กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้ บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ ให้คำแนะนำในการปฏิบัติกรรมฐาน แนะนำการสวดมนต์ที่ถูกต้อง


ข่าวประกาศ โดย บ้านโลกทิพย์

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
61
ถามมา-ตอบไป / Re: ทำบุญให้แม่
« กระทู้ล่าสุด โดย sifar เมื่อ มีนาคม 24, 2016, 12:13:49 PM »
สาธุสาธุสาธุ
62
ถามมา-ตอบไป / Re: ทำบุญให้แม่
« กระทู้ล่าสุด โดย เอ็มเจ เมื่อ มีนาคม 24, 2016, 08:06:00 AM »
บุญที่คุณทำให้แม่นั้น ได้รับแน่นอนครับ เพราะเป็นบุญที่ตั้งใจกระทำ และมีจิตแน่วแน่ที่จะส่งบุญให้คุณแม่ของคุณ สบายใจได้ครับ บุญกุศลที่คุณทำนั้น คุณแม่ท่านได้รับแน่นอน และจะส่งผลให้แม่ของคุณท่านได้ปรับภพภูมิที่ดีขึ้นครับ
63
เกษา นักบุญยาจก / เมื่อคนในครอบครัวเปลี่ยนศาสนา
« กระทู้ล่าสุด โดย เกษา นักบุญยาจก เมื่อ มีนาคม 24, 2016, 04:22:08 AM »


23 มีนาคม ค.ศ. 2016


เมื่อคนในครอบครัวเปลี่ยนศาสนา
เรื่องราวที่จะเขียนต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง และผู้เขียนเองมิได้มีเจตนาที่จะสื่อไปในทางที่ผิด แต่จะเขียนให้เห็นอีกมุมมองของชีวิต ขอให้มีสติในการอ่าน และเสพเพื่อความบันเทิงคะ

.. เมื่อคนในครอบครัวเปลี่ยนศาสนา...
สาต้องออกตัวก่อนว่า ตัวสาเองกับครอบครัวตอนนี้อยู่ที่ต่างประเทศคะตัวสาเองมาอยู่ที่นี่ได้ 10 ปีแล้ว ส่วนแฟนของสาเป็นคนไทยที่มาอยู่กับแม่ก็เข้า 20 กว่าปี ส่วนแม่ของแฟนก็มาอยู่ ราวๆ 30 กว่าปีคะ
การที่เราอยู่ต่างประเทศนั้นวัดไทยค่อนข้างไกล และจะมีโอกาสน้อยมากที่จะได้ไปทำบุญ แต่สาและครอบครัวก็ปฎิบัติหน้าที่ชาวไทยพุทธตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี่ การสวดมนต์ ปฎิบัติสมาธิ ก็จะทำกันอย่างสม่ำเสมอ หากมีเทศกาลหากว่างหรือมีวันหยุดตรง
ก็จะไปร่วมงานกันบ้างในบางครั้งเพราะด้วยระยะทางที่ไกล
แม่แฟนสาเป็นคนใจบุญคะ ท่านเป็นคนที่ทำบุญเสมอ ไม่ว่างานบุญที่ไหน ท่านจะร่วมตลอด ท่านเป็นคนที่เคร่งเรื่องศาสนามากๆ แต่ด้วยท่านเป็นคนที่เรียนน้อยจึงไม่เข้าใจในบทสวดมนต์ต่างๆ เพราะท่านเรียนน้อยจึงอ่านหนังสือไม่ออกนั้นเอง
มีอยู่วันหนึ่ง มีตัวแทนของศาสนาหนึ่งได้เข้ามาให้คำแนะนำแม่แฟน ศาสนานี้ได้ใช้หลักทางการใช้ชีวิต และการดำรงชีวิต การอธิบายของเค้าค่อนข้างเข้าใจง่าย และมีเหตุ มีผลมากทีเดียว แต่ความละเอียด ลึกซึ้งนั้นยังเทียบของพุทธเราไม่ได้
หลังจากนั้นท่านก็เปลี่ยนจากพุทธเป็นอีกศาสนา ด้วยความศัทธา และความเข้าใจในหลักคำสอนของเค้า ในตอนแรกแฟนสานั้นต่อต้านมาก เพราะเราเป็นคนไทยพุทธ จะมาเปลี่ยนเป็นอื่นได้ยังไง เจอกันเมื่อไรก็จะมีปัญหากันทุกครั้ง เค้าถามสาว่า เปลี่ยนแบบนี้แม่จะได้บุญมั้ย
สาตอบเค้าไปว่า
" ศาสนาทุก ศาสนาสอนให้เราเป็นคนดี สอนให้เราเข้าใจหลักของการใช้ชีวิต หากศาสนานั้นสอนให้เราเบียดเบียนคนอื่น และเบียดเบียนตนเอง สอนให้ฆ่าแกงกันเอง อันนั้นไม่ใช่ศาสนา ถ้าแม่ถูกสอนแบบนั้นเราค่อยหาวิธีพาแม่กลับมาเหมือนเดิมและบุญอยู่ที่ใจ หากท่านเข้าใจ และใจท่านผ่องใส ก็ควรปล่อยท่านไป "
หลังจากที่แม่แฟนได้รับการเรียนรู้นั้น ทุกอาทิตย์จะมีตัวแทน หรือผู้ให้คำแนะนำ นำคัมภีร์มาสอนและอธิบายต่างๆ รู้สึกว่า แม่แฟนจะใจเย็นขึ้น และมีเหตุ มีผลมากขึ้น มองโลกด้วยความเข้าใจมากขึ้น พอได้คุยกับแม่แฟน ก็รู้ได้เลยว่า ท่านเข้าใจหลักคำสอนของเค้ามากกว่าของเรา ด้วยการสอนที่เรียบง่าย และเห็นหลักความเป็นจริงที่ชัดเจน ก็ยิ่งสร้างความมั่นใจให้แม่แฟน
ที่จะทำสิ่งดีๆ และอยู่อย่างมีความสุข สาเลยบอกกับแฟนว่า
" ในหลักทางพุทธเรา พระพุทธเจ้า ท่านก็ไม่ได้บังคับใคร ให้มาสนใจท่าน แต่ท่านจะชวนให้มาดู ให้มาเข้าใจในสิ่งที่ท่านบอก หากบุคคล บุคคลนั่นเข้าใจในสิ่งที่ท่านบอก ก็หมายถึงได้เข้าถึงท่าน และมองเห็นท่าน เพราะท่านคือผู้ให้ความรู้ แต่ถ้าแม่เข้าใจหลักของอีกศาสนา และศาสนานั่นสอนให้ท่านมีใจรักเพื่อนมนุษย์ มีหลักคำสอน ที่ไม่เบียดเบียนใคร ก็ปล่อยท่านไปเถอะ ส่วนเรานั้นมีหน้าที่ ที่ต้องทำของชาวไทยพุทธ ปฎิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ทำตามในสิ่งที่ตนเองเข้าใจก่อน แล้วค่อยเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ "
ทุกศาสนาสอนให้เราเป็นคนดี สอนให้เรามีเมตตาต่อเพื่อมนุษย์ อยู่ที่ศาสนานั้นจะมีการแนะนำ และสื่อสารแบบไหน
ส่วนของพุทธเรานั้น เน้นที่ฝึกจิต และ หลักของเหตุผล ผลของการกระทำ และผลที่จะได้รับมา การมองเห็นทุกข์ที่เกิดขึ้น และเหตุของมัน การดับทุกข์นั่นๆ ความละเอียดมีมากมาย
จนบางคนอาจมีการสับสน ยากจนจะเข้าใจก็มี บางคนอยากเข้าใจ แต่หาคนที่จะอธิบายให้เห็นภาพชัดเจนก็หายาก บางคนอยากเข้าใจตามหาคนที่จะอธิบาย แต่ยิ่งอยากเข้าใจ ก็ยิ่งยากที่จะเข้าใจไปอีก บางคนหลงผิด จากคนที่เข้าใจผิดสอนให้หลงผิดก็มีอีกมากมาย
ในหลักคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านได้กล่าวไว้ในบทพระธรรมคุณว่า

