่สุด

ผ่านไปไม่นานมีพนักงานคนหนึ่ง กลุ้มอกกลุ้มใจที่เมล็ดพันธุ์ของตน ยังไม่งอกออกใบเลย ทั้งๆที่คนอื่นต่างพูดกันถึงแต่ต้นไม้ของตัวเอง
เขาพยายามรดน้ำ ใส่ปุ๋ย หาเศษฟางมาคลุม เปิดไฟ เปิดเพลงให้เมล็ดพันธุ์นั้น แต่ไม่ว่าจะทำวิธีไหนต้นไม้นั้นก็ยังไม่งอกขึ้นมาเลย

เขาจึงมีความคิดว่า ถ้าถึงเวลาเอากระถางเปล่านี้ไปส่งให้ผู้บริหารดู ต้องถูกตำหนิติเตียนว่าไม่มีความสามารถ และคนในบริษัทต้องหัวเราะเยาะแน่ๆ

คิดไปก็ยิ่งทุกข์ เขาจึงคิดว่าจะไปหาเมล็ดพันธุ์ใหม่มาปลูกดีกว่า แต่เขาคิดถึงคำที่ผู้มีพระคุณสอนว่า " เราต้องจริงใจ ซื่อตรง " เขาจึงยอมที่จะเลือกส่งกระถางเปล่าๆ

เมื่อครบ 1 ปี พนักงานในบริษัทต่างพากันนำต้นไม้ของตนมาอวดโชว์กัน ว่าของตนสมบูรณ์แข็งแรงแค่ไหน มีแต่เขาที่เอากระถางแอบๆไว้หลังห้องประชุม เมื่อผู้บริหารมาถึงและขอตรวจดูต้นไม้ทุกต้น จนมาถึงกระถางเปล่าๆของเขา แต่ไม่พูดอะไร

แล้วได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า พนักงานคนนี้ พลางชี้มาที่เขา ที่กำลังถือแต่กระถางเปล่าว่า " เขาคือผู้บริหารคนต่อไป "

พนักงานต่างแสดงความไม่พอใจว่าทำไม เขาถึงได้ตำแหน่งทั้งๆที่ ต้นไม้ของเขามีแต่กระถางเปล่าๆ

ผู้บริหารจึงประกาศว่า " ก็เมล็ดพันธุ์ที่ให้ไปทั้งหมด ถูกต้มจนสุกแล้ว จะปลูกขึ้นได้อย่างไร แสดงว่า อีก 99 คนที่เหลือต้องเอาเมล็ดพันธุ์อื่นมาปลูกแทน
เขาคนนี้จึงควรค่าแก่ตำแหน่งผู้บริหารคนต่อไปมากที่สุดนั้นเอง"

เรื่องราวนี้ให้ข้อคิดกับเราว่า
***************************

เมื่อคุณปลูกความซื่อสัตย์ คุณก็จะได้รับความไว้วางใจ
เมื่อคุณปลูกความดี คุณก็จะได้รับมิตรภาพ
เมื่อคุณปลูกความอ่อนน้อมถ่อมตน คุณก็จะได้รับความยิ่งใหญ่
เมื่อคุณปลูกความพากเพียร คุณก็จะได้รับความสำเร็จ
เมื่อคุณปลูกความพิจารณา คุณก็จะได้รับความละเอียดลออ
เมื่อคุณปลูกความทำงานหนัก คุณก็จะได้รับความสำเร็จ
เมื่อคุณปลูกการให้อภัย คุณก็จะได้รับการคืนดี

ดังนั้น … กันต์อยากให้ทุกท่านลองปลูก ‪#‎การให้‬ ดูบ้าง ว่าวันนี้เราได้ทำตัวเป็นผู้ให้ที่ดี ต่อสังคม ต่อส่วนรวม อย่างไรบ้าง แล้วเขียนมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

ตรองดูสักนิดว่าท่านจะปลูกอะไรที่ไม่ดี ท่านก็จะกำหนดสิ่งที่ท่านจะได้รับได้อย่างนั้น

เพราะแค่เปลี่ยนความคิด ชีวิตคุณก็เปลี่ยนได้นะครับ

หมายเหตุ .... แอดมินหมอเจี๊ยบขออนุญาตินำบทความของน้องกันต์ในเฟสมาลง อันเนื่องมาจากความไม่สะดวกที่น้องกันต์ ไม่สามารถใช้ pc ได้ในขณะนี้ แต่แอดมินหมอเจี๊ยบจะนำบทความที่น้องกันต์เขียนในเฟสมาโพสต์ต่อในนี้แทนครับ จนกว่าน้องกันต์จะสามารถเข้าเวปบ้านโลกทิพย์ได้ด้วยตนเองครับ
63
ห้อง"กันต์เอง" / ถ้าคุณแน่ อย่าแพ้ แม่ห่าน
« กระทู้ล่าสุด โดย หมอเจี๊ยบ เมื่อ มิถุนายน 11, 2015, 10:53:33 PM »
ถ้าคุณแน่ อย่าแพ้ แม่ห่าน
*************************

พอดีกันต์นั่งนึกถึงวันเวลาเก่าๆ ในช่วงอดีตที่ผ่านมา ก็จะนึกถึงสมัยตอนเด็กที่เลี้ยง ห่าน หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ทำไม? มีสัตว์ตั้งมากมายทำไมไม่เลี้ยง เพราะห่านทั้งเสียงดัง และชอบทำร้ายคน แต่ถ้ารู้จักนิสัยของมันจริงๆ มันเป็นสัตว์ที่รักลูกมาก และอดทนสูง

