กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้ บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ ให้คำแนะนำในการปฏิบัติกรรมฐาน แนะนำการสวดมนต์ที่ถูกต้อง


ข่าวประกาศ โดย บ้านโลกทิพย์

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
61
ผมขอแนะนำเท่าที่ผมเคยมีประสบการณ์มานะครับ
1.สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือให้คุณยอมรับแบบเต็มใจกับสิ่งที่เกิดและเจอ ไม่ว่าสิ่งที่เจอมันจะหนักแค่ไหน
2. พยายามทำจิตใจให้สดใส อย่าทำใจหดหู่หรือห่อเหี่ยว ให้คิดบวกตลอด เพราะสิ่งที่มีพลังมากที่สุดในโลก คือพลังจิตเราเอง
   คิดในสิ่งที่ดี คิดได้สิ่งที่สวยงาม คิดว่าพรุ่งนี้เราต้องดีกว่าวันนี้
3.การสวดมนต์ พยายามสวดมนต์ตลอดนะครับ โอยเฉพาะบทพาหุง และพระคาถาชินบัญชร ที่สำคัญให้สวดทุกวัน เน้นที่พระคาถาชินบัญชรให้ได้ 9-10จบทุกวัน ถ้าคุณทำได้แบบนี้ภายใน1เดือนไม่ขาดเลย มันจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นมากกก
4. ยามใดที่คุณท้อ หมดหวัง คุณจงหันไปมอง คนที่ไม่มีขา คนพิการ หรือคนไร้บ้าน คนที่ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อข้าวกิน และไม่มีบ้านให้ซุกหัวนอน คนพวกนี้บางครั้งเขายิ้ม เขามีความสุข

5. อย่าไปมองหรือไปคิดเรื่องกรรมว่า กรรมอะไรที่มันทำให้เราเป็นแบบนี้ เพราะถ้าคุณเพียงแค่คิด กรรมตัวนั้นมันจะวิ่งมาหาคุณแบบรวดเร็ว เพราะจิตคุณเรียกหาตัวกรรม ..กลับกัน ให้คุณลืมและอย่าคิดว่าไปทำกรรมอะไรมา ให้คิดว่าพรุ่งนี้เราต้องดีกว่านี้ และที่สำคัญคุณยังโชคดีกว่าหลายชีวิตที่มีโอกาส สวดมนต์ นั่งสมาธิ ทำความดี โอกาสแบบนี้บางคนยังไม่มีเลย เพราะจิตเขาไม่ฝักไฝ่ในบุญ และความดี

สุดท้าย ขอให้คุณผ่านมันได้นะครับ เอาใจช่วยนะครับ
62
เดี๋ยวเย็นๆๆขอเข้ามาตอบนะครับ พอดีวันนี้ติดงานนะครับ ต้องขอโทษด้วยนะครับ
63
ขอเล่าเพิ่มเติมนะครับ

ผมเป็นคนมีกรรม ทำบาปเรื่องเงินไว้ เคยลักทรัพย์คนอื่น แต่พ่อแม่ชดใช้ให้แล้ว ทุกวันนี้ทำงานที่ใหม่ แต่ชักหน้าไม่ถึงหลัง มีหนี้สินมากจนผ่อนจ่ายไม่ทัน พ่อแม่กลุ้มใจมาก ทำอย่างไรให้ทุกข์นี้ทุเลาเบาบางลงบ้างครับ

ขอบคุณครับ
64
ขอบคุณครับคุณเอ็มเจ

ตอนนี้เครียดเรื่องหนี้สินครับ พยายามหาทางผ่อนแล้วแต่ก็ยังไม่พอ อยากได้วิธีช่วยผ่อนหนักเป็นเบาหน่อยครับ