" โย โส ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
พระธรรมนั้นใด, เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว
สันทิฏฐิโก
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง
อะกาลิโก
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เอหิปัสสิโก
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
โอปะนะยิโก
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน
ตะมะหัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ
ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระธรรมนั้น
ตะมะหัง ธัมมัง สิระสา นะมามิ
ข้าพเจ้านอบน้อมพระธรรมนั้น ด้วยเศียรเกล้า
..,,,,,,,,,,,,,.......
และนั้นคือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคะ
อนุโมทนา
64
ถามมา-ตอบไป / ทำบุญให้แม่
« กระทู้ล่าสุด โดย sifar เมื่อ มีนาคม 23, 2016, 03:17:13 PM »
แม่หนูเสียชีวิตวันพฤหัสครบ100วันๆพฤหัสพอดีเราไปทำบุญถวายสังฆทานอาหารสดและมีผ้าไตรเวียนที่วัดคะแล้วพอวันเสาร์เราก็ทำบุญอีกที่บ้านโดยนิมนต์พระมาที่บ้านแม่จะได้รับบุญกุศลที่เราทำไหมคะ
65
เกษา นักบุญยาจก / ฆ่าตัวตาย
« กระทู้ล่าสุด โดย เกษา นักบุญยาจก เมื่อ มีนาคม 22, 2016, 04:50:43 PM »


22 มีนาคม ค.ศ. 2016


ฆ่าตัวตาย
เรื่องราวที่จะเขียนต่อไปนี้เป็นเรื่องราวที่รู้ได้เฉพาะตนเท่านั้นเป็นเพียงปัตจัตตัง ขอให้อ่านเพื่อความบันเทิง