แรกๆที่แอบทุบกระปุกซื้อมาเลี้ยง แม่ไม่ได้อนุญาต แต่ด้วยความรั้น แม่จึงบอกว่า เลี้ยงและดูแลเองให้ได้นะ กันต์จึงไปหารั้วไม้มากั้นทำเป็นเล้า และเฝ้าดูมันโตทุกวันๆ จนมันเริ่มไข่ฟองแรก กันต์ดีใจมาก เฝ้าจดเอาไว้ใส่ปฏิทิน แต่มานั่งแปลกใจว่า มันไม่ได้ไข่ทุกวันๆ สองวันหรือสามวันถึงจะไข่ 1 ฟอง จนกระทั่งถึงวันที่แม่ห่านฟักไข่ กันต์พยายามเอาข้าวและน้ำไปให้มัน แต่มันก็ไม่ยอมออกมากิน ฟักไข่ไม่ยอมไปไหน จนตัวผอมซูบ กันต์กลับจากโรงเรียนก็จะไปเฝ้ามองมัน แม่ห่านจะหวงไข่มาก จะส่งเสียงดังขู่เรา ตอนนั้นจึงได้แต่นับวันคอยว่าเมื่อไหร่ ไข่จะฟักออกมา

ด้วยความที่ยังเป็นเด็กไม่รู้เรื่องอะไร จึงไปถามแม่ว่า แม่อีกกี่วันมันถึงจะฟักออกมา?
แม่บอกว่า ก็คงจะเท่าๆแม่ไก่ละมั้ง ประมาณ 3 อาทิตย์หรือ 21 วัน แต่กันต์ก็นั่งนับวันในปฏิทินจนครบแล้ว ก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะฟักออกมาเลย

จึงไปถามน้าที่เลี้ยงเป็ดอีกว่า อีกนานไหมไข่ถึงจะฟักออกมา น้าบอกว่าคงเท่าๆแม่เป็ดละมั้ง ประมาณ 1 เดือนหรือ 28 วัน แต่กันต์รอจนครบก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะฟักออกมาเลย

กันต์เริ่มถอดใจ และคิดว่า แม่ห่านคงจะไม่รู้ว่าไข่ของตัวเอง คงเน่าเสีย ไปหมดแล้ว จึงพยายามอุ้มมันออกมาจากรังฟัก แต่มันก็ร้องและไม่ยอมหนีห่างจากไข่ของมัน
กันต์จึงบอกมันว่า งั้นก็ฟักต่อไปเถอะ เดี๋ยวก็ผอมอดตายอยู่ในรังของแกนี่ล่ะ

แต่แล้ว ผ่านไปเช้าวันหนึ่ง กันต์ได้ยินเสียงร้องจึงไปดูที่เล้า โอ้ ลูกห่านเต็มไปหมดเลย และได้มารู้ทีหลังว่าแม่ห่านจะใช้เวลาฟักไข่ถึง 36 วัน

ท่านอ่านมาถึงตรงนี้ก็คงจะไม่ได้รู้สึกอะไรนักหนา แต่กันต์กำลังจะเปรียบเทียบกับ ท่านทั้งหลายที่ส่งข้อความคำถามเข้ามา น้อยใจ หรืออยากรู้ว่าทำไมปฏิบัติธรรมแล้ว ทำทุกอย่างแล้ว ยังไม่ดีขึ้นเลย

กันต์จึงอยากให้ข้อคิดท่านว่า เราก็เปรียบเสมือนแม่ห่าน หน้าที่ของเราคือฟักไข่ เราจะไปเร่งรัดให้ไข่ออกไวๆ หรือจะใช้ขนอีกมากมาห่มไข่ไว้ ไข่ก็มีกำหนดฟักเหมือนเดิม เหมือนกรรมหากเขาถึงวาระให้ผล เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ทันแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เราต้องใช้ คือการอดทนรอ ให้กรรมนั้นให้ผลสิ้นสุด เราจะทำตัวเหมือนแม่ไก่ หรือผู้ที่เขามีกรรมเบาบาง เขาก็ผ่านพ้นวิบากกรรมได้เร็ว หรือจะทำตัวเหมือนแม่เป็ด ที่มีกรรมปานกลาง อาศัยการปฏิบัติช่วงเวลาหนึ่ง ก็สามารถผ่านพ้นได้

แต่หากบางครั้ง เราเหมือนแม่ห่าน เราต้องทำใจยอมรับธรรมชาติของเรา หรือกรรมของเรา ถ้าท่านทำมาดีแล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลา ท่านถอดใจเสียก่อน ไข่นั้นก็คงไม่ฟักได้ หมายความว่า ความสำเร็จหรือสิ่งที่ท่านรอคอย เฝ้าพากเพียรปฏิบัติมา คงไร้ความหมาย

สิ่งนี้จากเด็กเล็กๆ ที่ไม่รู้เรื่องเลยว่า เลี้ยงห่านอย่างไร แต่อาศัยการเฝ้ามองอย่างใส่ใจ ถึงแม้บางครั้งมีคำถาม แต่เรามักจะได้คำตอบจากการเรียนรู้นั้นด้วยตัวเอง

วันนี้กันต์ได้มีโอกาสกลับมาเฝ้าดูแม่ห่านอีกแล้ว แต่ไม่ใช่ห่านของผมที่กำลังฟักไข่ แต่เป็นทุกท่านที่กำลังบ่มเพาะความอดทน ความพยายาม ความแน่วแน่ไม่ย่อท้อ และสักวันไข่ของท่าน จะฟักความสำเร็จออกมาได้อย่างแน่นอน

กันต์ขอให้กำลังใจทุกท่านที่กำลังตั้งใจปฏิบัติ ถ้าคุณแน่ อย่าแพ้ แม่ห่านนะครับ

อย่าลืมว่า แค่เราเปลี่ยนความคิด ชีวิตเราก็เปลี่ยนได้นะครับ

หมายเหตุ .... แอดมินหมอเจี๊ยบขออนุญาตินำบทความของน้องกันต์ในเฟสมาลง อันเนื่องมาจากความไม่สะดวกที่น้องกันต์ ไม่สามารถใช้ pc ได้ในขณะนี้ แต่แอดมินหมอเจี๊ยบจะนำบทความที่น้องกันต์เขียนในเฟสมาโพสต์ต่อในนี้แทนครับ จนกว่าน้องกันต์จะสามารถเข้าเวปบ้านโลกทิพย์ได้ด้วยตนเองครับ
64
ห้อง"กันต์เอง" / เรื่องแมวน้อยของผม
« กระทู้ล่าสุด โดย หมอเจี๊ยบ เมื่อ มิถุนายน 11, 2015, 10:52:15 PM »
เรื่องแมวน้อยของผม
********************

