นักบุญยาจก > เรื่องเล่ากฏแห่งกรรม

เจ๊กเฮง

(1/1)

เอ็มเจ:
เป็นเรื่องเล่าแฝงธรรม
         
ครอบครัวของนายเจ๊กเฮงเป็นชาวจีนมาจากแผ่นดินใหญ่ เจ๊กเฮงเป็นลูกชายคนเดียว ที่ถูกปลูกฝังให้เป็นคนที่มีความตระหนี่ถี่เหนียว เมื่อเจ๊กเฮงแต่งงานมีครอบครัว นิสัยความตระหนี่ก็ไม่เคยลดน้อยลงมีแต่ยิ่งมากขึ้นทุกวันๆ จนทุกคนในบ้านเจ๊กเฮงจะรู้ดีว่าอะไรก็ตามที่ได้เงินมาเจ๊กเฮงจะทำหมด แต่ถ้าจะต้องเสียเงิน หรือเสียเปรียบให้กับคนอื่นเจ๊กเฮงจะไม่ทำ มีครั้งหนึ่งในอากาศที่ร้อนอบอ้าว ลูกสาวคนโตของเจ๊กเฮงได้เอาตุ่มน้ำเล็กๆ มาตั้งไว้ที่หน้าบ้าน แล้วเขียนป้ายไว้ว่า "ดื่มได้ น้ำฝน" เจ๊กเฮงเห็นเข้าก็ถึงกับโมโหให้กับลูกสาว เพราะต้องเสียน้ำฝนของตนเอง แล้วยังต้องยกศาลานั่งพักที่ตนเองทำไว้ ให้กับพวกที่ไม่รู้จักมานั่งฟรีๆ อีก
    ความตระหนี่ของเจ๊กเฮงเป็นที่รู้กันดีของคนในหมู่บ้านและนอกหมู่บ้าน เพราะเจ๊กเฮงจะไม่ชอบทำบุญแจกทานให้กับใคร  ถ้าเรื่องการขอบริจาคหรือการเรี่ยไรเงิน อย่าหวังว่าจะได้จากเจ๊กเฮง
      หลายวันต่อมา ในอากาศที่ร้อนอบอ้าว เจ๊กเฮงกลับมาจากข้างนอกบ้าน ด้วยอากาศที่ร้อนจัด เจ๊กเฮงหิวน้ำมากจึงดื่มน้ำเย็นๆ  แต่การที่ดื่มน้ำเย็นจัดในอากาศที่ร้อนจึง ทำให้เจ๊กเฮงช็อกและล้มลงนอนกับพื้นทันที
  เสียงจ๊อกแจ๊กของผู้คน เสียงสัตว์ดังแว่วๆ มาทำให้เจ๊กเฮงลืมตาขึ้น ภาพต่อหน้าเจ๊กเฮงเป็นเหมือนชุมชนที่แออัดไปด้วยคนและสัตว์ที่อยู่รวมกัน มีทั้งคนที่แต่งตัวดูดีเสื้อผ้าขาวสะอาดดูท่าทางเป็นผู้ดีมีฐานะ บ้างแต่งตัวเสื้อผ้าขาดๆ เนื้อตัวสกปรกมอมแมม  มีบ้านที่ดูหรูหราใหญ่โตมโหฬาร บางบ้านดูอลังการอย่างกับวังที่เขาถ่ายให้ดูในละครทีวี บางบ้านผุพังจนหลังคาบ้านก็คุมฟ้าคุมฝนไม่ได้  สัตว์ที่เดินไปมาก็ดูแปลกตา สัตว์บางตัวก็ไม่เคยเห็นมาก่อน บางตัวมีขนเป็นสีทอง บางตัวมีลักษณะที่ดูสวยแปลกตา  เดินสวนผ่านกันไปมา เจ๊กเฮงเดินดูรอบๆด้วยความตื่นตาตื่นใจ เดินมาได้สักพัก สายตาจึงเหลือบไปเห็น “  มงคล” เพื่อนในสมัยเรียนประถมของเจ๊กเฮง 
"มงคล! ลื้อยังไม่ตายเหรอ อั๊วะเห็นลื้อโดนรถชนต่อหน้าต่อตาที่หน้าโรงเรียนตอน ป.๖ ทำไมลื้อมายืนอยู่ตรงนี้"  เจ๊กเฮงจับแขนเพื่อนสมัยเรียนประถมแล้วถามด้วยความแปลกใจ แต่ก็ดีใจที่ได้เจอคนรู้จักบ้างจะได้ถามว่าที่นี่ ที่ไหน
“ อ้าว! เป็นยังไงบ้างเพื่อน"  มงคลเพื่อนสมัยเรียนประถมของเจ๊กเฮงที่ยังคงมีรูปร่างและหน้าตาที่ยังเป็นเพียงเด็กประถมถามขึ้น
"ทำไมลื้อยังดูเด็กอยู่ ไม่แก่เลย"  เจ๊กเฮงถามแล้วยืนทำหน้า งง ๆ