.. การฆ่าตัวตาย ..,

หลายคนก็จะพอรู้มาบ้างว่าการฆ่าตัวตายนั้นกรรมหนัก ไม่ว่าจะมีการให้ความเข้าใจออกสื่อทางธรรมทุกช่องทาง ว่าการฆ่าตัวตายนั้นจะได้รับผลของกรรมทรมานขนาดไหน แต่ก็ยังมีข่าวฆ่าตัวตายกันออกมามากมาย คนที่มีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย หรือทำการฆ่าตัวตาย บุคคล
 บุคลนั้นได้ขึ้นชื่อว่าขาดสติ และสตินั้นจะเป็นผู้ระงับ ยับยั้ง ให้มีความกลัวเกิดขึ้นคะ หากบุคคลนั้นไม่มี นั้นก็หมายความว่า ยังคงมีวิบากของกรรม และบุญที่จะทำให้เกิดแสงสว่างขึ้นไม่เพียงพอนั่นเอง
บุคคลที่มีกรรมแล้วมีความคิดที่จะฆ่าตัวตายนั้น ได้สร้างกรรมประเภททำให้บุคคลอื่นแตกแยก ทำให้บุคคลอื่นเห็นผิดเป็นถูก บิดเบือนความจริง จนทำให้บุคคลอื่นทุกข์ใจเป็นต้น
เพราะกรรมพวกนี้จะทำให้สตินั้นเกิดขึ้นยากคะ ส่วนบุคคล บุคคลใดนั้นเคยคิดจะฆ่าตัวตาย แล้วมีสติละลึกขึ้นมาด้วยความกลัวตาย บุคคล บุคคลนั้น ยังคงมีกุศลอยู่ ไม่ว่ากุศลนั้นที่เคยทำไว้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม ก็ยังคงเป็นกุศลที่ทำให้สติก่อเกิดขึ้นมาได้คะ ฉะนั้น หลายคนที่เกิดมาแต่ละชาติ จะมีบุญและกรรมผสมกันเสมอ มีการหักล้างกันเสมอๆคะ หรือบุญนั้นเราอาจทำแบบไม่รู้ตัว แต่จริงๆแล้วมันคือบุญใหญ่นั้นเอง พระท่านถึงได้สอนให้เรานั้นหมั่นสร้างความดี สร้างกุศลให้ติดเป็นนิสัยในสันดารตนคะ
คราวนี้เรามาตามติด ความทรมานของการฆ่าตัวตายกัน
เหมือนที่สาได้เขียนไว้ข้างต้น คนที่ฆ่าตัวตายคือคนที่ขาดสติอย่างหนัก และมีสภาวะอารมณ์ที่เข้มข้นไปด้วยความเศร้า ความเสียใจ ทำให้ทุกอย่างมืดไปหมด หูไม่ได้ยินเสียง ตามืดมิด ร่างกายขยับตามอารมณ์ของความเศร้าหมอง จากนั้นก็จะทำตามที่อารมณ์สั่งการ
คนที่ฆ่าตัวตายนั้นจะฆ่า ตัวตายแบบซ้ำๆ จริงหรือไม่ ???
จริงคะ เค้าเคยพูดกันว่าชีวิตมันเหมือนการดูละครหนึ่งเรื่อง การฆ่าตัวตายก็เช่นกัน เหมือนแผ่นหนังที่ตกร่อง ที่ต้องวนไป วนมาคะ เหมือนโปรแกรมแชทที่เรานั่นพยามพิมข้อความขึ้นไปที่หน้าจอของเราแต่เรานั้นไม่เห็นข้อความ แต่เพื่อนร่วมแชทเห็นข้อความของเราที่พิมขึ้นไปเป็นร้อยๆครั้ง โดยที่เราไม่เห็นข้อความนั้นๆ ก็เพราะนั่นคือสิ่งที่เพื่อนเห็น แต่เรานั้นไม่เห็น เพราะโปรแกรมของเพื่อนปกติ แต่ของเรานั้นผิดปกติไปนั้นเอง
และเมื่อเริ่มทำการฆ่าตัวตายในอารมณ์ที่อยากตายเมื่อลงมือแล้วสำเร็จ จิตที่ยังคงยึดติดความอยากตาย มันยังคงอยู่ เมื่อตายแล้วจิตออกจากร่าง แต่ยังคงไม่รู้ตัวว่าตนเองตายแล้ว ก็เพราะยังคงยึดติดกับอารมณ์ของความอยากตายอยู่จึงนึกว่าตนเองยังไม่ตาย และได้ทำต่อไปเรื่อยๆ จนกว่ากระแสของอารมณ์ หรืออารมณ์นั่นๆได้จางลงและเมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่าตนเองกำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน และต้องมาทำการฆ่าตัวตายซ้ำๆแบบนี้
ความรู้สึกระหว่างการแหวนคอ ความรู้ระหว่างลมหายใจที่กำลังจะหมด
ถึงแม้จะเพิ่มมาได้รู้สึก สติที่เพิ่งได้กลับคืนมา มันดันมารับรู้เอาตอนที่สายไปแล้ว มันจึงรับรู้ความรู้สึกนั้นได้อย่าแจ่มชัดและชัดเจนว่ามันทรมานมากแค่ไหน แต่มันก็สายเกินไปที่จะแก้ไข
บางดวงวิญญาณพยามขอควาช่วยเหลือ เพราะทนกับความทรมานนี้ไม่ไหว พยามปรากฎตน หรือพยามสื่อสารให้ช่วย แต่ก็ช่วยไม่ได้
และบุคคลที่ฆ่าตัวตายบาปหนักมาก เพราะร่างกายเรานั้นได้มาจากมารดา ที่แบ่งเลือดและเนื้อนี้ เพื่อมาสร้างตัวเราคะ เมื่อเราทำร้ายร่างกายตนเอง หรือฆ่าตัวเองตาย ก็เหมือนทำร้างผู้เป็นมารดาของเราเช่นกัน จะหลุดบาปนี้ได้ก็จะต้องขอขมากรรมจากมารดาของตน หรือมารดาของตนจะต้องอโหสิกรรมให้ แต่ใช่ว่าจะหลุดกรรมนั้นนะคะ ยังคงต้องไปเป็นเปรตต่อ เพราะตนเองได้ฆ่าตัวตายกว่าจะหลุดภพเปรต ไปภพอื่นๆอีก ตามที่เคยเขียนไว้ในบทความที่แล้ว เรื่อง " ลำดับการหลังความตาย " แล้วกว่าจะได้วนมาเกิดอีกครั้ง แล้วกรรมที่เคยฆ่าตัวตายยังคงละลึกอยู่ และจะยังคงมีกระแสนั้นติดมาจากชาติก่อนๆอยู่ และพยามที่จะฆ่าตัวตายซ้ำอีก
แต่จะอยู่ที่บุญและะกรรม หากยังคงมีกุศลผลของบุญอยู่ ก็จะมีสติละลึกกลัวตายขึ้นคะ
คราวนี้ถ้าใครคิดที่จะฆ่าตัวตาย คิดใหม่อีกรอบนะคะ คุณไม่ได้หลุดพ้นจากการทรมานที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์นี้นะคะ แต่มันคือการเริ่มต้นความทรมานของโลกที่คุณกำลังจะไปต่อนั้นเอง การฆ่าตัวตายไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่มันคือการเริ่มต้น อันสุดแสนจะทรมานยิ่งกว่าที่คุณมีชีวิตอยู่อีกคะ กำหนดของอายุแต่ละคนนั้นไม่เท่ากันคะ และคุณโชคดีมากๆที่ได้โอกาสมามีร่างกายและสมองที่พร้อมสมบูรณ์ อย่าเสียโอกาสนั้น รีบเร่งสร้าง เร่งสะสม สมบัติแห่งปัญญา ที่ได้มาจากกุศลผลบุญแห่งความดีงามของตน เพื่อนำไปใช้ในภพภูมิข้างหน้าต่อไปคะ
อนุโมทนากีบทุกท่านคะ
66
เกษา นักบุญยาจก / ลำดับการ หลังความตาย
« กระทู้ล่าสุด โดย เกษา นักบุญยาจก เมื่อ มีนาคม 21, 2016, 09:20:25 PM »

