กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้ บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ ให้คำแนะนำในการปฏิบัติกรรมฐาน แนะนำการสวดมนต์ที่ถูกต้อง สงสัยหรือมีคำถามในเรื่องการสวดมนต์ การปฏิบัติธรรม แก้ไขให้ชีวิตดีขึ้น โทรปรึกษาน้องหนิง(เด็กวัด)ที่ 086-055 4888


ข่าวประกาศ โดย บ้านโลกทิพย์




ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเช่า sever ในปี2558 และพัฒนาเว็บบ้านโลกทิพย์ ซึ่งตอนนี้ทางเวบเราได้เช่า sever อยู่ ใครสนใจก็บริจาคได้ที่






กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
61
ขอบคุณมากๆครับ  คุณหมอเจี๊ยบตอบได้ตรงประเด็นมากๆเลยครับ  และบวกกับความรู้ที่ผมต้องการมากๆครับ  ตรงใบมะนาวกับใบมะกรูดยิ่งชอบ  มันต่างกันตรงไหนนี่สิน่าคิด  รู้แต่น้ำมะนาว แทนน้ำมะกรูด  แต่ตรงใบนี่สิ...108ใบมะนาวไข้เพ้อคลั่ง 108ใบมะกรูดหละ i^i^
คุณหมอเจี๊ยบครับ  ช่วยแนะด้วยนะครับ   แปลกๆ  แชร์มาให้ด้วยผมจะได้จดๆจำๆ  เดี๋ยวจะได้ค้นต่อครับ  เหมือนคุณครูยิ่งตี ยิ่งจำหนะครับ 

ตอบคุณก้องครับ
ใบมะกรูด อาจารย์ผมเคยสอนให้ดูว่า บนใหญ่ล่างเล็ก ส่วนใบมะนาว บนเล็กล่างใหญ่ครับ ลองสังเกตุดูนะครับ แถมให้อีกอันเป็นทริคเอาไว้จำเวลาเข้าสอบแลปกริ๊งคือ สมอไทยไข่เหยี่ยว สมอเทศไข่ใหญ่ หรือไข่ตึง ก็ได้ครับ อาจจะทะลึ่งนิดๆ แต่จำขึ้นใจเลยแหละ อ้อ อีกตัว ที่จำได้จะเป็น ข้าวเย็นเหนือผิวดำ ข้าวเย็นใต้ผิวขาว คือให้จำคนเหนือปรกติผิวขาวใช่ไม๊ครับ คนใต้ผิวดำ อันนี้ให้จำสลับกันเลย เหนือดำ ใต้ขาว ง่ายๆ เลย เพราะตอนสอบก็มีออกนะรุ่นผมนะถ้าจำไม่ผิดครับ
62
ห้องหมอเจี๊ยบสมุนไพรไทย / หญ้ารีแพร์ (ฉ.+18)
« กระทู้ล่าสุด โดย หมอเจี๊ยบ เมื่อ ตุลาคม 15, 2014, 09:06:45 PM »
สวัสดีครับคุณผู้ชมมมมมมมมมมมมม

แหม...เห็นผมจั่วหัวแบบนี้อย่าคิดน๊า ว่าผมจะพูดแต่เรื่องใต้สะดือ สัปปะดนหน่ะจ๊ะ เพียงแต่ ช่วงที่ผ่านมา งานวันสมุนไพรแห่งชาติ เขาแถลงค้นพบเรื่อง หญ้าที่สามารถกระชับช่องคลอด ของสาวๆ ผู้มีบุตร หรือ ผู้สูงวัย เพื่อทำให้ดูอ่อนกว่าวัย จริงๆ แล้วเรื่องนี้ มีมานานมากแล้วนะครับ แต่จะอยู่ในวงจำกัดของหมอตำแย หรือหมอทำคลอดนั่นเอง แต่ต้องเป็นหมอพื้นบ้านนะครับ ส่วนข้อมูลนั้นไปตาม link นี้ได้เลยครับ>>>> http://www.abhaiherb.com/knowledge/thaiherb/5993  เอาหล่ะ ผมจะคุยสิ่งที่คุณๆ จะต้องรู้ก่อนว่า เหตุใด ผมจะไม่สนับสนุนให้นำมาใช้โดยพร่ำเพรื่อ