วันนี้ตอนเย็นมีเรื่องราวเกิดขึ้นที่บ้านของผม ขณะที่กำลังทานข้าวเย็น ก็เห็น ลูกแมวทั้ง 3 ที่เพิ่งคลอดมาได้ไม่นาน วิ่งเล่นหยอกกันตามประสาสัตว์ กับแม่ของมันอยู่ที่หลังบ้าน

แต่ผ่านไปไม่นาน กันต์ก็ได้ยินเสียงร้อง ของแม่แมว พร้อมกับลูกแมวที่เหลือวิ่งกรูกันออกมา ด้วยความมืดเห็นแต่แม่แมวยืนมองอยู่ข้างรั้วไม่ยอมไปไหน จึงใช้ไฟฉายส่องดู เห็นแต่ร่องรอยของการวิ่งไป ของแมวป่าตัวใหญ่ ที่ชอบมาหาอาหารกิน แต่วันนี้อาหารของมันคือลูกแมว สีดำ 1 ตัว

เมื่อได้เห็นเหตุการณ์ แวบแรกที่คิดคือ
‪#‎น่าสงสารเหลือเกินทำไมแมวป่าต้องทำแมวน้อยๆของเราด้วย‬

อีกความคิดคือ ‪#‎ทำไมแม่แมวถึงไม่ยอมปกป้องลูกของมันให้ดีกว่านี้‬

แต่สติรีบดึงความคิดกลับมา แล้วค่อยๆอุ้มลูกแมวที่เหลือมาไว้หน้าบ้านแทน

เมื่อมีอารมณ์ทรงความเป็นกลางปรกติแล้ว จึงรีบพิจารณาให้เห็นสภาวะของเราที่เกิดขึ้น จึงนึกถึงคำสอนของพระพุทธองค์ที่ว่า

" ภิกษุทั้งหลาย. ! ภัย ๓ อย่าง ที่มารดาและบุตรช่วยกันไม่ได้นั้น เป็นอย่างไรเล่า ?
สามอย่าง คือ
‪#‎สมัยที่ไฟไหม้ใหญ่‬ เป็นอย่างหนึ่ง,
‪#‎สมัยที่น้ำท่วมใหญ่‬ เป็นอย่างที่สอง, ‪#‎สมัยที่หนีโจรขบถเป็นอย่างที่สาม‬;
เหล่านี้บางคราวมารดาและบุตรก็ช่วยกันและกันก็ไม่ได้ มารดาก็ช่วยบุตรไม่ได้ บุตรเองก็ช่วยมารดาไม่ได้
แต่ปุถุชนผู้ไม่มีการสดับมากล่าวว่าเป็นภัยที่มารดาและบุตรก็ช่วยกันไม่ได้ไปเสียทั้งหมด.

ภิกษุ ทั้งหลาย. ! ภัยที่มารดาและบุตรช่วยกันไม่ได้(โดยแท้จริง) ๓ อย่างเหล่านี้ มีอยู่สามอย่าง คือ
‪#‎ภัยเกิดจากความแก่‬ (ชราภยํ),
‪#‎ภัยเกิดจากความเจ็บไข้‬ (พฺยาธิภยํ),
‪#‎ภัยเกิดจากความตาย‬ (มรณภยํ).
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! มารดาไม่ได้ตามปรารถนากับบุตรผู้แก่อยู่อย่างนี้ว่า เราแก่เองเถิด บุตรของเราอย่าแก่เลย; หรือบุตรก็ไม่ได้ตามปรารถนากะมารดาผู้แก่อยู่อย่างนี้ว่าเราแก่เองเถิด มารดาอย่าแก่เลย ดังนี้.

มารดาก็ไม่ได้ตามปรารถนาว่า เราเจ็บไข้เองเถิดมารดาของเราอย่าเจ็บไข้เลย; หรือบุตรก็ไม่ได้ตามปรารถนาว่า เราเจ็บไข้เองเถิด มารดาของเราอย่าเจ็บไข้เลย ดังนี้.

มารดาก็ไม่ได้ตามปรารถนาว่า เราตายเองเถิดบุตรของเราอย่าตายเลย; หรือบุตรก็ไม่ได้ตามปรารถนา
ว่าเราตายเองเถิด มารดาของเราอย่าตายเลย ดังนี้.

ภิกษุ ทั้งหลาย. ! เหล่านี้แล เป็นภัยที่มารดาและบุตรช่วยกันไม่ได้ ๓ อย่าง.

เมื่อพิจารณาได้แล้วจึงตอบคำถามตนเองได้ว่า
‪#‎แท้แล้วแมวป่าตัวนั้น‬ ก็เปรียบเสมือนพญามัจจุราชที่ต้องพรากความตายของสัตว์ทั้งหลาย ตามเวลาของตน

‪#‎แท้แล้วแม่แมวเองก็อยากปกป้องลูกของตน‬ แต่กำลังของแมวป่ามีมากเกินจะเอาชนะได้ เปรียบเหมือนไม่มีใครเอาชนะความตาย ตามวาระแห่งกรรมในตนได้

สุดท้ายกันต์จึงต้องปลงใจและถอดถอนออกจากความยึดมั่นถือมั่นว่า เราเองได้ให้การดูแลเลี้ยงดูมันอย่างดีที่สุดแล้ว แต่มันได้ถึงเวลาชดใช้กรรม และหมดอายุไขยลงแล้ว และคงดับจิตไปเกิดตามวาระบุญบาปที่มันสร้างทำมา

กันต์ขอฝากเรื่องนี้ถึงพี่สาวใจดีท่านหนึ่ง แต่ไม่ได้มีเจตนาตอกย้ำความรู้สึกเศร้าหมองจากการสูญเสีย บุตรไปในวัยอันน้อย กันต์เข้าใจหัวอกของแม่ ว่าย่อมทำใจยาก แต่หากเรายังโกรธแค้นในโชคชะตาหรือนึกเสียใจ ว่ามันคือความผิดของแม่ ที่ดูแลลูกไม่ดีก็คงไม่ใช่ เราได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว แต่ทุกอย่างได้ถูกกำหนดเอาไว้หมดแล้ว ยากเกินกว่าที่เราจะควบคุม เปลี่ยนแปลงมันได้