21 มีนาคม ค.ศ. 2016


ลำดับการหลังความตาย
เรื่องราวที่จะเขียนต่อไปนี้ เป็นความรู้เฉพาะตน
เป็นเพียงปัตจัตตังเท่านั้น ขอให้อ่านด้วยความบันเทิงคะ

... บางคนเคยสงสัยนะคะ  ว่าเรานั้นเวลาตายจะไปแบบไหนอย่างไร เมื่อบทความก่อนๆ เคยเขียนเรื่องจิตสุดท้ายก่อนตายไว้ คราวนี้เรามานั่งดูกันว่า เมื่อเราตายเราจะไปที่ไหนกันบ้างคะ
.. พระท่านเคยสอนเรื่องจิตสุดท้ายก่อนตาย หรือการฝึกตายก่อนที่จะตายจริง คือการฝึกละวาง ปลดปล่อยบ่วงหรือห่วงที่ทำให้จิตของเรานั้นติดค้างและไปที่สุขภูมิไม่ได้นั่นเอง
เมื่อเรานั้นมีความรู้เรื่องจิตสุดท้ายมาบ้าง ถึงแม้จะฝึกมาไม่มากพอ แต่เรายังพอเข้าใจไว้ เมื่อเกิดเหตุสุจวิสัยจริงๆ เราอาจใช้มันได้ถึงแม้ว่าเรานั้นจะตกอยู่ในสถานะที่เค้าเรียกกันว่า
 " ตายโหง " หรือตายแบบอุบัติเหตุกระทันหันนั้นเอง แต่ถ้าเรานั้นตกอยู่ในสถานะนั้นจริงๆ เรามีสติครบพร้อมอยู่ การฝึกเพื่อตายนั้น ก็ทำให้เรานั้นไปสู่สุขภูมิ หรือขึ้นไปเสวยสุขก่อนได้เช่นกันคะ
บางคนเคยเข้าใจว่า เมื่อคนที่ทำกรรมหนักๆ ตายไปจะตกนรกเลย อันนี้มันก็จริงนะคะ แต่ถ้า บุคคล บุคคลนั้นจิตสุดท้ายเค้าคิดแต่สิ่งที่เป็นกุศล ผลบุญในแว๊บนั้นเค้าก็สามารถได้ไปตัดสินใหม่อีกรอบหรือหากตัดสินแล้วเค้ายังมีกุศลบ้างเค้าก็จะยังไม่ลงนรกเลยคะ จะได้ไปเสวยบุญของตนเองก่อน แล้วจึงลงนรก รับกรรมที่กระทำไว้ ตามลำดับของกรรมนั้นๆคะ เมื่อรับกรรมตามที่ได้กระทำมาจนครบที่นรกแล้ว ก็มาตรวจกันอีกรอบเพื่อจะมาอีกระดับของการไปเกิดหรือไปเป็นเปรตต่อ ถ้าบุคคล บุคลนั้นเคยทำกรรมเกี่ยวกับด่าจาบจ้วงของสูง หรือต่อว่าบุพการีมาก่อน แต่ถ้ายังมีบุญที่เคยคอยเลี้ยงดูบิดา มารดา ก็จะมาเกิด เป็นมนุษย์ แต่มีความพิการทางปาก ใบหน้า หรือร่างกายเป็นต้น แต่ถ้าบุคคล บุคลนั้นไม่มีบุญที่สร้างไว้เลยก็จะทนทุกในภูมิเปรตก่อน แล้วถึงจะมาเกิด ก็ต้องดูอีกมีบุญพอที่จะได้เกิดเป็นมนุษย์หรือไม่ ถ้าไม่มีก็เป็นประเภทสัตว์เดรฉานนั้นเองคะ กฎแห่งกรรม มีขั้นตอนและตายตัวคะ
ถ้าบุคคล บุคลนั้นเมื่อยามมีชีวิตอยู่ สร้างกุศลไว้มากมาย จิตสุดท้ายเศร้าหมองก็จะตกไปสู่อบายภูมิก่อน ชดใช้กรรมเก่าของตนเองก่อน ถึงขึ้นมาเสวยสุขในบุญตน แล้วก็ได้เกิดมาเป็นมนุษย์อีกครั้ง ถ้ามีบุญในชาติก่อนที่เคย สะสมประเภท สวดมนต์ ทำกรรมฐานไว้ เมื่อเกิดมาใหม่ บุญนั้นจะต่อยอดไปอีกคะ
ส่วนบุคคล บุคคลนั้น ไม่ทำไม่สร้าง และจิตสุดท้าย ก็มีอกุศลเกิด ก็ไปนรกภูมิก่อน เมื่อตรวจสอบแล้วการสร้างกุศลมีไม่พอ ถึงแม้นจะได้มาเกิดเป็นมนุษย์ แต่ด้วยไม่เคยสะสม บุญไว้เมื่อชาติก่อน จึงเกิดมา ยากแค้น ขาดเขิน ทุกข์ทน
และบุคคลที่ได้มาเกิดใหม่นั่นไม่ใช่จะหมดกรรมหรือการกระทำเก่าๆนะคะ ยังคงจะต้องชดใช้เช่นกัน เมื่อกระทำกับบุคคลไว้ ก็จะต้องมาชดใช้บนโลกมนุษย์ เมื่อกระทำแล้วมันผิดศีลข้อใด ความร้ายเเรงของการผิดศีล ก็จะนำไปชดใช้กันในนรกภูมิคะ
ส่วนบุคคลที่ตายแล้วกลายเป็นเปรตเลยอันนี้อยู่ในประเภทที่หนักสุดนะคะ เพราะกว่าจะหลุดภูมิของเปรต ไปนรก กว่าจะหลุดนรก ไปภูมิเปรตอีกรอบ กว่าจะหลุดภูมิเปรต ไปเกิดแล้วถ้ามาเกิด กว่าจะได้มาเกิดเป็นมนุษย์อีก เล่นกันยาวววว จนลืมกันเลยทีเดียวคะ
ส่วนกรรมที่หนักเท่าๆกับการฆ่าบุพการีตนเองคือการ ฆ่าตัวตาย เดี๋ยวบทความต่อไปจะพาไปนั่งพิจารณากันนะคะ ว่ามันจะทรมานแค่ไหน
คราวนี้พอจะมองภาพออกมั้ยคะว่า ลำดับนั้นมันซับซ้อน และยากเหลือเกินกว่าจะได้มาเกิดกันคะ ฉนั้นเมื่อรู้ตัวกันเเล้วรีบเร่งทำกันนะคะ เพราะเราไม่รุ้วันตายของตนเอง แต่ที่เราก็รู้เพียงแค่วันที่เราได้เกิดมาเท่านั้นคะ
อนุโมทนากับุกท่านคะ
[/size]
67
เกษา นักบุญยาจก / เมื่อฉันเคยเกิดเป็นหมู
« กระทู้ล่าสุด โดย เกษา นักบุญยาจก เมื่อ มีนาคม 18, 2016, 08:59:43 PM »

