นักบุญยาจก > เรื่องเล่ากฏแห่งกรรม

นักล่า...บุญ

(1/1)

เอ็มเจ:
     “บุญ" ในพระพุทธศาสนา (บาลี: ปุญฺญ; สันสกฤต: ปุณฺย) หมายถึง คุณงามความดี ความประพฤติชอบทางกาย วาจาและใจ เรียกอีกอย่างว่ากุศล ในพระไตรปิฎกมักใช้คำว่า ปุญฺญ ตรงกันข้ามกับคำว่า บาป หรือ อปุญฺญ แต่ในคัมภีร์ชั้นหลังมักใช้คำว่า บาป มากกว่า ในอรรถกถากล่าวถึงเผื่อแผ่บุญไว้ว่าสามารถเผื่อแผ่เพิ่มให้แก่ผู้อื่นได้โดยไม่มีประมาณ เปรียบได้กับการจุดเทียนส่งต่อไปเรื่อย ๆ คือผู้จุดก็มีความสว่างอยู่ตามเดิม และความสว่างยังเพิ่มไปอีกกว้างขวางได้
บุญทำได้ ๓ ประการ
๑. ทานมัย ด้วยการให้
๒. ศีลมัย ด้วยการรักษาศีล หรือประพฤติดีมีระเบียบวินัย
๓. ภาวนามัย ด้วยการเจริญภาวนา คือฝึกอบรมจิตใจ  (ฐานข้อมูลจาก วิกิพีเดีย)
สงสัยกันมั้ยว่า ทำไมคนสมัยโบราณถึงชอบพูด ชอบบอกกันว่า “สะสมบุญกันเยอะ ๆ นะ หมั่นทำบุญบ้างนะ สร้างบุญกันบ้างนะ” มันเหมือนคำพูด หรือคำบอกเล่าที่ใส่ฝังลงในสมอง ในความจำของเรามาตั้งแต่จำความได้ แต่ถ้าใครนั้นพอที่จะเข้าใจว่าการทำบุญ และการสะสมบุญ นั้นต้องทำอย่างไร เขาก็จะทำบุญได้อย่างถูกต้องและตรงเป้าหมาย แต่ถ้าบางคนยังไม่เข้าใจ เขาก็จะกลายเป็น "นักล่าบุญ"
"นักล่าบุญ" ที่ที่ผู้เขียนให้ความหมายนั้น “คือบุคคลที่ทำแต่บุญ แต่ไม่ได้นึกถึงบุญเลย”
 อ่าว!!! ยังไง?!?!  เพราะบุคคลที่พยายามจะทำบุญอย่างเดียวโดยไม่นึกถึงความสุขที่ได้จากการทำบุญ หวังอยากจะได้แค่คำว่า "..บุญ.." และความสุขจากการทำบุญนั้นต้องได้มาจากก้นบึ้งของใจจริง ๆ ถึงจะเรียกว่า บุญอย่างแท้จริง
        เหมือนเรื่องคุณหญิงมาลีกับป้าสมัย คุณหญิงมาลีเป็นคนมีทรัพย์มากมาย ใช้ยังไงก็ไม่หมด และคุณหญิงเองเป็นคนชอบทำบุญ ถ้ามีการสมทบทุนสร้างอะไรที่ดูใหญ่โต ดูมีหน้ามีตา คุณหญิงมาลีจะร่วมบริจาคเสมอ ๆ แต่คุณหญิงจะเลือกบริจาคให้กับสถานที่และบุคคลที่มีชื่อเสียงเท่านั้น สิ่งที่มองดูเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับคุณหญิงจะไม่เข้าร่วม และมองว่ามันไม่ใช่บุญใหญ่   คุณหญิงชอบบริจาคมากกว่าปฎิบัติ
          ต่างจากป้าสมัยที่มีฐานะปานกลาง หาเช้ากินค่ำ แต่ป้าสมัยจะเลือกทำบุญตามที่ตนเองทำได้ เช่นไปทำความสะอาดวัด ล้างจาน ล้างห้องน้ำหรือวันไหนที่ป้าสมัยพอมีเงินบ้างก็จะบริจาคลงตู้ค่าน้ำค่าไฟให้ทางวัด ป้าสมัยเป็นคนจิตใจดี มีเมตตา ทุกวันโกน วันพระจะเห็นป้าสมัยใส่ชุดขาวมารับศีล ๘ ที่วัดเป็นประจำ
           ป้าสมัยชอบฟังเทศน์ ฟังธรรมเสมอ ๆ บางครั้งก็ฟังพระท่านบรรยายในโทรทัศน์บ้าง ทางวิทยุบ้าง ป้าสมัยจะชอบมาช่วยงานที่วัดทำความสะอาดวัด เพื่อฝึกจิตฝึกใจของตนเอง ป้าสมัยทำแบบนี้ประจำจนคนแถวนั้นรู้จักป้าสมัยเป็นอย่างดี ต่างจากคุณหญิงมาลีที่มีคนรู้จักมากในทางบริจาคทรัพย์ แต่ไม่เคยเห็นคุณหญิงลงมาปฎิบัติเองอย่างป้าสมัย
    เมื่อครั้งคุณหญิงและป้าสมัยได้ตายลง ก็ไปที่ลานตัดสินตามกฎของโลกวิญญาณ เมื่อท่านยมบาลดูประวัติ และให้ดูเหตุการณ์ย้อนหลัง ในช่วงที่ป้าสมัยยังมีชีวิตอยู่ ได้สะสมบุญ สะสมความดีไว้มากมาย ภาพที่ขึ้นมาเหมือนจอโทรทัศน์ปรากฎภาพที่ป้าสมัยได้ เก็บกวาดลานวัด ช่วยเหลือผู้คน ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาดีมีความสุข ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร หลังจากภาพนั้นจบ ท่านยมบาลจึงตัดสินให้ป้าสมัยไปเสวยบุญที่สร้างไว้โดยให้เป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์ พอคุณหญิงได้เห็นแบบนั้นก็คิดในใจว่า