กันต์อธิษฐานให้ดวงจิตลูกแมวนั้นจงไปสู่สุขคติ อย่าได้มาเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานที่ทุกข์ทรมานอีกเลย และจะขอจำมันไว้ แค่ในความทรงจำ แต่ไม่ใช่ความรู้สึก

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพี่สาวจะแวะเวียนมาอ่าน และขอเป็นกำลังใจให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างเห็นความเป็นจริงของธรรมมะ และขอให้ผลบุญจากการให้ธรรมทานนี้ ส่งผลให้น้องได้ไปจุติยังภพภูมิที่ดีที่สุดด้วยเทอญ สู้ๆนะครับพี่

หมายเหตุ .... แอดมินหมอเจี๊ยบขออนุญาตินำบทความของน้องกันต์ในเฟสมาลง อันเนื่องมาจากความไม่สะดวกที่น้องกันต์ ไม่สามารถใช้ pc ได้ในขณะนี้ แต่แอดมินหมอเจี๊ยบจะนำบทความที่น้องกันต์เขียนในเฟสมาโพสต์ต่อในนี้แทนครับ จนกว่าน้องกันต์จะสามารถเข้าเวปบ้านโลกทิพย์ได้ด้วยตนเองครับ
65
ห้อง"กันต์เอง" / ข้อคิดของน้องกันต์1
« กระทู้ล่าสุด โดย หมอเจี๊ยบ เมื่อ มิถุนายน 11, 2015, 10:49:51 PM »
วันนี้กันต์ได้นำเอาชีวิตจริงๆของตัวเอง เล่าให้พี่ๆที่มาฟังธรรมว่า เมื่อก่อนตอนที่ชีวิตพลิกผัน และเริ่มค้นหาสัจธรรมของชีวิต ได้รู้สิ่งหนึ่งคือเราไม่มีวันพบได้หรอก ถ้าเรายังเอาตัวเราวางไว้บนที่ที่อยากอยู่ เช่นบางคนตกงาน จึงอยากได้งานดีๆ แฟนทิ้งไป จึงอยากให้แฟนกลับมา หรือหาได้ใหม่ที่ดีกว่าเดิม หรือทุกข์เพราะหนี้สิน แต่ยังอยากเข้าห้างเที่ยวผับอยู่

กันต์จึงจะบอกว่า แท้แล้วสัจธรรม อยู่ภายใต้ความอยากและความคิดต่างๆ
ไม่ใช่อยู่แค่ใต้สิ่งที่เราคาดหวัง แต่อยู่ใต้จุดที่เราต้องผิดหวังเสียอีก
กันต์พลิกชีวิตจากคนทำงานบริษัทตำแหน่งดีๆ แล้วต้องไปเป็นเด็กล้างจาน ทำงานในร้านข้าวมันไก่ อยู่กับคนงานชาวเขมร
นั้นจึงเป็นการได้เข้าไปค้นพบ ‪#‎สัจธรรม‬
ว่า จากสูงมาต่ำติดดินได้ ก็ต้องมีต่ำจนติดลบได้

เพราะความจริงของธรรมชาติ คือ ไม่ไช่แค่สมหวัง หรือผิดหวัง แต่มันคือ สิ้นหวัง และต้องอยู่กับกำลังใจที่ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ ให้ได้ เพราะถ้าเราไม่ได้อะไรจากการหมดสิ้นหวังนั้นเลย เราเรียกว่า ‪#‎การพ่ายแพ้แล้วยอมแพ้‬ แต่หากเห็นความจริงของชีวิตแล้ว เริ่มสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ถึงแม้จะไม่ได้เท่าเดิมก็ตาม นี่เราเรียกว่า ‪#‎เห็นสัจธรรมแล้วเดินต่อไป‬

ขอเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ที่ยังคิดว่าแพ้ แต่ที่แท้อาจจะชนะได้สักวันครับ

หมายเหตุ .... แอดมินหมอเจี๊ยบขออนุญาตินำบทความของน้องกันต์ในเฟสมาลง อันเนื่องมาจากความไม่สะดวกที่น้องกันต์ ไม่สามารถใช้ pc ได้ในขณะนี้ แต่แอดมินหมอเจี๊ยบจะนำบทความที่น้องกันต์เขียนในเฟสมาโพสต์ต่อในนี้แทนครับ จนกว่าน้องกันต์จะสามารถเข้าเวปบ้านโลกทิพย์ได้ด้วยตนเองครับ
66
ห้อง"กันต์เอง" / สายบุญสายธรรม
« กระทู้ล่าสุด โดย หมอเจี๊ยบ เมื่อ มิถุนายน 11, 2015, 10:48:22 PM »
สายบุญสายธรรม
******************

ในเมื่อครั้งก่อนพุทธกาลย้อนไป มีสองสหายหนุ่ม เป็นเพื่อนรักกันมาก ทั้งสองเติบโตร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา จนกระทั่งหนึ่งในสหายนั้นได้ทราบข่าวว่า มีพระพุทธเจ้าทรงมาโปรดแสดงธรรม อยู่ไม่ไกลจากที่นี้ จึงได้ชักชวนสหายรักของตนว่า

มีพระพุทธเจ้าเสด็จมาอยู่ไม่ไกล เราไปฟังธรรมจากพระองค์กันเถิดสหาย .! แต่ทว่าสหายรักของตนกลับบอกปฏิเสธ ว่า " พระพุทธเจ้าอะไรกันเรามิสนใจดอก เจ้าไปแต่เพียงผู้เดียวเถิด " แต่สหายผู้ชวนก็ยังไม่ยอมท้อ ผ่านไปอีกวันจึงไปชวนอีกว่า " พระพุทธเจ้าท่านเป็นผู้ทรงรู้ทุกสิ่ง เราจะได้ความรู้จากพระองค์อีกมาก ไปด้วยกันเถิดนะ "
สหายรักก็ปฏิเสธ จนครั้งที่ 3 จึงเห็นแก่ความรำคาญที่ไม่อยากให้สหายชวนอีก จึงยอมไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และได้ฟังธรรม จนบรรลุแจ้งแก่ตน บังเกิดดวงตาเห็นธรรม สหายรักผู้นั้นจึงเกิดความปิติ ยินดีขอบคุณในสหายผู้ชักชวนเป็นอันมาก

เมื่อกาลเวลาผ่านไป สหายทั้งสองบำเพ็ญตนจนผู้หนึ่งได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ท่านอาจจะคิดว่า คือสหายผู้ชักชวนผู้นั้นแน่นอน แต่มิใช่ครับ !