18 มีนาคม ค.ศ. 2016


เมื่อฉันเคยเกิดเป็นหมู
เรื่องราวที่จะเขียนต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวที่รู้ได้เฉพาะตน เป็นเพียงปัตจัตตังเท่านั้น ขอให้อ่านด้วยความบันเทิงคะ

 ... เมื่อฉันเคยเป็นหมู ....
เมื่อเหตุอดีตชาติที่ระลึกได้เพราะตอนฝึกสมาธิ ภาพปรากฎให้เห็นอาหารอยุ่ตรงหน้า ถึงแม้นจะเป็นลำ เป็นผัก เป็นกล้วย แต่ก็กินอย่างอร่อย ไม่เคยขัดใจ กินอิ่มนอนหลับอย่างมีความสุข ยามร้อนนอนแช่น้ำ ยามหิวมีของกิน ไม่ต้องทำงาน เมื่อครั้งถึงเวลา มีชายร่างใหญ่มาจับ ตัวพยามมัดขา มัดปาก ทั้งตกใจ และกลัว ดิ้นสุดแรงแต่ดิ้นไม่หลุด สายตาสาดส่ายมองดู เค้าแบกเราไปที่แห่งหนึ่ง ตรงหน้ามีเพื่อนของเรา มีแม่ของเรา มีน้องของเรา ที่กำลังโดนสิ่งที่เรียกว่ามีด แทงลงที่ลำคอ เฉียนที่เนื้อ เลือดสีแดง สาดทั่วไปหมด เสียงกรีดร้องโหยหวน ร้องขอความช่วยเหลือ ขอความเมตตา ขอร้องอย่าทำฉันเลย แต่เสียงนั้นมันไม่ถึง เมื่อถึงคิวฉัน เค้าวางฉันลง ทั้งเจ็บ ทั้งกลัว แสงไฟกระทบมีดวาววับ จากนั้นฉันก็รู้สึกเจ็บมากที่สุด เค้าแทงลงที่ระหว่างขาที่เป็นหัวใจของฉัน ทรมาน ทรมานเหลือเกิน ฉันทำใครไว้กันนะ ทำไมฉันต้องโดนแบบนี้ ทำไมฉัน ต้องได้รับความเจ็บทรมานแบบนี้ น้ำตาฉันไหลออกมา เสียงร้องของฉันเริ่มหาย จากนั้นเค้าก็ใช้มีดปาดที่คอของฉัน และทรมานก็เริ่มจางลง นั้นคือนิมิตรที่เกิดจากการทำสมาธิ
ไม่ว่าสัตว์หรือมนุษย์ ทุกตัวทุกตนรักชีวิต กลัวตาย เจ็บปวด ทรมานเป็นเช่นกัน หากเราเป็นผู้ที่เลือกได้
ขอจงเลือกไม่เบียดเบียนผู้ใดจะดีที่สุดคะ