"ฉันเองก็ทำบุญมามากมายและบริจาคมาเยอะแยะ ยังไงฉันก็ต้องได้ไปอยู่ในที่สูงกว่ายัยคนนั้นแน่ ๆ "
เมื่อถึงเวลาตัดสินของคุณหญิง ภาพก็ปรากฎขึ้นมาให้เห็นว่าคุณหญิงนั้นบริจาคทรัพย์มากมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนทั่ว ๆ  ไปและสร้างวัด สร้างโบสถ์มากมาย ท่านยมบาลจึงตัดสินให้คุณหญิงไปเกิดใหม่บนโลกมนุษย์ เมื่อคุณหญิงได้ยินแบบนั้นจึงร้องโวยวายขึ้นว่า
  "ทำไมฉันไม่ได้ไปบนสวรรค์ ทำไมฉันต้องไปเกิดใหม่ทั้ง ๆ ที่ฉันทำบุญมากมาย แต่คนเมื่อกี้ไม่ได้ทำบุญอย่างฉัน ทำก็น้อยกว่าฉัน ฉันทำบุญเยอะมากเมื่อตอนฉันมียังชีวิตอยู่ แต่ตอนนี้ฉันได้แค่ไปเกิด ไม่ได้ไปเป็นนางฟ้า นางสวรรค์"
เมื่อคุณหญิงพูดจบท่านยมบาลที่ตัดสินได้ชี้แจงกับสิ่งที่คุณหญิงทำไว้ว่า
"เพราะสิ่งที่เจ้าได้ทำ เจ้าทำเพื่อเพียงหวังมีหน้ามีตาแต่ไม่ทำเพื่อสละกิเลสในใจ การสละทรัพย์เพื่อให้ผู้ที่ทุกข์ร้อนได้สุขสบายนั้นเป็นสิ่งที่ดีงามและสิ่งที่ดีงามคือบุญ แต่เจ้านั้นไม่ได้ทำด้วยใจที่เป็นบุญ ใจที่เป็นสุข เจ้ามีใจอยากที่จะได้ ความอยากเป็นกิเลสที่เจ้าสร้างขึ้นในใจ มันจึงไม่ใช่บุญที่เจ้าทำ แต่ด้วยความดีงามที่สละทรัพย์เพื่อลดความทุกข์ร้อนให้ผู้อื่น หรือสร้างสิ่งปลูกสร้างเพื่อให้ผู้อื่นนั้นได้มาปฎิบัติสิ่งที่ดี บุญเลยได้เพียงครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งที่ไม่ได้เป็นเพราะกิเลสในใจของเจ้าเอง จงเข้าใจในการทำบุญให้ดี ๆ "
จากนั้นท่านยมบาลจึงตัดสินให้คุณหญิงไปเกิดในโลกมนุษย์เพราะบุญที่ได้บริจาคทรัพย์ของตนเองเพื่อประโยชน์ต่อผู้อื่น
      คราวนี้พอจะเข้าใจบ้างมั้ยว่า บุญ ที่ให้สะสมคืออะไร และทำอย่างไรบ้างที่จะได้ บุญ  เพราะการทำบุญ ถ้าไม่เต็มใจ หรือฝืนใจทำ นั้นไม่เกิด บุญ 
บุญ คือความสุข ความปิติยินดี ความเมตตาสงสาร ที่อยากจะให้อีกฝ่ายนั้นมีความสุข แต่ถ้าไม่เต็มใจ ไม่พอใจ ไม่ชอบใจในการทำบุญ บุญ นั้นไม่เกิดขึ้น และคนนั่นก็ไม่ได้ บุญ
  งั้นแบบนี้ก็ไม่ต้องบริจาค ไม่ต้องสละทรัพย์เพราะสละแล้วไม่ได้บุญใช่มั้ย?
 ก็เหมือนที่ท่านยมบาลได้บอกกับคุณหญิงมาลีไว้ว่า “บุญนั้นเกิดที่ใจและต้องทำด้วยใจ บุญทำได้หลายทาง เพราะบุญคือความดีงาม บุญทำได้จากการแจกทาน บุญทำได้ด้วยการรักษาศีล บุญทำได้ด้วยการฝึกจิตใจให้ใฝ่ในความดี” ฉะนั้นการทำบุญด้วยการสละหรือแจกทาน เราต้องทำด้วยใจที่เป็นสุข ด้วยใจที่เมตตา แต่ถ้าบุญนั้นทำเพื่ออยากที่จะได้ แค่คำว่า..บุญ..จากที่จะได้บุญแบบเต็มๆ กับได้ครึ่งเดียวเหมือนคุณหญิงมาลีที่ทำเพียงอยากได้หน้าตาและชื่อเสียง


      จงมีสติและพิจารณาแต่ละครั้ง ระลึกทุกครั้งเมื่อทำบุญ ว่าเรานั้นทำด้วยใจที่มีสุข ไม่ทุกข์ร้อนเพราะการทำบุญ หรือเราทำเพื่ออยากได้แค่บุญ อยากได้แค่ให้คนนั้นนับหน้าถือตาเราเท่านั้น

แอดมิน เกษา

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

Go to full version