 " ก็ฉันตายตอนอายุ๑๑ ปี อายุของคนตายกับรูปร่างของคนที่ตายไปแล้วมันก็ยังคงอยู่นั่นแหละ แต่จะว่าไปนายเป็นเพื่อนสมัยเรียนประถมฉันเจอนายเป็นคนเเรกเลยนะเฮง ดีใจที่ยังอยู่จนได้ทักเพื่อนเก่าก่อนไป"  มงคลพูดยิ้ม ๆ แล้วเอามือตบที่แขนเจ๊กเฮงอย่างดีใจ
"  ตาย! ลื้อบอกว่าตายรึ อั้ยหย้า! อั๊วะซี้แล่ว!!!! อั๊วะยังไม่อยากตาย"  เจ๊กเฮงร้องไห้ฟูมฟายนั่งเอามือกุมหัวตัวเอง เมื่อรู้ว่าตนเองตายแล้ว แถมยังมาอยู่ที่นี่กับ “มงคล” เพื่อนสมัยเรียนปฐมที่ถูกรถชนตายเมื่อสมัยยังเด็กอีก
"แต่ก็นะ นายยังไม่มีป้ายสีแดงนี่ก็แสดงว่ายังไม่ตาย อีกอย่างคนตรวจเมืองผี (ยมทูต) ก็ไม่ได้มาส่ง แสดงว่านายยังไม่ตายแค่บังเอิญมาเฉย ๆ "  มงคลลูบหลังเจ๊กเฮงด้วยความเห็นใจ
"แล้วอั๊วะจะกลับยังไงล่ะ" เจ๊กเฮงถามด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ อยากที่จะกลับบ้านของตัวเอง
"เอาอย่างงี้ เดี๋ยวฉันเดินไปส่งนายที่ทางออก แล้วไปแจ้งคนตรวจเมืองด้วยกันจากนั้นนายจะได้กลับไปบ้าน"  มงคลชี้ไปที่ทางออกเพื่อจะพาเจ๊กเฮงไปส่ง
ระหว่างเดินไปที่ทางออก สองข้างทางจะมีผู้คนที่เดินไปมา สภาพที่แตกต่างกันไป มีทั้งดูดี กับดูแย่ทำให้เจ๊กเฮงสงสัยขึ้นมา แล้วสะกิดถามมงคลว่า
"มงคล ทำไมคนที่นี่ดูรวยจัง คนที่นี่ทำอาชีพอะไรเหรอถึงได้ดูมีฐานะร่ำรวยมั่งคั่งจริง " เจ๊กเฮงถามมงคลด้วยความสงสัยและดูเหมือนว่าเจ๊กเฮงจะลืมความกลัวที่ตนเองนั้นได้ลงมาที่นี่ไปสนิท
"ไม่มีใครทำอาชีพอะไรหรอก เพราะพวกเขาต้องรอเวลา ไปชดใช้สิ่งที่กระทำมา หรือรอเพื่อถึงเวลาเดินทางไกล คนที่นี่ใช้บุญแทนเงิน ถ้าโลกมนุษย์ใช้เงินหรือต้องมีเงินเท่านั้นถึงจะมีฐานะร่ำรวย กินดี อยู่ดี แต่เมืองผีที่นี่ต้องใช้บุญ ใครมีบุญเยอะก็จะไม่ลำบาก"
 พอมงคลพูดจบก็ชี้ไปที่หญิงชราคนหนึ่งที่แต่งตัวเสื้อผ้าขาด ๆเดินผ่านมาพอดี
"เห็นนั้นมั้ย ยายสมศรีที่เมื่อก่อนเคยเอาไม้ไล่ตีพวกเราเมื่อครั้งพวกเราเด็ก ๆ ที่ไปเอามะม่วงข้างทาง แต่ยายแกบอกว่าเป็นของสวนแก เมื่อสมัยยายสมศรีมีชีวิตอยู่จะหวงของและตระหนี่ยายแกไม่เคยแจกจ่ายของตนเพื่อเกื้อหนุนคนอื่นๆ ทั้งที่ตนเองมีกินมากมาย สุดท้ายยายสมศรีเลยมาลำบากที่นี่ เพราะไม่เคยทำบุญไว้เลย มีแต่เบียดเบียนผู้อื่น ส่วนนั้นพี่สมปองที่ตายตอนไฟไหม้บ้านสวน เห็นบ้านที่เป็นตึกสูงๆ มั้ยนั้นแหละบ้านพี่สมปอง"
มงคลชี้ไปที่บ้านหลังหนึ่งมีลักษณะทรงสูงรอบๆ บ้านมีแต่ของดีมีราคา บ้านดูใหญ่โตอลังการมาก
"พี่สมปองที่เป็นลูกจ้างของยายจัน แกจนมากเลยนะ แกมีฐานะขนาดนี้เลยเหรอ"  เจ๊กเฮงตกตะลึงในความสวยงามบ้านของพี่สมปอง เพราะบ้านพี่สมปองตกแต่งด้วยเพชร นิล จินดา มีแสงวาววับดูสวยงามอร่ามตา "เพราะตอนที่มีชีวิตอยู่ พี่สมปองเป็นคนจิตใจดีชอบช่วยเหลือคนอื่น พี่สมปองได้ทำบุญสะสมความดีมาเยอะพอมาอยู่ที่เมืองผีเลยมีฐานะไม่ลำบาก"