... เมื่อบทความคราวก่อนเคย เขียนไว้ว่า การกินเนื้อสัตว์นั้น ทำให้เกิดมะเร็งจริงหรือ กินเนื้อแล้วบาปจริงเหรอ กินเนื้อแล้วมีนิสัยรุ่นแรงจริงเหรอ เรามาพิจารนาตามกันคะ
... อันที่จริงแล้วสัตว์ทุกตัวนะคะ มีความรุ้สึก มีความเจ็บปวดเหมือนกับเราเช่นกัน เช่นถ้าเราตีหมู หมูก็จะส่งเสียงร้อง ตีไก่ ตีวัว ตีควาย มันก็จะส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด เหมือนกับเราคะ เมื่อโดนตีแบบแรงๆ ก็ส่งเสียงร้องเช่นกัน
ในทางวิทยาศาสตร์ หรือทางการแพทย์ ได้บอกว่าคนเราจะหลั่งสารบางตัวออกมาเมื่อเกิดความตกใจอย่างแรง กลัวสุดขีด และสารพวกนี้มีผลต่อเลือดในร่างกายทำให้เกิดเลือดเป็นพิษได้คะ และจะบำบัดได้ก็ต่อเมื่อมีสารแห่งความสุข หรือ ฟอกเลือดด้วยลมที่เข้าไปในปอดเหมือน บทความครั้งก่อน เรื่องพิจารณา ธาตุ4
แต่ถ้าความตกใจ ความกลัวสุดขีด ผลิตสารบางตัวที่ทำให้เกิดพิษในเลือดขึ้นมาแล้วไม่มีโอกาสได้ฟอกเลือดละจะทำอย่างไร
นั้นคือเหตุผลของการที่สัตว์ทุกตัวนั้นถึงได้มีสารพิษนี้ในเลือดและในตัว ในเนื้อของมันคะ
ก่อนตายทุกตัวจะมีความเครียด ความกลัว ความกดดัน ทุกอย่างของอารมณ์ผสมอยุ่ในตัว ความอาฆาทแค้น อยู่ในนั้นคะ ถึงแม้ว่า เนื้อที่เรากินเข้าไปนั้นไม่มีการผสมสารกับบูด สารเร่งเนื้อแดงก็ตาม ก็หนีไม่พ้นสารพิษที่เกิดมาจากสภาวะอารมณ์ก่อนตายของพวกสัตว์ที่มันได้ผลิตสารพิษออกมาผสมกับเลือดและเนื้อของตนเองคะ ส่วนเรื่องกินเนื้อแล้วจะอารมณ์ร้ายมั้ยอันนี้ก็มีส่วนนะคะ เพราะไม่ว่าสัตว์หรือคนคะ จิตสุดท้ายก่อนตายเป็นแบบใด ก็จะยังติดอยุ่แบบนั้นคะ แต่ เอ??? แบบนี้คนกินเนื้อ คนชอบกินเนื้อก็แย่สิ
อันที่จริง สารอาหารที่ได้จากเนื้อแดงของสัตว์นั้นยุคสมัยนี้มีเสริมมากมายคะ และธัญพืชก็มีเช่นกัน แต่ถ้าจะบอกว่าก็มันติด ทำอย่างไร????
ก็พยามลดให้น้อยที่สุดเป็นการดีต่อตนเองคะ
ถึงแม้พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้มีกฎในการไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ท่านสอนไม่ให้เบียดเบียนผู้ใดเพราะตัณหาและกิเลสของตนคะ สิ่งที่ท่านกระทำเพราะด้วยเหตุปัจจัตของสงฆ์ ที่ไม่สามารถขัดจากทานของผู้ให้
พวกเรานั้นสามารถที่จะเลือกได้ ก็เลือกในสิ่งที่ถูก ที่ควรคะ เลือกในสิ่งที่ไม่เบียดเบียนผู้ใดคะ
อนุโมทนาคะ
บทความนี้ มาเขียนเพื่อสะท้อน ให้เห็นถึง ตัวเค้า และตัวเราคะ
ไม่ได้มีเจตนากล่าวร้ายผู้ใด อโหสิกรรมคะ
[/size]
68
เกษา นักบุญยาจก / พิจารณาธาตุในร่างกาย
« กระทู้ล่าสุด โดย เกษา นักบุญยาจก เมื่อ มีนาคม 16, 2016, 08:32:00 PM »

16 มีนาคม ค.ศ. 2016


พิจารณาธาตุในร่างกาย
สวัสดีคะ เรื่องราวที่จะเขียนต่อไปนี้เป็นเรื่องราวที่รู้ได้เฉพาะตนเท่านั้นคะ เป็นเพียงปัตจัตตัง ขอให้อ่านเพื่อความบันเทิงคะ