ขอบคุณครับ
65
ให้ช่วยอะไรยังไงครับยังไม่เห็น เรายังไม่ทราบปัญหาของคุณเลย จู่ๆๆคุณก็มาขอให้ช่วย แต่ไม่เห็นเล่าอะไรให้ฟังเลยครับ ลองเล่ามาว่าเรื่องราวเป็นยังไง ถ้าพอแนะนำได้ก็จะช่วยแนะนำครับ
66
ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครได้แล้ว ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
67
เกษา นักบุญยาจก / คุณยายตวง
« กระทู้ล่าสุด โดย เกษา นักบุญยาจก เมื่อ พฤษภาคม 29, 2016, 07:59:58 PM »


29 พฤษภาคม ค.ศ. 2016


.. คุณยายตวง..
เรื่องราวที่จะเขียนต่อไปนี้เป็นเรื่องราวที่รู้ได้เฉพาะตนเท่านั้น เป็นเพียงปัตจัตตังขอให้อ่านเพื่อความบันเทิง

.. คุณยายตวงเป็นคนที่ชอบเข้าวัดฟังธรรม และชอบปฎิบัติกรรมฐานมาก คุณยายใช้ชีวิตปกติของผู้สูงวัย ที่วันพระเข้าวัด วันธรรมดา ทำไร่ทำสวนแบบพอเพียง คุณยายตวงมีลูกหลายคน และแต่ละคนก็มีฐานะที่ดีเป็นบุคคลที่ดีทั้งหมด คุณยายตวงสอนลูกหลานให้ทำกิจวัตรประจำวันด้วยการสวดมนต์ไหว้พระ ทุกเช้าและเย็น ลูกๆหลานๆของคุณยายตวงก็ทำตามทุกคนเมื่อถึงวาระของคุณยายตวงหมดอายุขัย คุณยายตวงก็ไปแบบไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด ไปแบบสงบคือหลับไปแบบนิ่งๆนั้นเอง
เพราะกุศลผลบุญที่คุณยายตวงได้กระทำและปฎิบัติตนเอง  จึงทำให้คุณยายตวงเสวยบุญในภพภูมิของเทวดา ลูกๆหลานๆของคุณยายตวงเคารพบูชาคุณยายตวงมากเพราะคุณยายเปรียบเสมือนครูผู้สอนเรื่องการปฎิบัติธรรม ทุกปีเมื่อถึงวันครบรอบวันตายของคุณยาย ลูกๆหลานๆจะนิมนต์พระมาทำบุญที่บ้านคุณยาย และเปิดฝึกกรรมฐาน
ลูกๆหลานๆเชื่อว่าคุณยายนั้นยังคงดูแลช่วยเหลือทุกคนในบ้านอยู่ เพราะบ่อยครั้งที่จะเกิดเรื่อง จะได้ยินเสียงหรือฝันถึงคุณยายในชุดขาวมาบอกเล่าเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นเสมอๆ
แต่ทุกคนในบ้านไม่คิดว่าคุณยายนั้นเป็นสัมพเวสี แต่ทุกคนคิดเสมอๆว่าคุณยายนั้นคือเทวดาประจำครอบครัว หรือผู้คอยดูแลลูกหลานนั้นเอง ทุกคนจะทำภาระกิจตามที่คุณยายเคยสอนเสมอๆ เหมือนครั้งที่คุณยายมีชีวิตอยู่ การสวดมนต์แผ่เมตตาให้กับต้นตระกูล และปู่ย่า ตายายก็เช่นกัน หลังจากนั้นเรื่อยมา ครอบครัว ลูกๆหลานๆของคุณยายตวงก็ทำกิจกรรมแบบนี้ทุกครั้ง เป็นเหมือนประเพณีของคนในครองครัวการสั่งและสอนให้คนในครอบครัวนั้น ปฎิบัติธรรม และระลึกถึงบรรพบุรุษของตนเอง