พระองค์ตรัสว่า ‪#‎เราคือสหายผู้ที่ถูกชักชวนต่างหาก‬

กันต์เองต้องขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่าน ที่ได้มอบโอกาสให้ได้ทำหน้าที่เผยแผ่ ดูแล และชักชวนผู้ที่ยังหลงทาง ได้เดินตามรอยธรรมของพระพุทธองค์ ให้พาตนพ้นออกจากทุกข์ กันต์คงจะเดินมาและไปต่อไม่ได้ หากไม่มีผู้ที่เป็นแรงสนับสนุนพลักดัน ทั้งทุนทรัพย์ ปัจจัย กำลังใจ และสถานที่ เพื่อบังเกิดเป็น สายบุญสายธรรม ให้แผ่กว้างออกไป และผู้ที่ได้มาฟังธรรมยังสามารถส่งต่อไปยังผู้อื่นได้อีกมาก หากด้วยเพียงกำลังของตนก็คงจะไม่เพียงพอ

ดังนั้นหากญาติธรรมท่านใด มีความศรัทธาที่จะร่วมด้วยช่วยกันกับโครงการ
‪#‎บรรยายธรรมทั่วประเทศ‬ โดยน้องกันต์ร่วมกับพี่หนิงณัฐภูเบศร์ เมธีรัตน์วรากร สามารถติดต่อสอบถาม หรือร่วมบริจากปัจจัยในการเดินทาง ค่าอาหารและที่พัก ผ่านทางพี่หนิง เด็กวัด ได้โดยตรงนะครับ ส่วนค่าใช้จ่ายจำเป็นที่จะเห็นสมควรของ กันต์คงให้พี่หนิงเป็นคนพิจารณา

หน้าที่ของน้องกันต์จริงๆ ตั้งใจว่า จะอุทิศตนให้ธรรมเป็นทาน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจในเจตนารมณ์นะครับ

หมายเหตุ .... แอดมินหมอเจี๊ยบขออนุญาตินำบทความของน้องกันต์ในเฟสมาลง อันเนื่องมาจากความไม่สะดวกที่น้องกันต์ ไม่สามารถใช้ pc ได้ในขณะนี้ แต่แอดมินหมอเจี๊ยบจะนำบทความที่น้องกันต์เขียนในเฟสมาโพสต์ต่อในนี้แทนครับ จนกว่าน้องกันต์จะสามารถเข้าเวปบ้านโลกทิพย์ได้ด้วยตนเองครับ
67
ห้อง"กันต์เอง" / บางครั้ง
« กระทู้ล่าสุด โดย หมอเจี๊ยบ เมื่อ มิถุนายน 11, 2015, 10:47:14 PM »
บางครั้งการที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว มันก็มีบ้างที่เหงา แต่เมื่อนึกถึงว่ายังมีตัวเราที่คอยเป็นเพื่อนเรา ความเหงาก็ถูกแทนที่ด้วยกำลังใจ

แต่หากเรายังรู้สึกขาดหาย ต้องการใครสักคน
ลองถามตัวเองก่อนว่า " จะเอาคนคนนั้นมาเติมเต็มความรู้สึกนั้นให้ ? หรือมีเขาเพื่อสร้างเป็นกำลังใจของเราขึ้นมา ?

หลายคนโหยหาโดยที่ยังทำตัวเหมือนเดิมเพราะอยากหาสิ่งเติมเต็มให้ชีวิต คุณอาจจะลืมคิดไปว่านั้นคือ ‪#‎การเห็นแก่ตัว‬

แต่หากเราพยายามสร้างคุณค่า เปลี่ยนแปลงแก้ไขตัวเองให้ดีขึ้นแล้ว เพียงอยากมีใครอยู่ข้างๆ คอยเป็นแรงบันดาลใจ เขาจะมีตัวตนหรือไม่ ก็ไม่สำคัญแล้ว

คิดดีๆแล้วมันต่างกันนะครับ เพราะถ้าวันใดเขาคนนั้นต้องหายไป ส่วนหนึ่งของชีวิตอาจจะหายไปตาม แต่กำลังใจยังคงอยู่เท่าเดิม ‪#‎รักตัวเองให้เป็นก่อนจะเริ่มรักใครนะครับ‬

หมายเหตุ .... แอดมินหมอเจี๊ยบขออนุญาตินำบทความของน้องกันต์ในเฟสมาลง อันเนื่องมาจากความไม่สะดวกที่น้องกันต์ ไม่สามารถใช้ pc ได้ในขณะนี้ แต่แอดมินหมอเจี๊ยบจะนำบทความที่น้องกันต์เขียนในเฟสมาโพสต์ต่อในนี้แทนครับ จนกว่าน้องกันต์จะสามารถเข้าเวปบ้านโลกทิพย์ได้ด้วยตนเองครับ
68
ห้อง"กันต์เอง" / คนจมน้ำ (ตา)
« กระทู้ล่าสุด โดย หมอเจี๊ยบ เมื่อ มิถุนายน 11, 2015, 10:45:29 PM »
คนจมน้ำ (ตา)
*************
หลายท่านที่ผมเฝ้ามองชีวิตผ่านโลกเล็กๆออนไลน์นี้ ท่านอาจจะคิดว่าไม่มีใครสนใจเรา แต่มีผมคนหนึ่งที่เฝ้าคอยติดตามอยู่เงียบๆ
โดยเฉพาะ ‪#‎คนที่เคยเข้ามาปรึกษาปัญหาทุกข์ใจ‬

แต่ไม่ว่าท่านจะปกปิด หรือซ่อนความทุกข์ใจนั้นไว้อย่างไร แต่มีคนเขามองเข้าไปในแววตา มองเข้าไปที่สภาวะอารมณ์ เพ่งเข้าไปที่ใจกลางความรู้สึก ก็รู้แล้วว่าท่านกำลัง กล้ำกลืนฝืนทน และจมอยู่กับความทุกข์ในใจ ทำไมล่ะ?