... พิจารณา ธาตุในร่างกาย ...
สวัสดีคะ มีใครรู้ว่า ธาตุในร่างกายเรานั้นมีธาตุอะไรบ้าง
ธาตุในร่างกายเราหลักๆมี ดิน น้ำ ลม ไฟ สาเคยเขียนคราวๆไว้ในบทความก่อนๆเกี่ยวกับ ใช้สมาธิรักษาอาการเจ็บป่วยในร่างกายเรา วันนี้สาจะมาชวนพิจารณาธาตุในร่างกายเราด้วยการสังเกตอาการ และสภาวะการเกิดเจ็บป่วยในร่างกายกันคะ
ธาตุทั้ง4 คือ
ดิน คือ ร่างกาย เนื้อหนัง กระดูก ตับ ไต ใส้ อวัยวะต่างๆในร่างกาย
น้ำคือ น้ำเลือด น้ำหนอง น้ำทุกอย่างที่อยู่ในร่างกายเรา
ลม คือ ลมหายใจของเราที่ได้ สูดเข้าไป
ไฟ คือ ความอบอุ่นในร่างกายของเรา
นั้นคือธาตุทั้ง 4 ในร่างายองเราคะ ในทางแนวปฎิบัติ พระบางท่านจะฝึกสมาธิด้วยการ พิจารณาธาตุในร่างกาย และท่านจะรักษาตนเองด้วยการพิจารณาร่างกายตน
เอ???? ยังไงนะ
ถ้าใครเคยอ่านบทความหรือเคยฟังเทสของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย หลวงพ่อท่านจะสอนแนวทางของวิถีของจิต และการเกิดขึ้นจริง และพิสูจน์ได้จริงในสมาธิคะ ท่านจะเคยสอนเรื่องธาตุทั้ง4 นี้ด้วยเช่นกัน
เรามายกตัวอย่างกัน
เช่น ไข้หวัด น้ำหมูกไหล เรามาลองคิดตามกันเล่นๆนะคะ
เมื่อเรามีก้อนน้ำแข็งอยู่หนึ่งก้อน แล้วเราเอาออกมาวาง ใส่กล่องใสๆ ตั้งไว้กลางแดด ไอความร้อนจะละลาย ก้อนน้ำแข็งให้เป็นไอ เราจะเห็นไอน้ำนั้นเกาะที่กล่องใสๆ และน้ำแข็งที่ละลายออกมาใช่มั้ยคะ  ก็คล้ายๆร่างกายของเราคะ ร่างกายของเรานั่นคือกล่องใส เมื่อเรานั้นยืนอยู่ในอุนหภูมิที่ร้อนจัด ความร้อนในร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้น และความร้อนนั้นจะเผาพลานเลือดในร่างกายให้ออกมาในรูปแบบเหงื่อ และถ้าเรานั้น ร้อนจัดๆ เข้าไปที่ร่มหรือที่เย็นจัดระทันหันอุณหภูมิหรือ ธาตุไฟ ธาตุเย็น ยิ่งดื่มน้ำที่เย็นจัดๆเข้าไป ธาตุนำ้ ธาตุไฟ กระทบกระทันหันทำให้เกิดไอน้ำ และเกิดเป็นน้ำหมูกที่เกิดจากการละลายของธาตุน้ำและไฟคะ
เพราะฉะนั่นการปรับธาตุในร่างกายของเราย่อมสำคัญมากคะ ยิ่งการนั่งสมาธิ เป็นการปรับธาตุในร่างกายของเราเอง และเราสามารถ รับรู้ได้ว่าร่างกายของเรานั้น ขาดอะไร และ ลดอะไรให้สมดุลคะ
มายกตัวอย่างอีกข้อ เรื่องท้องผูก  อาหารที่เรากินเข้าไปนั้นคือธาตุดินคะ
ส่วนน้ำคือธาตุน้ำ เมื่อเรารู้ตัวว่าเรานั้นท้องผูก ให้ดื่มน้ำเยอะๆ เอ???? ทำไมนะ
เรามาพิจารณาตามกันดูคะ ให้นึกถึงดินที่แข้งติดอยู่ในท่อ และแข็งไม่ยอมออก เมื่อเราเทน้ำลงไป แล้วเขย่าๆ มันจะเริ่มอ่อนตัว และหลุดออกมาหมด คล้ายๆอาการท้องผูกคะ เมื่อธาตุดินเราเยอะเกินไป สิ่งที่เราสมควนเพิ่มคือธาตุน้ำ และมีการออกกำลังกาย เพื่อให้ลำไส้ขยับตัว
การดื่มน้ำเยอะ และออกกำลังกาย ทานอาหารที่ย่อยง่าย ธาตุไฟในร่างกายจะเผาพลาน และช้วยในธาตุดินที่มากจนเกินไปละลาย และสิ่งที่จะช้วยให้ธาตุดินละลายก็คือน้ำธาตุน้ำนั้นเองคะ
และนี้คือข้อดีของการใช้สมาธิ ในการพิจารณาร่างกายคะ เรามายกตัวอย่างโรคหนักๆกันดีกว่าคะ
ยกตัวอย่างโรคมะเร็ง มะเร็งคือเนื้อที่เกินออกมาใช่มั้ยคะ ไม่ว่าจะในร่างกาย หรือนอกร่างกาย เป็นก้อนเนื้อที่ผิดปกติ จริงๆแล้วก้อนเนื้อ ก้อนมะเร็งนั้นเกิดมาจากเลือดที่แข็งตัวคะ เรามาลองสังเกตพร้อมๆกันนะคะ ลองนึกถึง น้ำหวานเฮลบลูบอยแบบข้นๆ วางตั้งไว้ ในอุณภูมิที่ร้อน เมื่อความร้อน เผาน้ำหวาน จนแห้งแข็งเป็นก้อนขึ้น เหมือนกันกับเลือดในร่างกายของเราคะ และความร้อนนั้นคือ ธาตุไฟ ในร่างกายเรานั่นเอง อุณภูมิที่ร้อนขึ้นไม่ใช่ปัจจัยมาจากแดดด้านนอกนะคะ แต่เกิดที่ความร้อนในร่างกายเราเช่น โมโห เคลียด สภาวะพวกนี้จะทำให้อุณภูมิในร่างกายสูง เมื่อเลือดข้นเกิดจากความเครียด หรือเลือดนั้นมีสารพิษ ที่เกิดจากสารเคมีที่เราได้รับบ่อยๆ ก็เกิดทำให้เป็นก้อนมะเร็งขึ้น คนที่เสี่ยงต่อเป็นโรคมะเร็งมากที่สุดคือ คนที่รับสารพิษเข้ามาในร่ากายประจำเช่น เหล้า บุหรี่ หรือสารเคมีจากอาหารและ คนที่มีสภาวะเครียดจัดเป็นประจำ คนที่มีสภาวะอารมณ์แปรปรานเสมอๆคะ