แล้วมันก็คือเรื่องจริงที่คุณยายตวงนั้นคือเทวดาคอยปกป้องลูกๆหลานๆ ไม่ใช่สัมพเวสีแต่อย่างใด บางคนเข้าใจว่า เทวดานั้นอยู่ๆก็มาอยู่กับเราช่วยเรา จริงๆแล้วเทวดาแต่ละองค์นั้นก็คือญาติพี่น้อง หรือคนที่เราเคยช่วยเหลือเค้าไว้แล้วเค้ากลับมาตอบแทนคุณนั้นเอง
ยิ่งการแผ่เมตตาให้กับผู้ที่คอยติดตามเรานั้นบ่อยๆได้เท่าไร เค้าก็จะมีแรง มีกำลังคอยช่วย คอยเตือนสติเรา หรือที่เรียกว่า มีเหตุจูงใจนั้นเอง
เรื่องราวของคุณยายตวงนั้นก็เช่นกัน บอกได้ชัดเจน แยกได้ชัดเจนว่า บุคคลใดคือสัมพเวสี หรือบุคคลใดคือเทวดา และเทวดานั้นมาจากที่ไหน และจะมีกำลังได้อย่างไร
ขออนุโมทนากับทุกท่าน และขอให้ทุกท่านนั้นสวดมนต์แผ่เมตตาให้กับบรรพบุรุษของตนเอง และเทวดาประจำตัวหรือผู้ที่คอยติดตามเรานะคะ
... อนุโมทนาคะ...
68
เรื่องเล่าธรรมทาน / Re: ธรรมะลดทิฐฐิในใจได้
« กระทู้ล่าสุด โดย เกษา นักบุญยาจก เมื่อ พฤษภาคม 29, 2016, 01:19:00 PM »
อนุโมทนาคะ
69
เรื่องเล่าธรรมทาน / ธรรมะลดทิฐฐิในใจได้
« กระทู้ล่าสุด โดย วริศรา บุนนาค เมื่อ พฤษภาคม 26, 2016, 02:08:23 PM »
สวัสดีเพื่อนๆบ้านโลกทิพย์ค่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่ลงเรื่องราวส่วนตัวเพราะอยากให้เป็นธรรมทานค่ะ วันนี้อยากเล่าเรื่องทิฐฐิที่มีต่อแม่ตัวเองค่ะ คุณพ่อและคุณแม่กวางเลิกรากันและได้ทิ้งกวางไว้ตั้งแต่อายุ 3เดือนค่ะ ญาติทั้ง2ฝ่ายก็ไม่มีใครอยากรับเลี้ยงเนื่องจากต่างฝ่ายต่างเกลียดกันโดยเฉพาะย่าแท้ๆเกลียดกวางมาก จนพี่เลี้ยงของย่าแท้ๆกวางชื่อ คุณย่าสงวน อดสงสารไม่ไหวจึงรับกวางมาเลี้ยงไว้เอง สงเสียเลี้ยงดูอย่างดีจนจบปริญญาตรี ซึ่งคุณพ่อไม่ต้องพูดถึงหายไปเลยค่ะ ส่วนคุณแม่มีบ้างที่นานๆจะมาหาเพราะคุณย่าสงวนดุให้ว่าทำไมไม่มาหาลูกบ้างจึงมา จนโตมาช่วงหนึ่งกวางอยู่ม.3 หรือ ม.4 นี่แหละค่ะไม่แน่ใจ คุณแม่ได้คลอดน้องที่เกิดกับสามีคนปัจจุบันมา  กวางดีใจมากค่ะรีบไปดูน้อง กลับจากโรงเรียนจะรีบไปหาไปเล่นกับน้องทุกวันเลย เพราะโรงเรียนอยู่ไม่ห่างจากคอนโดที่แม่พักอยู่มากนัก จนวันนึงแม่ของสามีใหม่เค้ามาเยี่ยมหลานที่คอนโด มาหลังกวางไม่นาน เค้าถามว่าเด็กคนนี้ใคร คุณแม่กลับตอบว่า "หลาน" มาเยี่ยมกำลังจะกลับแล้วและไล่กวางกลับบ้านทันที จากเดิมที่มีความโกรธอยู่แล้ว ก็รู้สึกเสียใจและโกรธมากขึ้น หลังจากนั้นโทรหาก็ไม่อยากจะคุยด้วยถามว่าโทรมาทำไมมีธุระอะไร กวางเลยตัดสินใจยุติความพยายามเจอคุณแม่อีกเลย จนกวางเรียนจบได้1ปี