ช่วงที่ผ่านมานั้น คนแตกตื่นกันมาก โดยเฉพาะผมเห็นหลายคนเข้าแถวเพื่อขอรับหญ้ารีแพร์ (หญ้าฮี๋ยุ่ม) จริงๆ แล้ว คำที่ผมวงเล็บนั้นไม่ได้หยาบนะครับ เพราะพ่อครูหมอท่านก็เรียกแบบนี้เช่นกัน แต่ก็เอาเถอะ เราอยู่ในเมือง จะพูดแบบนั้นก็กระไรอยู่เอาเป็นว่า หญ้าชนิดนี้ ใช้ภายนอกเท่านั้นนะครับ คือการนำไปรมฝีเย็บ ช่องคลอด ของสตรีหลังคลอดบุตร ซึ่งจริงๆ แล้วจะเป็นหน้าที่ของผู้ที่เป็นผดุงครรภ์แผนโบราณซะมากกว่า  เอางี้นะครับ ผมจะยกตัวอย่างที่ผมเคยเจอเคสนึง ตอนผมอยู่เชียงใหม่ สมัยที่ยังเรียนแพทย์แผนไทยเภสัชกรรมอยู่นั้น ผมเจอเคสน้องผู้หญิงคนนึง เขามีอาการมือเท้าชา ลิ้นแข็งกระด้าง ทานยาแผนปัจจุบันก็ไม่หาย พอดีเราก็รู้จักกัน เขาก็มาปรึกษาผมว่า จะรักษายังไงดี ผมก็เลยแนะนำให้คุยกับอาจารย์หมอแผนไทยที่ท่านสอนผมอยู่ ท่านก็สอบถามประวัติอาการ ปรากฏว่า สาเหตุนี่ ครบเลยครับ ที่ว่าครบ คือ ครบทุกตัวที่ทำให้เกิดโรคเลย น้องเขา ดื่มสุราบ้าง นานๆ ถี่ๆ  ตอนหลังคลอดบุตร ไม่ได้อยู่ไฟ อยู่เดือนครับ คือ ครบกำหนดลา ก็ กลับมาทำงานปรกติ ซึ่งเขาใช้วิธีคลอดแบบแผนปัจจุบัน แต่ก็คลอดแบบธรรมชาติ เพราะฉะนั้น อาการที่เกิดคือ น้ำคาวปลาขับออกมาไม่หมด มันจึงถูกดูดซึมกลับเขาทางกระแสเลือดได้อีก แล้วสะสมนานวันเข้า ประกอบกับเข้าสังคม ดื่มสุราด้วย ครบตามเกณฑ์ พออายุเริ่มมาก ราวๆ สามสิบต้นๆ ก็มีอาการเลยครับ ก็แนะนำให้ทานสมุนไพรล้างพิษในเลือดน้ำเหลือง แล้วค่อยๆ ดูอาการติดตามผล และรักษาโดยการนวดด้วย เพราะ เปิดทะลวงจุดที่มันอุดตัน ... แต่... น้องเขาไม่ได้รักษาตามแบบที่แนะนำ เขาก็กลับไปทานยาแผนปัจจุบันด้วย ซึ่งที่ได้ข่าวมาก็คือ อาการก็ทรงๆ ดีบ้างไม่ดีบ้างตามที่เป็นอยู่ อันนี้เราก็ไม่ว่าอะไรนะครับ เพราะอยู่ที่ความเชื่อและศรัทธาแนวทางของการรักษา

เอาหล่ะ จากที่ยกตัวอย่างมาก็คือ สตรีที่คลอดบุตร แล้วนั้นควรจะต้องอยู่ไฟครับ ที่ปัจจุบันจะเห็นมีคนทำตู้อบตัว สำหรับผู้หญิงทั่วไปก็มีนะครับ แต่กรณีหลังคลอดนี่ แนะนำว่า ควรต้องอบสมุนไพรทุกวัน และต้องใช้สมุนไพรที่จำเพาะเจาะจงเรื่อง การรักษาแผลฝีเย็บ ขับน้ำคาวปลา และบำรุงผิวพรรณ(อันนี้ผลพลอยได้นะครับ) และก็สุดท้ายคือ สร้างน้ำนม ครับ และการอยู่ไฟนั้นควรจะต้องครบเดือนนะครับ ที่เขาเรียกกันว่าอยู่เดือนนั่นแหละ ทีนี้ หญ้ารีแพร์มาเกี่ยวอะไรกับตรงนี้ด้วย มันเกี่ยวโดยตรง ตรงที่ว่า หญ้าชนิดนี้นั้น เขามีคุณสมบัติรักษาอาการอักเสบของฝีเย็บ และผลข้างเคียงก็คือ กระชับช่องคลอด นั่นเอง แต่จริงๆ แล้ว หากช่องคลอดหลวมไปนั้น ผลที่เกิดเท่าที่เคยได้ยินมาคือ มดลูกลงต่ำได้นะครับ อันนี้แล้วแต่กรณีนะครับไม่ใช่เป็นกันทุกคน เพียงแต่ มันอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งได้เช่นกัน แล้วจะใช้กับสตรีที่อายุมาก หรือสตรีที่ผ่านการมีสามีได้รึป่าว จริงๆ ก็ใช้ได้ คือ การนำมา รม หรือ อบ โดยการนั่งกระโจมนั่นเอง แล้วมีหม้อสมุนไพรรองอยู่ข้างล่าง ผมจะไม่อธิบายมากนักนะครับ เพราะ โดยตัวผมก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผดุงครรภ์มากนัก จริงๆ ต้องให้ผู้ที่เรียนทางด้านผดุงครรภ์เขามาอธิบายจะเข้าใจง่ายกว่า เพียงแต่ เนื่องมากจาก ฮิตกันเหลือเกินหญ้ารีแพร์เนี่ย... ผมเห็นอาจารย์หมอหลายท่าน บอกมาว่า ทำไมไม่อธิบายวิธีใช้ให้ละเอียด ใช้ยังไง ทำยังไง ซึ่งมีคนสอบถามอาจารย์หลายๆ ท่านมากเลย แหม....ทำให้ยอดจอง เอ้ย...ต้องบอกว่า กลายเป็นหญ้าทองคำทีเดียว จากราคาไม่มีมูลค่า กลายเป็นทองเลยทีเดียวเชียวนะจะบอกให้