สาเหตุใหญ่ๆคือ
*****************
‪#‎1รู้แล้วแต่ยังทำใจไม่ได้‬
คนกลุ่มนี้ รู้สาเหตุของทุกข์แล้ว แต่แรงกรรมยังหนักหนาเอาการ จิตยังรุ่มร้อน ทุรนทุรายจากความคิดของตัวเองมาก ต้องปฏิบัติอย่างอดทนต่อไปให้แรงบุญไปผ่อนแรงกรรมลง ทำได้ดีที่สุดคือ ‪#‎หยุดสร้างกรรม‬

‪#‎2รู้แล้วแต่ไม่ทำ‬
คนกลุ่มนี้รู้แล้วว่าควรจะต้องทำอย่างไร ถึงจะพาตนออกจากทุกข์ได้ เช่นรู้ว่าทุกข์นั้นมาจากบาปกรรมหนักในชาตินี้ แต่ยังมีข้ออ้าง ข้อต่อรอง รอโอกาส รอว่างๆ รอเงิน รอให้มีคนพาไป รอที่กรรมจะผ่อนลง รอให้บุญช่วย แต่ก็ทำได้แค่ ‪#‎รอ‬

‪#‎3รู้แล้วแต่ยังโวยวาย‬
คนกลุ่มนี้ ไม่เพียงแค่รู้ว่าเหตุของทุกข์นั้น คือตัวเรา และสิ่งที่เราทำ แต่ยังคอยปล่าวร้อง เรียกร้อง โหยหาปาฏิหาริย์ หรือโอดครวญถึงความเจ็บทุกข์ของตน แม้เขาคนอื่นได้ยิน แต่เสียงของเรายิ่งพาให้เขาถอยห่างๆออก และช่วยอะไรเรามากกว่านี้ไม่ได้ คิดให้ดีว่า ‪#‎ได้หรือเสีย‬

‪#‎4รู้แล้วเฉย‬
คนกลุ่มนี้ ยังดีที่รู้ว่าทุกข์ของตนเกิดจากอะไร จะพยายามสร้างสมบุญให้ช่วยผ่อนแรงกรรมก็ได้ แต่เลือกที่จะอยู่เฉยๆ อาจเพราะขี้เกียจ เบื่อหน่าย หมดกำลังใจ ไม่มีแรงสู้ต่อ รอแค่เวลาให้กรรมมันหมดไปเอง ให้กำลังใจตัวเองว่า มันคงดีขึ้นสักวัน ท่านเชื่อได้ แต่สุดท้ายไม่คิดหรือว่า ‪#‎ประมาทใจไป‬

‪#‎5รู้แล้วแต่ยังไม่หยุดตามหา‬
คนกลุ่มนี้ เชื่อในสาเหตุของความทุกข์ และรู้ในการปฏิบัติช่วยเหลือตนเอง แต่มันยังไม่พอ ยังคิดว่าต้องมีทางออกที่ดีกว่านี้ วิเศษกว่านี้ เร็วกว่านี้ ทันตาทันใจ หายไวเหมือนเนรมิต
ก็เทียวเสาะแสวงหา อวิชชาต่างๆอีก ใครจะห้ามได้ จนกว่าตัวเองจะรู้เองว่า ‪#‎นั่นคือทางตันที่ดันหลงเข้ามา‬

มีอีกหลายประเภทที่ยังไม่ได้ยกมากล่าว กันต์มิได้มีเจตนาไปต่อว่าต่อขาน หรือซ้ำเติมให้หมดกำลังใจลง แต่เห็นแล้วก็อยากเตือนสติให้คิดได้

" วังวนของคนทุกข์ เหมือนว่ายจมอยู่ในน้ำ
ใจอยากขึ้นไปบนฝั่ง แต่มือเท้าไม่ตะเกียกตะกายว่ายพาตนขึ้นมา
สุดท้ายมีสองทาง ไม่จมหาย ก็ตายเพราะหมดแรง "

(ขออภัยที่ต้องใช้วาจาตรงๆ หวังว่าจะเข้าใจเจตนารมณ์นะครับ)

หมายเหตุ .... แอดมินหมอเจี๊ยบขออนุญาตินำบทความของน้องกันต์ในเฟสมาลง อันเนื่องมาจากความไม่สะดวกที่น้องกันต์ ไม่สามารถใช้ pc ได้ในขณะนี้ แต่แอดมินหมอเจี๊ยบจะนำบทความที่น้องกันต์เขียนในเฟสมาโพสต์ต่อในนี้แทนครับ จนกว่าน้องกันต์จะสามารถเข้าเวปบ้านโลกทิพย์ได้ด้วยตนเองครับ
69
ห้อง"กันต์เอง" / ที่เราว่าแพ้ ที่แท้ชนะ
« กระทู้ล่าสุด โดย หมอเจี๊ยบ เมื่อ มิถุนายน 11, 2015, 10:44:10 PM »
ที่เราว่าแพ้ ที่แท้ชนะ
##############

กระทู้นี้ กันต์ขอเขียนเล่าเรื่องราว เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่พ่ายแพ้ต่อความทุกข์
ขออนุญาตท่านนำเรื่องราวชีวิตมาถ่ายทอดเป็นธรรมทาน