คุณย่าสงวนก็เสียชีวิตลง ไม่สามารถติดต่อคุณแม่ได้เพราะไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน จึงโทรไปบอกข่าวกับยายที่ต่างจังหวัดไว้ จนจบงานศพคุณแม่ก็ไม่มาคุณพ่อก็ไม่มา ทำให้ยิ่งโกรธมากขึ้นอีก เมื่อกวางมีครอบครัวมีลูกกวางรักลูกมากก็ยิ่งโกรธบุพการีมากขึ้นเพราะไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ต้องทำกับเราแบบนี้ จนลูกสาวอายุ 4 ขวบ ทราบข่าวว่าคุณแม่กับน้องไปอยู่กับยายที่ต่างจังหวัดจึงชวนสามีและพาลูกไป แต่กลับไม่มีอะไรดีขึ้นเลย กวางจึงพูดกับสามีในรถขณะเดินทางกลับว่า คงไม่มาอีกแล้วล่ะ แม่ตายเมื่อไหร่ค่อยมางานศพเอา หลังจากนั้นมาไม่นานก็ได้รู้จักบ้านโลกทิพย์ และเริ่มสวดมนต์ตามที่คุณหนิงแนะนำไว้ และคอยตามฟังรายการ "คลิกใจให้ธรรม","ยูทูปแม่ชีใหญ่","ยูทูปหลวงพ่อปราโมทย์" ตามทางที่คุณหนิงแนะนำ และได้มีโอกาสไปร่วมอบรมธรรมะ เหมือนมีอะไรไม่รู้ทำให้รู้สึกว่าต้องขออโหสิกรรมแม่ มันเป็นเรื่องยากมากสำหรับกวางเพราะใจมันไม่อิน มันเหมือนถ้าทำเราจะเป็นคนแพ้ทั้งๆที่ไม่ได้ผิดอะไร แต่อะไรก็ไม่รู้อีกทำให้กดโทรศัพท์ไปหาคุณแม่ ใจเต้นแรงมากเพราะไม่ได้คุยดีแน่นอน แต่ทุกอย่างกลับพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยค่ะ คุณแม่คุยด้วยดีมากถามไถ่ถึงหลานอีก บอกว่าสิ้นเดือนนี้จะไป กทม. กวางบ้านอยู่ไหนเสร็จธุระแล้วจะแวะไปหา พอพูดจบปุ๊บภาพการขอขมาในบ้านมันเข้ามาในหัวเลยค่ะ โชคดีอะไรอย่างนี้คุยด้วยดีแถมยังจะมาให้ขอขมาถึงบ้านอีก มันอิ่มใจมันพองยังไงบอกไม่ถูกค่ะ ไม่คิดว่าทิฐฐิที่เราสะสมมาเป็นสิบกว่าปีนี้จะหายไปได้เพียงแค่การสวดมนต์นั่งสมาธิง่ายๆที่บ้านเอง เรื่องนี้มันทำให้กวางรู้ว่าความโกรธ ความจะเอาชนะมันมีน้ำหนักนะ แบกไว้มาตั้งสิบกว่าปีมันไม่ได้ทำลายใครเลย มันทำลายเราเองนี่แหละ พอวางความโกรธ ความเอาชนะลงได้ เหมือนตัวมันเบาขึ้นนะคะ สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณอาจารย์หนิง ทีมงานบ้านโลกทิพย์ ทีมงานคลิกใจให้ธรรม และกัลยาณมิตรทุกท่านมากค่ะ หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นธรรมทานอีกเรื่องหนึ่งที่มีประโยชน์ในบ้านโลกทิพย์นะคะ ผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
70
เกษา นักบุญยาจก / อยากรวย
« กระทู้ล่าสุด โดย เอ็มเจ เมื่อ พฤษภาคม 24, 2016, 10:56:42 AM »
20 พฤษภาคม ค.ศ. 2016