แล้วที่สำคัญ เป็น สมุนไพรใช้ภายนอกนะครับ มีบางคน (จริงๆ ก็น้องที่ทำงานเก่าผมนะแหละ) เขาถามผมว่า กินแล้วจะกระชับทันทีเลยป่าวพี่ .... อ้ายเราก็มึน...เลยถามว่า แกจะกินรึ ... น้องก็ตอบว่า ก็เขาให้กินไม่ใช่เหรอ ... ผมนี่เงิบไปเลย แล้วก็ได้ข้อมูลจากรุ่นพี่ที่เป็นหมอบอกมาว่า มีคนเอามาต้มกินด้วยนะครับ ปรากฏว่า หัวทิ่มเลยครับ คือ เขาเข้าใจว่า กินแล้วจะกระชับช่องคลอด ที่ไหนได้ กลายเป็นยาลดความดันโลหิต บวกกับเป็นยาขับปัสสาวะอีกตะหาก โอ๊ยยยยยย นี่ถ้าคนไข้เป็นอะไรตายขึ้นมานี่ คงโทษว่า นี่ไง สมุนไพรไทย ไม่ดีหรอก อย่าไปเชื่อเลย

ปั๊ดโธ่....ก็ท่านเอาวิชาการทางแลปมาแล้ววิเคราะห์สกัดออกมาเป็นตัวๆ นี่นา แล้วมันจะได้ผลซะที่ไหนกันเล่า... สมุนไพรที่เขาเอามาอบตัว รักษาฝีเย็บ กระชับช่องคลอดหน่ะ เขาเอามาหลายๆ สิ่ง มาผสมรวมกัน แล้วเอามาเผาไฟก็มี หรือเอามาต้มให้มีไอระเหยออกมาก็มี เพราะ เราสูดไอระเหย มันก็ช่วยทำให้ตัวยาเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย ... แต่นี่ ท่านเอามาบอกว่า สกัดออกมา มีสารเคมีอะไรในนั้น มันมีปฏิกิริยาอะไรในนั้น แล้วผลที่ได้ ได้อะไรมาบ้าง ... เฮ้อ ... เหนื่อยใจเลยครับ เจอแบบนี้ ต่อให้รักษาอีกร้อยปีก็ไม่หาย แถมยังมีคนตายเพราะใช้แบบผิดๆ นี่อีก แล้วก็มีใช้แบบผิดๆ อีกที่หนึ่ง ออกข่าวเลยว่า เอาไปเผาไฟ รมช่องคลอด แล้วปรากฏว่าไฟดันไปเผาเอาขนเพชรเข้า โอ๊ย...จะบ้าตาย จริงๆ เขามีหมอพื้นบ้านที่ชำนาญนะครับ เขายินดีอยู่แล้วที่จะคอยให้คำปรึกษาแนะนำ อย่าไปทำอะไรที่แบบไม่รู้แล้วคิดว่า น่าจะใช่อีกเลยครับ แล้วที่สำคัญ ผมก็ยังขอย้ำคำเดิมเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่ทราบแหละ เอาเป็นว่า อย่าใช้สมุนไพรเชิงเดี่ยวอีกเลย มันไม่ทำให้หายหรอกนะครับ โทษก็มีมหันต์เช่นกัน คุณก็มีด้วยเช่นกัน แต่คุณลองชั่งใจดูว่า จะคิดแทนหมอเองแล้วจัดยามาทานกันเอง หรือ จะเข้าไปหาหมอแล้วปรึกษาว่า ควรดูแลสุขภาพอย่างไรจะดีกว่าครับ