     เจ๊กเฮงมองดูผู้คนที่ตนเองเคยรู้จักมาก่อน อย่างยายสมศรีจากที่เป็นคนรวยมากๆ แต่เป็นคนที่ใจแคบ และไม่ชอบช่วยเหลือใคร กับพี่สมปองคนที่จนมากๆ แต่กลับชอบช่วยเหลือคนอื่น ยายสมศรีที่เมื่อครั้งมีชีวิตจะเป็นคนที่ตระหนี่ ไม่ชอบช่วยเหลือใคร ส่วนพี่สมปองที่มีฐานะยากจนไม่มีแม้กระทั้งบ้านของตัวเองในยามมีชีวิตอยู่ แต่กลับเป็นคนที่มีจิตใจเมตตา ความลำบากของยายสมศรีและความแตกต่างที่เห็นจากพี่สมปองทำให้เจ๊กเฮงนึกถึงตัวเองที่ไม่เคยเเม้แต่ช่วยเหลือใคร แถมยังตระหนี่ในสิ่งที่ตัวเองมี และไม่อยากให้คนอื่นเพราะด้วยความเสียดายในเงินทอง และสิ่งของที่ตัวเองมีอยู่ พอถึงปากทางออกมงคลได้บอกลากับเจ๊กเฮงว่า "สะสมบุญเยอะๆ นะจะได้ไม่ต้องมาลำบากที่นี่" 

เมื่อเจ๊กเฮงได้สติกลับมาก็ทำการแบ่งมรดกให้กับลูกๆ และเมียของตัวเอง ส่วนที่เหลือเจ๊กเฮงนำไปบริจาคให้กับคนยากจน เพราะคิดว่าตัวเองนั้นคงไม่ได้ใช้แล้ว เงินบนโลกนี้ ไม่อาจเอาตามไปใช้ในโลกที่สามได้  มีแต่บุญเท่านั้นที่เอาไปได้ เหมือนกับที่มงคลเพื่อนในสมัยเด็กได้บอกกับเขาไว้ และยังได้ช่วยพามาส่ง ทำให้เจ๊กเฮงได้กลับมาเพื่อแก้ไขในสิ่งที่ตัวเองเข้าใจผิด ให้เข้าใจถูกต้อง ได้กลับมาทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำ หลังจากนั้นตัวเจ๊กเฮงเองก็มาอยู่ที่วัดป่าเพื่อปฎิบัติธรรม และคอยดูแลพระสงฆ์ที่ปฎิบัติธรรมจนตัวเองได้ตายไปเพราะโรคชรา

         เรื่องราวของนายเจ๊กเฮงนั้น บอกให้รู้ถึงการสะสมบุญนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าบุญนั้นจะเล็กหรือใหญ่ก็คือบุญ จริงๆ แล้วปัจจัยที่สำคัญในโลกมนุษย์คือ "เงิน" แต่เงินนั้นหากเรามี เราใช้แค่ที่เรามี กินเท่าที่มีอยู่ มันก็ทำให้เรานั้นอยู่ได้แบบสบายๆ ไม่ต้องทุกข์เพราะเงิน ฉะนั้นการสะสมบุญการทำบุญ จึงทำได้เสมอไม่จำเป็นจะต้องรอปัจจัยมากมาย เพียงสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ดี ไม่เบียดเบียนคนอื่นและตนเอง ค่นี้ก็คือ "บุญ" แล้ว


แอดมิน เกษา

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

Go to full version