.อยากรวย...
เรื่องราวที่จะเขียนต่อไปนี้ เป็นเพียงปัตจัตตังเท่านั้น ขอให้อ่านเพื่อความบันเทิง
.. ทำอย่างไรจะรวย??..
สาเชื่อว่าหลายๆคนนั้นก็ตั้งคำถามแบบนี้ในหัวเสมอ และสาเองก็เช่นกันคะ สาเองก็คนปกติธรรมดาที่ยังต้องมีปัจจัย 4 เป็นตัวดำเนินชีวิต แต่เราเลือกที่จะมีปัจจัย แบบจำกัดได้
เอ๋??? แบบไหนกันนะ
เรามาทำความเข้าใจไปพร้อมๆกับหลักคำสอนของพระไปด้วยเลยดีกว่าคะ
มีหลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่อง ของมงคล เรียกทรัพย์ บทสวดเรียกทรัพย์ ตุ๊กตาเรียกทรัพย์ อะไรทำนองนี้ มีจริงเหรอ ได้มาแล้วรวยจริงรึไม่ เรามาทำความเข้าใจพร้อมๆกันที่ละขั้นตอนกันคะ
คนมีบุญ มีวาสนา ถูกหวยรวยเบอร์ ทำมาค้าขึ้นร่ำรวย!!!
... จริงๆแล้วเรื่องบุญเก่านั้นสาก็เคยเขียนไว้ในบทความก่อนๆนะคะว่าบุญนั่นเปรียบเสมือนแสตมป์เซเว้น ที่สะสมเต็มไว้แลกสิ่งของ ยิ่งแต้มเยอะยิ่งได้ของชิ้นใหญ่
คราวนี้บุญที่เราสะสมมาแต่ละชาติ ยิ่งสะสมมาก ความโชคดีจากลาภลอยที่ได้มาจากบุญครั้งเก่าๆของเรานั้นก็จะแสดงผลออกมาตามที่เราขอ หรือที่เราไปอธิฐานตามสถานที่ต่างๆนั้นเองคะ ใครสร้างบุญ สะสมบุญไว้แล้วไม่ได้เบิก ไม่ได้ขอ ก็จะสะสมยกยอด ทบยอดบุญไปเรื่อยๆนั้นเองคะ อันนี้แหระที่เรียกว่าบุญเก่าที่เค้ามีกันนั้นเอง ความบังเอิญไม่มีในโลกแน่นอนคะ
ของมงคลเรียกทรัพย์ ใช้ได้จริง มีจริงรึไม่??
อันนี้ก็อารมณ์คล้ายกันกับบุญที่สะสมคะ ของมงคลบางชนิดได้พระผู้มีจิตเมตตาที่เข้มข้น มากระตุ้นบุญที่คนครอบครอง ให้ใฝ่ทำดีเสริมเพิ่มเติม ก็สามารถ เบิกเรียกบุญเก่าออกมาได้เร็วเช่นกันคะ
พระคาถาเรียกทรัพย์???
... อันนี้ถ้าถามสาว่าจริงรึไม่ สาก็ว่าจริง จริงตรงที่ตัวเรานั้นมีสติ จากการสวดบทพระคาถาให้เกิดความมงคลในจิตมากขึ้น พระท่านกล่าวว่าการสวดมนต์ ภาวนาเป็นการฝึกจิตตนเองอย่างหนึ่ง ยิ่งฝึกยิ่งรู้ตนเอง การรู้ตนเองนั้น เราจะมีการระงับ ยับยั้งชั่งใจได้ว่าสิ่งไหนสมควรจ่าย สิ่งไหนไม่สมควรจ่ายนั้นเอง เพราะเราทุกคนมีกิเลส ยิ่งเห็นสิ่งที่ชอบ สวยถูกใจ ก็จะตามใจตนเอง โดยไม่ระงับ และชั่งใจก่อนว่า เอามาแล้วจะได้ใช้หรือไม่ หรือเมื่อเอามาแล้วผลสุดท้ายเราจะต้องมีอะไรตามมา หรือจะลำบากภายหน้าหรือเปล่า นั้นคือเหตุผลคะ