อ้อ...ผมแนะนำว่า ... เอ๊ะ ... พูดในนี้ได้ป่าวมิทราบ เอาเป็นว่า มีร้านขายยาสมุนไพรไทยหลายๆ ร้าน เขามีเภสัชที่ชำนาญอยู่ ปรึกษาเลย และขอตำรับยามาต้มทานเองเลยจะดีที่สุด และของแสลงสำหรับการรักษาแบบแผนไทยนั้น อาหารครับ แนะนำว่า หน่อไม้นี่ของต้องห้ามสุดๆ อาหารทะเลได้บางอย่าง ข้าวเหนียว หรืออะไรที่ทำจากยีสต์นี้งดไว้ก่อน เอาให้อาการป่วยหาย แล้วคุณจะไปปู้ยี่ปู้ยำร่างกายของคุณต่อไปก็ไม่มีใครว่านะครับ

เอาหล่ะ วันนี้มาบ่นๆ เรื่อง หญ้านี่ไว้ก่อน เพราะอาทิตย์ที่แล้วผมขอแปะเอาไว้ วันนี้ก็เลยได้มาอธิบายให้ฟัง แล้วเข้าไปอ่านที่ link ที่ผมให้มานี้ให้ดีนะครับ เขาก็มีบอกไว้ละเอียดนะครับ แต่ไฉน ถึงเอาไปตีความกันผิดๆ กันได้เนี่ย ผมละมึนจริงๆ อาทิตย์นี้ก็ขอจบเท่านี้ก่อนครับ ... สวัสดีครับ
63
ห้องหมอเจี๊ยบสมุนไพรไทย / Re: สวัสดีเพื่อนๆ สมาชิกบ้านโลกทิพย์
« กระทู้ล่าสุด โดย thammasha เมื่อ ตุลาคม 15, 2014, 01:43:51 PM »
สวัสดีครับ หมอเจี๊ยบ ผมน้องใหม่ครับฝากตัวด้วยครับ ชอบความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรที่หมอโพสไว้ ผมเคยโพสถามไว้ที่กระทู้ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ และผมไปซื้อมาทานสัก5ชุดแล้ว อาการทุเลาลง และผมหยุดทานไป1อาทิตย์ ไปทานรางจืด+ใบเตย อาการทางผิวหนังดีขึ้น แต่ก็ยังคันอยู่ ร่องรอยแผลก็เบาบางลง ตอนนี้ก็เริ่มกลับมากิน ข้าวเย็นเหนือ-ใต้ ตามหมอเจี๊ยบบอกอีก ผมทานแล้วรู้สึกดี และซื้อเหงือกปลาหมอผงที่เวชพงศ์ มากินร่วมด้วย ไม่ทราบว่าการทานสมุนไพรเหล่านี้ร่วมกัน จะเป็นไรหรือเปล่า รบกวนหมอเจี๊ยบช่วยแนะนำด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆเลยครับ อนุโมทนาบุญด้วยครับ

ขอตอบดังนี้ครับ อาการทางผิวหนังหากดีขึ้น ก็ถือว่าใช้ตัวยาได้ถูกตัวครับ แต่อยากให้งดของแสลงต่างๆ เช่น พวกหน่อไม้(อันนี้จำเป็นสุดๆ ต้องงดทานนะครับ) กะทิ(อันนี้ได้ความรู้มาจากหมอจีน) ข้าวเหนียว อาหารทะเล(อันนี้ย้ำเลยครับ ห้ามจริงๆ) แล้วสังเกตุอาการไปเรื่อยๆ ต้องทานต่อเนื่องสักปีสองปีนะครับถึงจะเห็นผลคือ ถ้าหายแล้ว ก็ทานอาหารปรกติได้ครับ แต่ไงแนะนำว่า สังเกตุดูว่าเราแพ้อะไรก็เลี่ยงได้ให้เลี่ยงเลยครับ ส่วนรางจืด+ใบเตยนั้น ไม่จำเป็นอย่าทานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ครับ เพราะจริงๆ แล้วมันจะมีรสเย็น ผมกลัวคุณจะหัวทิ่มลงพื้นก่อน เดี๋ยวความดันเลือดตกจะหน้ามืดเปล่าๆ ครับ