มีพี่สาวใจดีท่านหนึ่ง ชีวิตของเธอแต่งงานมาแล้ว มีลูกด้วยกัน แต่อยู่ๆวันหนึ่ง เกิดผิดใจกัน จนฝ่ายสามีตีตัวออกห่าง และจบชีวิตคู่ลงไป เหลือไว้แค่คำว่า พ่อของลูก แต่ไม่ใช่ ‪#‎สามี‬
ชีวิตของเธอเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตได้ขาดหายไป เธอใช้เวลาทำใจอยู่นาน อดทนเลี้ยงดูลูกจนโตมาได้ ธนูพิษรักนั้นยังปักอกเธอ ไม่มีวันจะถอดออกมาได้ เพราะ มันคือ ‪#‎ความฝังใจ‬

ผ่านมาหลายสิบปี โชคชะตาพาให้พบผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นคนดี เข้ามาจีบเธอ เอาใจเธอสารพัด จนเอาชนะกำแพงใจที่ปิดกั้นมานาน หลังจากนั้นความสัมพันธ์เริ่มมากขึ้น จนถึงขั้นเป็นคนรักกัน แต่ทว่า รักนี้ยังมีเงื่อนปม เพราะฝ่ายชายเองก็มีครอบครัวอยู่เช่นเดียวกัน
สัญญารักครั้งนี้จึงเป็นเพียงสัญญาใจ

เธอเองก็รักผู้ชายคนนี้มาก ตอบแทนความรู้สึกดีๆ ช่วยเหลือเขาด้วยเงินที่พอมี และยังช่วยเรื่องหน้าที่การงาน น่าตาในสังคม
แต่แล้ววันหนึ่ง เธอจึงได้ทราบว่า ผู้ชายคนนั้นมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอีกคน และดูแลผู้หญิงคนใหม่ ด้วยเงินของเธอเอง

สัญญารักครั้งนี้จึงแปรเปลี่ยนเป็นความแค้น อาคาต พยาบาท จากคนพูดดีต้องมาด่าทอสาบแช่งกัน เคยคิดถึงกัน อยากทำดีต่อกัน ต้องมาคิดหาวิธีทำร้าย และแก้แค้นกัน เธอกลายเป็นคน เครียดหนัก กินไม่ได้นอนไม่หลับ เหมือนโลกมันมืดลงไป และมีธนูพิษอีกดอก ตอกซ้ำแทงลงไป

แสงสว่างที่พอมองเห็นคือ ‪#‎แสงของพระธรรม‬
กันต์ทำได้เพียงประคับประคองความรู้สึกไม่ให้เธอคิดไปมากกว่านี้ แต่จะห้ามเลยคงทำไม่ได้ เพราะอำนาจแห่งแรงกรรม เหมือนไฟลูกใหญ่ที่ลุกเผาพลาญในใจ
เธอคิดแต่เพียง " เกลียด เกลียด และเกลียด"

สาเหตุนี้ มาจากกรรมตัวเดียว ที่ทำให้ต้องมาคอยทำร้ายกัน แต่กรรมเขาฉลาดกว่าเรามาก เขาจะทำให้เรารักกันมากๆ สนิทใจก่อน แล้วพอเราตายใจ เขาจะเริ่มต้นชำระคืนจากเราโดยไม่รู้ตัว เราจะรู้ได้อีกที ตอนที่จมอยู่กับความทุกข์เหมือนตายทั้งเป็นเสียแล้ว

กันต์บอกเธอไปว่า ทางเดียวที่เราจะหยุดทุกสิ่งลง คือ ‪#‎การอโหสิกรรม‬ เธอจึงบอกว่า เธอก็รู้ แต่เธอไม่สามารถทำได้ เพราะผู้ชายคนนี้ทำเธอเจ็บมาก เขาต้องได้รับผลอย่างสาสม เธอจะทำให้เขารู้ว่าเจ็บมันเป็นยังไง
ไฟที่เป็นถ่านก็ลุกวาบขึ้นมาอีก

จึงให้ข้อคิดว่า พี่ทรมานไหม? เธอตอบว่า ที่สุดแล้ว ใครก็ได้ช่วยที ! กันต์บอกว่า ทุกคนอยากช่วยพี่มาก แต่พี่ต้องดับไฟกองนั้นลงก่อน การอโหสิกรรมไม่ใช่แค่การ เลิกแล้วต่อกัน
‪#‎แต่คือการมองเห็นศัตรูกลายเป็นมิตรให้ได้‬

ถ้าพี่ทำได้ เราจะมองเห็นว่า ที่เราพยายามเอาชนะทุกอย่าง สุดท้ายคนที่แพ้ คือตัวเราเอง แต่หากเรายอมแพ้ ถือเสียว่า เราได้ชดใช้เขาคืนแล้ว ต่อแต่นี้ไปก็ขอให้จบสิ้นต่อกัน ‪#‎ด้วยดี‬

เมื่อเรายอมแพ้ให้อภัยแล้ว ก็จะพ้นจากไฟร้อนของความเครียดแค้นพยาบาทลง ดับมอดเหลือแต่เถ้าถ่านความทรงจำที่ติดไฟไม่ได้อีกต่อไป ธนูพิษจากความเจ็บช้ำก็จะถูกถอดถอนออก ด้วยการให้อภัย ไม่จองเวรกัน ท้ายที่สุดเราจะเห็น ผู้ที่มีความสุขกลับชีวิตใหม่ ปล่อยวางได้ทุกอย่าง ถ้าไม่เรียกว่า ‪#‎ผู้ชนะ‬
จะให้เรียกว่าอะไร ?
ขอบคุณธรรมทานจากพี่สาวท่านนี้ ขอให้พบทางสว่างและได้ชนะในเร็ววันครับ

ลองคิดดูให้ดีๆ มีแต่ได้ ไม่มีเสีย (คำสอนจากท่านพุทธทาส) ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ

หมายเหตุ .... แอดมินหมอเจี๊ยบขออนุญาตินำบทความของน้องกันต์ในเฟสมาลง อันเนื่องมาจากความไม่สะดวกที่น้องกันต์ ไม่สามารถใช้ pc ได้ในขณะนี้ แต่แอดมินหมอเจี๊ยบจะนำบทความที่น้องกันต์เขียนในเฟสมาโพสต์ต่อในนี้แทนครับ จนกว่าน้องกันต์จะสามารถเข้าเวปบ้านโลกทิพย์ได้ด้วยตนเองครับ
70
ห้อง"กันต์เอง" / ความคิดเห็น( คิด = ถูก,ผิด -> เห็น )
« กระทู้ล่าสุด โดย หมอเจี๊ยบ เมื่อ มิถุนายน 11, 2015, 10:40:00 PM »
ความคิดเห็น( คิด = ถูก,ผิด -> เห็น )
#######################