แล้วจะทำอย่างไรดีละให้มีเงินเยอะๆ????
... จริงๆหลักของการฝึกของพุทธจิต และด้านความเป็นจริงนั้น ใช้ด้วยกันได้นะคะ ใช้ได้อย่างไรละ???
... พระท่านสอนว่า ให้มีสติ ทุกครั้งก่อนจะทำอะไร ก็ตาม!!!
ในชีวิตคนเรานั้นตามใจกิเลสมากมาย และไม่มีการปล่อยวาง ยังคงไม่พอในชีวิต และไม่คิดที่จะสร้างสิ่งใหม่ๆ ไม่มีความอดทนและอดกลั่น
เพราะตามใจกิเลส จึงไม่เหลืออะไร!!!
ด้วยเรานั้นไม่มีการระลึก ถึงสิ่งที่จะต้องใช้ หรือความจำเป็นในชีวิตนั้นเอง ส่วนมากเราทุกคนจะจับจ่ายใช้สอยด้วยกิเลสที่ตนเองอยากได้ และยังไม่เคยพอนั้นเองคะ หากเรานั้นมีสติระลึกก่อนทุกครั้งที่จะจับจ่าย หรือวางแผนก่อนที่จะจับจ่ายนั้น เราก็จะได้สิ่งที่เราจำเป็น ส่วนที่ไม่จำเป็นก็จะเป็นจำนวนเงินที่เหลือเก็บหรือไว้ใช้อย่างอื่นในอนาคตที่จะถึงนั้นเองคะ
คิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆเพิ่มเติมรายได้!!!
ผู้ที่มีปัญญา และความอดทนนั้น จะมีสติคิดสร้างสรรค์ สิ่งของบางสิ่ง หรือช่องทางบางอย่างเพื่อเสริมรายได้ของตนเองขึ้นมา เงินจากเล็กๆสะสมจนมาเป็นก้อนใหญ่ได้ด้วยสติ และปัญญา ความอดทน และอดกลั่นนั้นเองคะ
... นี้คือหลักจริงๆ ที่เกิดขึ้นจริงๆ หลายคนอาจมองข้ามผ่าน แต่พยามมองหาสิ่งที่สบายกว่าเช่นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ลืมนึกถึงหลักของความเป็นจริงไป ว่ามันคืออะไรนั้นเองคะ
เปิดใจ เข้าใจ และมองดูรอบๆ เราจะเห็นสิ่งรอบข้างได้ชัดเจนขึ้นคะ
ขอเสริมอีกข้อ
.. ท่านที่เข้าปฎิบัติธรรม แล้วมีลาภศักดิ์การะนั้นหากท่านผู้นั่นถือหลักด้วยความเมตตา และปฎิบัติ ท่านจะปล่อยและละวางลงถึงความจำเป็นพวกนี้ได้คะ ท่านจะเลือกแต่สิ่งที่ท่านจำเป็นเท่านั้น เพราะฉนั่นใครหลายๆคนที่เห็นว่าบางคนเข้าวัด ถือศีลแล้วรวย อันนี้อยู่ที่บุญเก่า และจากการปฎิบัติแล้วปล่อยวางลงซึ้งทุกข์ จากความอยากได้ อยากมีนั้นเองคะ
ขอให้ทุกท่าน
... แจ่มใส เบิกบาน กันนะคะ...
อนุโมทนาคะ

แอดมินเกษา
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
สวดมนต์เป็นนิจ อธิษฐานจิตเป็นประจำ อโหสิกรรมก่อนค่อยแผ่เมตตา.


Banloktip.com ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20-เมษายน-2012 ..เพื่ออุทิศให้ คุณพ่อสำเร็จ ทิตาวงศ์