แล้วเหงือกปลาหมอนี่ คุณซื้อมาทานเพื่ออะไรครับ เพราะไม่แนะนำทานตัวนี้ตัวเดียว มันจะอยู่ในสูตรยาอายุวัฒนะด้วยเพราะเป็นยาบำรุง ฤทธิ์ทางยามันจะต้องมีตัวเสริมกับตัวทำลายความเป็นพิษด้วยครับ ถ้ายังไง แนะนำถ้าหากอยากทานเป็นยาอายุวัฒนะแล้ว เอาง่ายๆ เลย กล้วยน้ำว้า แช่น้ำผึ้งป่าแท้ๆ นะครับ แล้วทานแบบนี้จะดีที่สุดครับ หากมีอะไรสงสัยเพิ่มเติมสอบถามได้เลยครับ ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่คุณอาการดีขึ้น แต่ก็พยายามเข้มงวดกับตัวเราเรื่องอาหารการกินด้วยนะครับ เพราะบางตัวจะไปกระตุ้นให้เรามีอาการแพ้ทางผิวหนังได้
64
ลงเรียนเวชไปด้วยครับ  อาจารย์ให้หนังสือมาอ่านแล้วแต่กลัวจำเภสัชกรรมไม่ได้  เลยไม่เปิดอ่านเวชครับ อยากได้ใบประกอบโรคศิลป์ใบเภสัชก่อนครับ  ซื้อสมุลไพรแห้งๆมาใส่กล่องไว้เต็มบ้านเลยครับ  เอามาไว้นั่งดูเล่นครับ โกฐ9 เทียน9 เกสร9 จำพวกนี้ครับ  ส่วนสวนใน ม.มหิดลผมเผอิญไปไม่ถูกช่วงเวลาครับเขาปิดซ่อมแซมครับ ไม่รู้เปิดแล้วหรือยังครับไปเมื่อปีที่แล้ว เสียดายมากๆครับ  เลยปั่นจักรยานเล่นทั้งวันที่นั่น  อากาศดีมากๆเลยนะครับ ชอบที่นั่นมากๆครับ ส่วนที่กรมวิทย์ แผนไทยพัฒนาคงไปไม่ถูกครับ แต่ก็จะพยายามครับ  คุณเจี๊ยบมีแนวข้อสอบเก่าๆ   ที่พอจำได้บ้างไม่ได้บ้างแต่คิดว่าใช่อะไรประมาณนั้น  ช่วยบอกผมบ้างนะครับจะเป็นพระคุณยิ่งครับ  ข้อสอบที่อยุ่ในเนท  ผมเคยนั่งทำมาบ้างแล้วครับ แต่อยากได้จากประสบการณ์จริงเสียมากกว่า หรือคุณเจี๊ยบ  อยากจะสอนผมในที่นี้เลย  ก็ดีครับจะฝากเนื้อฝากตัวให้เป็นอาจารย์ผมเลยจะดีมากๆครับ   อาจารย์ที่สอนผม  ปัจจุบันท่านก็เข้าสอนวิชาเวชแล้วตอนนี้ผมก้ตามเพื่อนๆไม่ค่อยจะทันแล้วครับ  คือไม่ค่อยได้เข้าเรียนในห้องครับอ่านเองแล้วตอนนี้  บวกกับงานที่บริษัทก็เยอะ  ปัจจุบันความรู้มาจากเนทสัก 80% แล้วกะมั้งครับ ยังไงก็มองๆผมไว้บ้างนะครับ ถ้าอยากจะถ่ายทอดให้เป็นวิทยาธาร ขอบคุณมากๆนะครับ 

ตอบคุณก้องครับ
1.ตำราเวช หากหาได้ให้ไปหา ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์นะครับ เล่มใหญ่ๆ หน้าปกเขียวๆ ราคาประมาณ พันเศษๆ ส่วนที่ผมอ่านเวชแล้วเอาไปสอบนั้นจะมีของกองประกอบโรคฯ สามเล่มเล็กๆ ไปหาซื้อได้ที่กองประกอบ ที่แผนกการเงิน หาพี่แป๊ด หรือไงเนี่ยแหละ ผมจะชื่อพี่เขาไม่ค่อยแม่น คนอ้วนๆ แต่งหน้าเข้มๆ คนนั้นแหละ หรือจะแวะไปที่ กรมการแพทย์แผนไทยพัฒนา ถนนสาธารณสุข1 กระทรวงสาธารณสุข ก็ได้นะครับ ไปที่ศาลาไทย ข้างล่าง จะมีร้านซีร๊อก บอกเขาเลยว่า อยากได้หนังสืออะไร เขามีให้เลือกเพียบเลยครับ การไปกระทรวงเข้าได้หลายทางนะครับ แต่ของผม ปรกติขับรถไปจะเข้าตรงทางด่วนงามวงศ์วานครับ แต่หากคุณไม่แน่ใจก็เข้าทางโรงพยาบาลศรีธัญญา ก็ได้ครับ แล้วไปที่ ถนนสาธารณสุข1 หาง่ายมากครับ เห็นเรือนไทย ก็ใช่เลย คือ กรมการแพทย์แผนไทยพัฒนา ครับ
ส่วนตำราอีกเล่มก็จะเป็นของ อ.หมอวุฒิ ธรรมเวชครับ ชื่อหนังสือคือ คู่มือเวชกรรมไทย หาซื้อได้ที่ศูนย์หนังสือจุฬาก็มีครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมแวะไปดูมามีหลายเล่มมากเลย ราคาหน้าปก 750 บาทครับ เล่มเวอร์ชั่นใหม่จะมีเสริมเรื่อง การตรวจรักษาผู้ป่วยด้วยนะครับ ดูเอาไว้เพราะตอนสอบแลปกริ๊ง เขาจะให้เรามาตรวจวิเคราะห์โรค แล้วสั่งจ่ายยาครับ ...

