นักบุญยาจก > เรื่องเล่ากฏแห่งกรรม

โลกที่สาม ตอน.. "เจ้ากรรมนายเวรมีจริง"

(1/1)

เอ็มเจ:
โลกที่สาม ตอน.. "เจ้ากรรมนายเวรมีจริง"
===========================
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน เมื่อผู้เขียนได้แต่งงานและย้ายมาอยู่กับแฟนที่ต่างประเทศ ในทุก ๆ คืนผู้เขียนจะฝันถึงผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาน่ากลัว เธอพยามที่จะเข้ามาทำร้ายผู้เขียนหลายครั้งเพื่อแย่งแฟนของผู้เขียน
ฝันแบบนี้บ่อยครั้งจนมีลูกคนที่ ๒ ก็ยังคงฝันอยู่ ในบางครั้งฝันนั้นจะทิ้งร่องรอยของการทำร้ายปรากฏขึ้นเมื่อตื่นจากความฝัน เช่นมีรอยนิ้วบีบที่ข้อมือของผู้เขียน มีรอยเขียวช้ำตามตัวที่ผู้เขียนฝันว่าเธอทำร้ายตบตีผู้เขียนในความฝัน เคยเล่าให้แฟนฟัง แฟนก็บอกว่า

“ก่อนที่จะมาแต่งงานจะฝันถึงผู้หญิงคนหนึ่งบ่อย ๆ พอหลังจากแต่งงานแล้วก็ไม่ฝันถึงอีกเลย”.
   หลังจากฝันถึงผู้หญิงคนนี้ไม่นานก็ได้เกิดเรื่องใหญ่กับแฟนของผู้เขียน ในช่วงที่ผู้เขียนท้องลูกคนที่ ๒ ได้เพียงแค่ ๔ เดือน เรื่องราวบานปลายใหญ่โตมากในตอนนั้นถึงขั้นแฟนเองเกือบที่จะติดคุกเพราะถูกกลั่นแกล้ง โดนใส่ร้าย แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยบารมีของกันและกัน บารมีของสามี บารมีของภรรยาหากคนใดคนหนึ่งตกอับ แล้วอีกฝ่ายช่วยกันประคับประคองไว้ก็จะผ่านไปได้ด้วยดี หลังจากนั้นไม่นานผู้เขียนก็กลับมาฝันอีกครั้ง
ผู้หญิงคนนั้นได้มาเล่าให้ผู้เขียนฟังในความฝันว่า
เมื่อครั้งในอดีตแฟนของผู้เขียนคือคนรักของเธอ และแฟนของผู้เขียนได้ทิ้งเธอ ทำให้เธอเสียใจจนตรอมใจตาย ด้วยแฟนของผู้เขียนในอดีตชาติเคยเป็นคนที่เจ้าชู้หลายใจ ไปมีผู้หญิงคนใหม่ และทิ้งเธอไว้ตามลำพัง จนเธอนั้นเสียใจจนตรอมใจตาย ก่อนเธอจะตายได้สาปแช่งแฟนของผู้เขียนไว้ว่า

“ ขอให้ได้รับความเดือดร้อนจากผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตทุกคน ขอให้ไม่มีใครอยู่ร่วมด้วยได้ และขอให้ไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต” ด้วยผู้เขียนนั้นชอบปฏิบัติธรรมในตอนนั้น และยังมีบุญกุศลอยู่บ้าง จึงอธิษฐานจิต และสื่อสารกับดวงวิญญาณผู้หญิงคนนี้ว่า "หากจะขอได้มั้ยให้แฟนเราได้หลุดพ้นทุกข์นี้แล้วเราจะให้แฟนลงไปบวชให้"
ในตอนแรกเธอไม่ยอมตกลง เธอยังยืนยันที่จะเอาชีวิตของแฟนผู้เขียนอย่างเดียว เพราะด้วยความแค้นที่มีกับแฟนผู้เขียน บวกกับการรอคอยอย่างสุดแสนที่จะทรมาน ผู้เขียน ตั้งจิตอธิษฐานใหม่อีกครั้ง จนเธอยอมตกลงและจะยกโทษให้ แต่แฟนยังคงต้องรับกรรมในอดีตชาติของตนเองอยู่ เพียงแค่ไม่มีจิตที่อาฆาตแล้วเท่านั้น หลังจากนั้นอีก ๕ ปีครอบครัวของผู้เขียนก็ได้กลับไปที่เมืองไทย ทุกอย่างก็ต้องทำตามที่สัญญาไว้ แฟนของผู้เขียนบวชพระ ปฏิบัติอยู่ ๙ วัน