ครั้งหนึ่ง มีบ่อน้ำเล็กๆ มีสัตว์น้ำอาศัยอยู่กัน และในนั้นมีเต่าหนึ่งตัว กำลังชักชวน หมู่ปลาว่า
" สหายปลาเอ๋ย เจ้ารู้ไหม ข้ามภูเขาลูกนี้ไป มีทะเลสาบอันกว้างใหญ่ และอุดมสมบูรณ์กว่าในบ่อนี้มาก ข้าเคยได้ยินมาว่า น้ำที่นั้นมีตลอดทั้งปีไม่มีวันแห้งขอด และอาหารก็มีมากมาย สัตว์ทุกตัวอยู่กันอย่างสันติ พวกเจ้าจะมีความสุขกว่าที่นี้มาก "

แต่ฝูงปลาต่างพากันบอกว่า " ไม่อยากจะเชื่อเลย มันจะมีจริงอย่างเจ้าว่าหรือ ? เราอยู่กันที่นี้ ก็สบายดีแล้ว เราไม่อยากไปหรอก กลัวไปกับเจ้าแล้ว เราจะไปตายกลางทางเสียก่อน เจ้าไปของเจ้าคนเดียวเถอะ !"

สุดท้ายเต่าพยายามชักชวนอย่างไร เหล่าปลาก็ไม่เชื่อตาม จึงละทิ้งบ่อน้ำนั้น และออกเดินทางข้ามภูเขาด้วยความลำบากพรากเพียร จนไปสู่ทะเลสาบใหญ่ และพบว่าที่นั้นเหมือนสรวงสวรรค์เลย เต่าตัวนั้นใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมาก จนนึกถึงสหายปลาที่เคยอยู่ด้วยกันที่บ่อน้ำ

จึงออกเดินทางกลับมาเพื่อจะบอกว่า ตนได้เห็นได้สัมผัสแล้วว่ามีอยู่จริง และชวนหมู่ปลามาที่นี้ แต่ปรากฏว่า เมื่อถึงที่ที่เคยเป็นบ่อ กลับกลายเป็นพื้นดินแห้งขอด สัตว์ที่นั้นต้องกินกันเองเพื่อเอาตัวรอด จนไม่เหลืออะไรอีกต่อไป ....

ผู้ปฏิบัติทั้งหลาย แม้บางครั้งท่านรู้ว่า อะไรคือสิ่งสมควรทำ ไม่สมควรทำ จริงๆท่านย่อมแยกแยะออก แต่บางครั้งเราโดนกิเลสบังตา ทำให้คิดไม่ได้

จึงมองไม่เห็นว่า ผลที่เกิดตามมาจะเป็นอย่างไร ทำไมคนที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้อะไร จะให้มาเชื่อเรื่อง กฎแห่งกรรม มันยากกว่าอะไรเสียอีก
นอกจากจะเจอจังๆ โดนเต็มๆ ตอนที่ต้องร้องขอให้ใครช่วย สุดท้าย ก็สายเกินไป

คนที่รู้ คนที่บอก คนที่เตือนสอน ก็ลำบากใจอย่างยิ่ง อยากให้ท่านเชื่ออย่างที่ตนเชื่อเหลือเกิน อยากให้รู้เห็นอย่างที่เราเห็น แต่เขาก็ยังไม่เชื่อไม่เห็น คงทำได้ดีที่สุดคือ ชี้ให้คิด แล้วท่านจงพิจารณาเถิดว่า มันถูก หรือ ผิด แล้วท่านจึงจะ ‪#‎เห็นทางที่ถูก‬

บางครั้ง เหตุผลความคิดของเรา มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย มีแต่แย่เหมือนเดิมหรือแย่ลงกว่าเดิม เราเรียกว่า ‪#‎ข้ออ้าง‬

แต่ถ้าเรารู้แล้ว ได้คิด พิจารณา เห็นว่าอะไรถูกหรืออะไรผิด ช่วยให้เกิดการแก้ไข ปรับปรุง
เราเรียกว่า ‪#‎ข้อคิด‬

ส่วนจะลงมือทำให้เกิดผลได้หรือไม่ คงอยู่ที่ว่า เรา คิดได้ทำได้ หรือได้แค่คิด ‪#‎แต่ไม่ทำ‬ แล้วท่านยังอยากเป็นปลา หรือเปลี่ยนเป็น เต่า ก็สุดแล้วแต่เถิดครับ

หมายเหตุ .... แอดมินหมอเจี๊ยบขออนุญาตินำบทความของน้องกันต์ในเฟสมาลง อันเนื่องมาจากความไม่สะดวกที่น้องกันต์ ไม่สามารถใช้ pc ได้ในขณะนี้ แต่แอดมินหมอเจี๊ยบจะนำบทความที่น้องกันต์เขียนในเฟสมาโพสต์ต่อในนี้แทนครับ จนกว่าน้องกันต์จะสามารถเข้าเวปบ้านโลกทิพย์ได้ด้วยตนเองครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
ทุกสิ่งสำเร็จที่ใจ" วันนี้เราร้องไห้ เราทุกข์เพราะอดีตทำให้ทุกข์มาเกิดในวันนี้  และวันนี้คืออดีตของพรุ่งนี้ หากไม่เปลี่ยนวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะดีได้อย่างไร เรากินเหล้า เราเที่ยวเตร่ ไม่ดูแลพ่อแม่ ไม่ดำรงในศีลเลยแม้แต่วันพระก็ไม่เว้นทำบาป ชีวิตนี้มันหมดไปวัน ๆ พอตายแล้วก็หาภพภูมิที่ดีไม่ได้ เสียดาย..


Banloktip.com ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20-เมษายน-2012 ..เพื่ออุทิศให้ คุณพ่อสำเร็จ ทิตาวงศ์