2.สอบเภสัชฯ ปรกติเราต้องสอบใบเภสัชให้ได้ก่อนถึงจะสอบใบเวชฯ เป็นลำดับถัดไปนะครับ ไม่มีข้าม ส่วนใบผดุงครรภ์ กับใบนวดจะสอบก็ได้หรือไม่สอบก็ได้ครับ เดี๋ยวนี้การสอบใบประกอบโรคฯ จะเรียกชื่อใหม่แล้วนะครับ ตาม พรบ วิชาชีพแพทย์แผนไทย พศ 2557 เขาจะเรียกว่า ใบอนุญาติประกอบวิชาชีพ ครับ แล้วจะต่อด้วย สาขา อะไรบ้าง ถ้าจะทำงานในโรงพยาบาล ควรจะมีให้ครบ 4 ใบ คือ ใบอนุญาติ เภสัชกรรม ใบอนุญาติ เวชกรรม ใบอนุญาติ ผดุงครรภ์ ใบอนุญาติ นวดแผนไทย(อันนี้นวดรักษาจริงๆ นะครับ ไม่ใช่มาบีบๆ จับๆ แบบนั้นไม่รักษาครับ) ประสบการณ์สอบแลปกริ๊งใบเภสัชของผมจะให้ดูรูปสมุนไพรจากสเลด์ที่ฉายขึ้นจอครับ (ปีนี้เปลี่ยนเป็น วางบนโต๊ะเป็นกลุ่มๆ ครับ เจอจับ ดม ดูด ของจริงเลยครับ) แล้วก็จะให้เราบอกว่า สมุนไพรตัวนี้ ใช้ทำอะไร มีคุณสมบัติเช่นไร เวลาใช้ในตำรับยาต้องใช้ปริมาณน้ำหนักเท่าใดกี่ส่วน ว่ากันไป แล้วก็จะมีใบคล้ายๆ ใกล้เคียงกันมาให้เราดู เช่น ใบมะกรูด กับใบมะนาว ให้บอกว่าเป็นใบอะไร ใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง มีพวก พิมเสน เกลือ อะไรพวกนี้จะคล้ายๆ กันให้เราดูว่าเป็นชนิดใด ใช้ปรุงยาอะไรได้บ้าง วิธีการสะตุยาต้องทำยังไง ปะสะยาต้องทำยังไง กับสมุนไพรชนิดใด พวกนี้มีหมดครับที่เราเรียนๆ กันมา

สมัยที่ผมเรียน ผมก็เรียนภาคค่ำครับ สุดท้ายก็ลาออกมาเรียนเป็นกิจลักษณะเลยเพราะต้องให้เวลากับเขาให้มากๆ เลยครับ อ้อ แล้วที่เรียนก็ต้องไปเดินป่าด้วยครับ เพื่อดูสมุนไพรตามธรรมชาติจริงๆ ว่าเขาอยู่กันอย่างไร ขึ้นกันอย่างไรด้วย