การกินเนื้อสัตว์ ก็มีส่วนทำให้เกิดมะเร็งเช่นกันนะคะ เดี๋ยวบทความต่อไปสาจะมาเขียนให้อ่านกันคะ การที่จะบรรเทา และบำบัดให้เรานั้นไม่เกิดโรคมะเร็งนั้นมีคะ เราต้องรู้จักฟอกเลือดด้วยตนเอง เอ????? ทำอย่างไรนะ
การฟอกเลือดนั้นได้มาจากการ หายใจเข้าอย่างถูกวิธีนั้นเอง
เมื่อเรานั้นสูดลมหายใจเข้า อากาศจะทำการฟอกเลือดในร่างกายเราให้สะอาดขึ้น และการนั่งสมาธิ การฝึกสูดลมหายใจให้ถูกวิธี เป็นการปรับความสมดุลในร่างกาย
พร้อมทั้งอบรมณ์ จิตตนเองให้สงบเย็นลง ไม่ให้เกิดความเครียดที่เป็นสาเหตุของธาตุไฟในร่างกาย ด้วยคะ เมื่อเรานั้นทำอย่างสม่ำเสมอ ทุกวัน ร่างกายของเราจะแข็งแรง และจะรู้เท่าทัน การเจ็บป่วยในเบื่องต้นได้ด้วยละคะ
นี้คือข้อดีของการฝึกสมาธิแบบพิจารณากายของตนเองคะ
การได้มาจากคำว่า กาย วาทนา จิต ธรรม นั้นก็มาจากพิจารณากายของเราเองเลย
พิจารณาในกายตน
พิจารณาความเจ็บไข้ได้ป่วยในตน
พิจารณา สภาวะอรามณ์ของตน
และ พิจารณา ในเกิดเป็นธรรมชาติ ธรรมดา ขึ้น
แค่นี้เองคะ
ขออนุโมทนาคะ
[/size]
69
งานทำบุญ - เททองหล่อพระ - เทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก  ๑๓ กัณฑ์ พร้อมทอดผ้าป่า ในวันพฤหัส ที่  ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๙ ณ อุทยานพระโพธิสัตว์ธรรม ตั้งอยู่ที่ ๔๑/๑ หมู่ ๒ ต.ไผ่กองดิน อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี โดยมีข้าพเจ้า นายธานี เจริญผล พร้อมคณะฯ เป็นเจ้าของและผู้ดูแลสถานที่ได้ดำเนินการจัดสร้าง   องค์หลวงพ่อสำเร็จทันใจ และองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ไว้ในสถานที่ซึ่งตั้งอยู่กลางแจ้งนั้น จำเป็นต้องหาทุนทรัพย์เพื่อสร้างที่ประดิษฐานสถาปัตยกรรม ( ศาลาเก๋งจีน ) และสะพานถวายพระโพธิสัตว์กวนอิม   เพื่ออำนวยความสะดวก ราบรื่น ร่มเย็น ในการมากราบสักการะของท่านสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย      ด้วยเหตุนี้ทางคณะจึงได้ดำเนินการจัดงานทำบุญ - เททองหล่อพระ - เทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก  ๑๓ กัณฑ์ พร้อมทอดผ้าป่า ในวันพฤหัส ที่  ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๙
70
ขอเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพผ้าป่า หาเงินเพื่อต่อเติมอาคารเรียนอนุบาล โรงเรียนบ้านนาหินโหง่นนาดง อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี
*******************************************************************************************
เนื่องจากทางเพจบ้านโลกทิพย์ ได้รับการติดต่อจาก อาจารย์โรงเรียนบ้านนาหินโหง่นนาดง ให้ช่วยเป็นสะพานบุญ มาบอกบุญให้ทุกท่านได้ร่วมทำบุญผ้าป่า
เพื่อหาทุนมาต่อเติมอาคารเรียนให้กับเด็กอนุบาล เนื่องจากการเรียนการสอนในปัจจุบันมีอุปสรรคหลาย ทางเพจบ้านโลกทิพย์จึงขอความอนุเคราะห์
จากท่านทั้งหลายคนละนิด คนละหน่อย เพื่อทำให้ทางโรงเรียนได้มีปัจจัยพอเพียงในการสร้างอาคารเรียนให้กับเด็กอุบาลในครั้งนี้.
ทางบ้านโลกทิพย์และโรงเรียนนาหินโหง่นนาดง ขอขอบคุณทุกท่านที่มีจิตเมตตา ณ โอากาสนี้ครับ

ทางโรงเรียนบ้านนาหินโหง่นนาดง จะทอดผ้าป่า ในวันที่ 14 เมษายน 2559

สามารถสบทบทุนได้ที่...ธนาคารออมสิน สาขาเขมราฐ
ชื่อบัญชี..กองทุนผ้าป่าโรงเรียนบ้านนาหินโหง่นนาดง
เลขที่บัญชี...020164335109

[/b]
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
สวดมนต์เป็นนิจ อธิษฐานจิตเป็นประจำ อโหสิกรรมก่อนค่อยแผ่เมตตา.


Banloktip.com ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20-เมษายน-2012 ..เพื่ออุทิศให้ คุณพ่อสำเร็จ ทิตาวงศ์