ช่วงที่แห่นาครอบโบสถ์เสียงที่ตอนแรกเงียบมากในวัดเพราะทำแบบเรียบง่าย ในวัดไม่มีใครนอกจากญาติๆของผู้เขียน ไม่กี่คน แต่ทุกคนในเหตุการณ์วันนั้นกลับได้ยินเสียงที่โหยหวย เสียงวี้ด!!! แสบแก้วหูฟังดูแล้วน่าขนลุก ระหว่างที่แฟนห่มผ้าเหลืองและรอเข้าโบสถ์ มีจิ้งจกตัวหนึ่งวิ่งเข้ามาพร้อมกับแฟนและได้ยืนโก่งตัวให้เห็นชัดเจน ผู้เขียนตั้งจิตขอดูว่าคืออะไร จนรู้และเข้าใจว่าผู้หญิงคนนั้นได้มารับส่วนของตนเองแล้วจริง ๆ จิ้งจกตัวนั้นยังคงยืนอยู่จนเสร็จพิธีและก็หายไปไม่รู้ว่าออกไปทางไหน หลังจากที่แฟนของผู้เขียนบวชห่มผ้าเหลืองเรียบร้อยผู้เขียนได้เอาภาพที่ถ่ายจากมือถือให้แฟนดู เขาก็ตกใจเพราะเขาบอกว่า

“รู้สึกตลอดเวลาว่ามีคนมานั่งด้วยด้านหลัง”
เขาหันมามองผู้เขียนกับลูก ๆ แต่ไม่เห็นจิ้งจกที่อยู่ด้านหลังของเขาเลย
จากสิ่งที่เห็นนั้นพิสูจน์ได้หนึ่งข้อว่า
"เจ้ากรรมนายเวรนั้นมีจริง ๆ " ไม่ว่าจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่มองเห็นจับต้องได้หรือมองไม่เห็นเป็นตัวเป็นตนก็ตาม แต่พวกเขาก็พยายามแสดงให้รู้ว่า

..ฉันมีจริง..
กรรมนั้นคือการกระทำที่ไม่มีใครเกิดมาบนโลกใบนี้แล้วไม่มีกรรมติดตัวมา อยู่ที่ว่าใครคนนั้นจะพยามยอมรับในกรรมที่ตนเองกระทำเอาไว้ได้มากน้อยแค่ไหน ขอให้สร้างกรรมดีเพิ่ม เพื่อลดแรงกระแทกของกรรมหนักที่ตนเองสร้างไว้ หมั่นสร้างความดีไว้ ทุกวันนี้แฟนของผู้เขียนเชื่อเรื่องกรรมที่สุด...และกลัวที่สุดคือ "กรรม" จะคิดทบทวนทุกครั้งก่อนจะลงมือทำ
“ เจ้ากรรมนายเวรที่มีชีวิตอยู่ตัวเป็นๆคือ บุคคลรอบข้างของเรา คนที่เกี่ยวข้องกับเราทั้งหมดนั้นแหละเจ้ากรรมนายเวร”
 
เมื่อยามมีชีวิตอยู่ จงพยายามขอ อโหสิกรรมให้กัน ถ้าหลังจากนั้น จะตามหากันไม่เจอ และต้องรอไปอีกนานแสนนานกว่าจะได้มาเจออีก มาขอ อโหสิให้กันเมื่อยามมีชีวิตอยู่ ยังดีกว่าไม่อยู่แล้วต้องตามหาเพื่อขอ อโหสิให้กัน

แอดมิน เกษา

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

Go to full version