ผมดีใจนะครับที่มีคนสนใจทางด้านนี้กันมากๆ อย่างน้อยๆ เราก็จะได้ลดการใช้ยาตะวันตก และอยู่กับธรรมชาติให้มากที่สุดครับ มีอะไร ก็สอบถามมาได้ครับ ยินดีที่จะตอบ หากอะไรที่ผมไม่ทราบก็จะถามอาจารย์ให้ครับแล้วนำมาตอบแชร์ความรู้กัน เพราะเรื่องแพทย์แผนไทย เรียนกันไม่จบหรอกครับ เรามาแลกเปลี่ยนกันดีกว่า
65
เรื่องเล่าธรรมทาน / ข้อคิดสำหรับผู้กระกอบกิจการงานต่างๆ
« กระทู้ล่าสุด โดย พ่ายรัก เมื่อ ตุลาคม 15, 2014, 12:07:19 PM »
สวัสดีสมาชิกบ้านโลกทิพย์ทุกๆท่าน
      คือนานๆทีผมจะได้มีโอกาสมาเขียนเล่าสู่กันฟังบ้างคืองานมันค่อนข้างจะวุ่นวายอยู่ครับ ประเด็นก็คือผมได้สนทนากับพระอาจารย์ที่รู้จัก ซึ่งท่านก็ได้ให้ข้อแนะนำมาสำหรับผู้ที่เปิดร้าน/ทำกิจการของตนเองอยู่ พอจะสรุปได้ดังนี้นะครับ
 คือการที่เรามาอยู่ที่ไหนนั้น ที่นั่นย่อมจะมีเจ้าเมือง เจ้าบ้านนั้นดูแลอยู่ เปรียบเสมือน ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเราควรจะไปบอกกล่าวฝากเนื้อฝากตัวท่านก่อนให้ท่านรับทราบและช่วยดูแลกิจการของเราได้ครับ ยกตัวอย่างของผมเปิดร้านอยู่ที่แม่โจ้ อ.สันทราย นะครับ ทุกปีต้องไปไหว้
1.อนุสาวรีย์3กษัตริย์ ซึ่งท่านเปรียบเสมือนผู้สร้างเมืองเชียงใหม่
2.ใหว้ครูบาศรีวิชัยที่ตีนดอยสุเทพ
3.ไหว้เสาหลักเมืองที่วัดเจดีย์หลวง
4.พระท่านสื่อได้ถึงเจ้าแม่อิรวดี ผู้เป็นใหญ่ในบริเวณที่ผมทำกิจการอยู่ ศาลท่านอยู่ในม.แม่โจ้นี่เอง เรื่องนี้แปลกมากเพราะพระท่านไม่เคยมาที่นี่พอผมไปไหว้ที่ศาลก็พบว่าท่านชื่อเจ้าแม่อิรวดีจริงๆ ศาลของท่านตั้งมาตั้งแต่ปี2500 ซึ่งผมเองมาอยู่ที่นี่ก็ไม่เคยทราบมาก่อน
5.ไหว้เจ้าที่เจ้าทางที่บ้าน
   นอกนั้นก็ไม่มีอะไรเพราะท่านบอกว่าเป็นพลังงานบวก
  สิ่งเหล่านี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล เป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น ทำแล้วสบายใจไม่น่าจะมีผลเสียอะไร ถ้าทำได้ก็ทำไปเถอะครับ ท่านสามารถนำไปปรับใช้ตามถิ่นที่ท่านอยู่อาศัยหรือทำมาหากินได้นะครับแล้วสิ่งดีๆจะเข้ามาหาท่านเอง
66
สวัสดีครับคุณก้อง
ยินดีต้อนรับน้องใหม่ แผน ก. นะครับ ผมก็จบแผน ก. มานี่แหละ เรื่องพันธุ์พืช ผมก็มีปัญหาเช่นกันนะครับ แต่ว่า เราอาศัยที่ชอบอ่านหนังสือแยะๆ ถามครูอาจารย์ ถ้าหากเรียนแผน ก. ได้เรียนเวชฯ ด้วยจะยิ่งดีมากๆ เลยครับ ตัวผมก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรมากนัก แต่ก็เอาความรู้ที่ได้เรียนมา มาแนะนำให้กับผู้ที่สนใจในวิถีทางธรรมชาติครับ

เอาหล่ะ หลักการที่คุณจะเรียนวิชาแพทย์แผนไทยนั้น อาจารย์จะสอนตลอดและคอยย้ำตลอดเวลาว่า สมุนไพรเชิงเดี่ยวนั้น หมอแผนไทย มักจะไม่ใช้เป็นยารักษาผู้ป่วย ยกเว้นในกรณีจำเป็น และฉุกเฉินจริงๆ จะใช้เพื่อบรรเทาอาการ และเมื่อเจอตัวสมุนไพรที่นำมาทำเป็นตัวยาตามตำรับครบ ก็จะเปลี่ยนมาใช้ ตำรับมารักษาผู้ป่วยแทนครับ เพราะ สมุนไพรเชิงเดี่ยว มันจะมีทั้งประโยชน์และโทษพร้อมๆ กัน ดังนั้น ถ้าหากสมุนไพรชนิดนั้นใช้แล้วเกิดโทษมันจะทำร้ายอวัยวะบางส่วนภายในได้ แต่ถ้าหากเป็นตำรับยานั้น มันจะมีสมุนไพรหลายๆ ตัวผสมรวมๆ กัน เพื่อ เสริมฤทธิ์ และทำลายฤทธิ์ แล้วก็บำรุงร่างกาย บำรุงอวัยวะที่ถูกทำลายเป็นต้น

การฝึกปฏิบัติจริงๆ นั้น ทางด้านเภสัชกรรมแผนไทย จะเน้นเรื่องการดูพืชให้เป็น ปรุงยาตามวิธีต่างๆ 20 กว่าวิธี การปะสะ สตุ ตัวยาเพื่อทำลายความเป็นพิษ เมื่อคุณก้องเรียนใกล้จบ ผมแนะนำให้ไปที่ ม.มหิดลศาลายา ไปที่สวนสมุนไพรที่นั่นนะครับ จะมีพืชให้เราศึกษาแยะมาก กับอีกที่คือ กรมการแพทย์แผนไทยพัฒนา ที่กระทรวงสาธารณะสุข จะมีสวนสมุนไพรให้ศึกษาเช่นกัน ข้อสอบใบอนุญาติก็จะอยู่แถวๆ นั้นแหละครับ

ขอให้โชคดีกับการศึกษานะครับ อยากให้คุณได้เรียนต่อเวชกรรมด้วยนะครับ
67
สวัสดีครับคุณ หมอเจี๊ยบ ผมเพิ่งจะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ครับ  ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ
หญ้าตัวนี้ในงานสมุลไพรผมก็ซื้อมาปลูกไว้ที่บ้านครับ  แต่ก็ไม่รู้จะซื้อมาทำอะไรคงไว้ดูเล่นตามกระแสครับ  สรุปว่าไม่ควรรับประทานเดี่ยวๆใช่ไหมครับ  แล้วที่บอกว่าใช้ผิดๆ  ทำให้ยิ่งอยากรุ้มากๆเลยครับ  จะได้แนะนำเพื่อนๆได้ครับ  ผมกำลังสนใจเรื่องเภสัชกรรมไทยอยู่ครับ สมัครเรียนแผน ก. อยุ่ครับยังเป็นนักเรียนแต่มีปัญหาเรื่องพันธุ์พืชมากๆเลยครับ เพราะเหมือนกับนับศูนย์
ผมอยากจะขอคำชี้แนะจากคุณหมอเจี๊ยบด้วยนะครับ  เรื่องทฤษฎีคงไม่มีปัญหาอะไรมาก  เพียงแต่กลัวเรื่องการปฎิบัติมากๆครับ  ขอบคุณครับ
68
กราบไหว้ครับ ขอบคุณครับ
69
สวัสดีทุกคนครับ
วันนี้ขณะปฏิบัติสมาธิผมได้นึกถึงเหตุการณ์ที่ผมเคยทำในอดีตได้หมดครับ เช่น
1. สมัยตอนผมอยู่อนุบาลผมชอบแกล้งเพื่อนโดยการเอาไม้บรรทัดจิ้มอวัยวะเพศของเพื่อนผู้หญิงที่ชวนผมเล่นแล้วเอาไม้บรรทัดนั้นไปแกล้งเพื่อนผู้ชายโดยการเอาเข้าปาก จนกระทั่งครูจับได้เลยลงโทษผมไปแล้ว
แต่การลงโทษยังไม่จบเพียงแค่นั้น มันยังมีกรรมที่ส่งมาถึงผมจนกระทั่งทุกวันนี้ คือ เมื่อตอนขึ้นมัธยมต้นผมจะโดนเพื่อนแกล้งตลอดโดยการท้าให้ต่อยกันบ้าง ปาก้อนหินใส่ผมบ้าง สารพัดรูปแบบ เท่านั้นยังไม่พอกรรมยังทำให้ผมมีเพื่อนน้อยมาก ไม่มีกัลยาณมิตรเลย มีเพื่อนยืมตังค์ก็ไม่ได้คืน จนทุกวันนี้ผมไม่ได้ติดต่อใครเลยครับ

2. สมัยตอนวัยรุ่นผมชอบต่อนกกรงหัวจุกมาก และก็ได้ชี้ทางให้กับพวกคนดักนกไปใช้ตาข่ายดัก ตอนนี้กรรมส่งผลมายังผม คือ ทำให้ผมไม่มีครอบครัวสักที แฟนก็ทิ้ง เนื่องจากผมไปพรากคู่นกกรงหัวจุกครับ
70
ขั้นตอนที่สอง ขอพระกรรมฐาน ก่อนนั่งสมาธิต้องขึ้นกองกรรมฐานก่อนเสมอ ต้องขอดวงจิตที่เคยเกิดกับพระพุทธเจ้าตอนที่ท่านนั่งสมาธิ ให้มาเกิดกับเราด้วย ไม่ขอไม่ได้ จะได้แต่องค์สมาธิเท่านั้น
ข้าพเจ้าขอกราบไว้พระพุทโธ พระธรรมโม พระสังโฆ เป็นที่พึ่งที่ระลึกของข้าพเจ้า (3 จบ กราบให้ประณีต ศรีษะแตะพื้นครับ )

ตรงที่เน้นสีส้มนี้เป็นกราบไว้ หรือกราบไหว้กันแน่คะ
จะทดลองปฏิบัติตามจึงต้องการความแน่ใจเพื่อความถูกต้องน่ะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
ทุกสิ่งสำเร็จที่ใจ" วันนี้เราร้องไห้ เราทุกข์เพราะอดีตทำให้ทุกข์มาเกิดในวันนี้  และวันนี้คืออดีตของพรุ่งนี้ หากไม่เปลี่ยนวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะดีได้อย่างไร เรากินเหล้า เราเที่ยวเตร่ ไม่ดูแลพ่อแม่ ไม่ดำรงในศีลเลยแม้แต่วันพระก็ไม่เว้นทำบาป ชีวิตนี้มันหมดไปวัน ๆ พอตายแล้วก็หาภพภูมิที่ดีไม่ได้ เสียดาย..


Banloktip.com ได้ก่อตั้งขึ้น เพื่ออุทิศให้ คุณพ่อสำเร็จ ทิตาวงศ์