สร้างบุญใหญ่ ต้อนรับปีใหม่ ปีระกา ร่วมกันสร้างพระพุทธรูป "พระสุโขเหนือโลก" ประจำ


ข่าวประกาศ โดย บ้านโลกทิพย์





หัวข้อ: สร้างบุญใหญ่ ต้อนรับปีใหม่ ปีระกา ร่วมกันสร้างพระพุทธรูป "พระสุโขเหนือโลก" ประจำ (อ่าน 2199 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ P.thorn

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-0

  • เพศ: ชาย
  • กระทู้ : 8
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 3102


  • บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ


  • มีนาคม 04, 2017, 11:46:33 AM


ขอเชิญร่วมทำบุญ ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ. 2560 ปีระกา ร่วมกันทำบุญสร้างพระพุทธรูป ปางมารวิชัย (พิชิตมาร) หรือปางชนะมาร หรือในอดีตก็เคยเรียกกันว่า ปางสะดุ้งมาร มีพระนามมงคล ว่า "พระสุโขเหนือโลก" หน้าตัก 29 นิ้ว เนื้อทองสัมฤทธิ์ หล่อโบราณ มีหมายกำหนดการในการเททองหล่อพระสุโขเหนือโลก ในวันเสาร์ที่ 7 เดือนมกราคม พ.ศ. 2560 เวลา.09.39 น. ณ สถานที่ ใจกลางอุโบสถ วัดทุ่งอ้อหลวง ตำบลหารแก้ว อำเภอหาง จังหวัดเชียงใหม่ 50230 ทุกท่านสามารถร่วมทำบุญได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 404-884017-5 สาขาหางดง ชื่อบัญชี วัดทุ่งอ้อ (สร้างพระพุทธรูป)ปิดรับบริจาคในวันที่ 4/01/60 เปิดรับบริจาค ชนวนมวลสาร ต่างๆ ที่ขึ้นรูป เป็นโลหะ เงิน ทองคำ นาถ ภาชนะต่างๆที่เป็น เงิน นาถ ทองเหลือง เหรีญญเกจิ หรือชิ้นส่วนพระชำรุด นำมาหลอมใหม่ ประวัติความเป็นมาในการสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ ที่พระนามว่า "พระสุโขเหนือโลก" มีใจความสำคัญดังนี้

พระพุทธรูป ปางมารวิชัย หรือปางพิชิตมาร
พระประธานในพระอุโบสถหรือในพระวิหารอีกรูปแบบที่นิยมกันมากก็คือ ปางพิชิตมาร หรือปางชนะมาร หรือในอดีตก็เคยเรียกกันว่า ปางสะดุ้งมารก็มี พระพุทธรูปปางนี้ ศิลปินผู้สร้างสรรค์ได้สอดแทรกคติคำสอนของพระพุทธเจ้าไว้หลายความหมาย ซึ่งแต่ละความหมายจะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่นๆ โดยรอบของพระพุทธรูปปางนี้

ในภาพวาดปางมารวิชัยที่มักจะอยู่ด้านในของพระอุโบสถตรงข้ามกับพระประธานเป็นภาพมารผจญ เป็นภาพที่แสดงถึงมิติแห่งเวลาไว้ 3 เวลา คือ

เวลา กลางวันที่พญามาร (คือกิเลส) เข้ามารบกวนสมาธิจิตจนถึงเที่ยงคืน ที่พระพุทธเจ้าเอาชนะกิเลส (มาร) ลงได้ โดยปรากฏเป็นภาพแม่ธรณีบีบน้ำจากมวยผมขับไล่มารหนีไป น้ำที่บีบออกจากผมคือ ผลบุญหรือผลแห่งความดีที่พระพุทธเจ้าเคยประพฤติปฏิบัติในสมัยที่ยังเป็นพระ โพธิสัตว์อยู่ ทำให้เกิดสติสัมปชัญญะเป็นมหาสติที่ยับยั้งกิเลส

และ เวลาต่อมาก็คือ ตอนเช้าที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตตระสัมมาสัมโพธิญาณ โดยศิลปินได้สร้างสรรค์งานก็คือ ภาพที่พระพุทธเจ้า ชี้พระหัตถ์ลงสู่พื้นดิน ความหมายก็คือการอยู่เหนือโลก หรือพ้นไปจากวัฏสังขาร (คำว่าโลกไม่ได้แปลว่าโลกกลมๆ ที่เราเข้าใจ แต่ คำว่าโลกหมายถึงสัตว์ มนุษย์ เทพ พรหม ทั้งหลาย)

ในกรณีที่พระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษ ฐานอยู่ในพระอุโบสถหรือพระวิหาร พระพุทธรูปปางนี้จะหมายถึงการอยู่เหนือโลกคือ เหนือกิเลสหรือพ้นไปจากโลก ก็คือ พ้นไปจากวัฏสังขารนั้น พุทธศาสนิกชนผู้เข้ากราบไหว้พระพุทธรูปปางนี้ย่อมต้องนึกถึงธรรมที่พระ พุทธเจ้าตรัสเทศนาเรื่องสำคัญก็คือ เรื่องของกิเลส เรื่องจะเอาชนะกิเลสได้อย่างไร

ความหมายของกิเลสคืออะไร กิเลสมีความหมายหลายประการซึ่งรวมกันคงได้ดังนี้
กิเลสแปลว่า สิ่งที่เกาะติด สิ่งที่เปรอะ เปื้อน สิ่งสกปรก ทำให้จิตใจเศร้าหมอง มี 3 อาการ คือ
โลภะ หมายถึง อาการที่จิตข้องติดหรือยินดีพอใจอยู่กับอารมณ์หรือวัตถุที่นึกคิดหรือที่เกิดขึ้น หรือกระทบกับจิตใจ
โทสะ หมายถึง การที่จิตขัดข้องผลักไสอยู่กับอารมณ์ หรือวัตถุ หรือคือการเรียกกันอีกอย่างหนึ่งก็คือความโกรธ ก็คือตรงกันข้ามกับโลภะ
โมหะ หมายถึง ความไม่รู้ในความเป็นจริง ที่เป็นความจริงแท้ จิตใจจึงกลับไปยึดติดหรือผลักไสกับอารมณ์หรือวัตถุที่มากระทบจิตใจ

นอกจากจะมี 3 อาการแล้วจิตใจที่เศร้าหมองขุ่นมัว ยังแบ่งกิเลสออกเป็น 10 ประเภท ได้แก่
1.โลภะ ได้แก่ ความยินดีพอใจในโลกียอารมณ์ต่างๆ
2.โทษะ ความโกรธหรือความไม่พอใจในสรรพสิ่งหรือโลกียอารมณ์ต่างๆ (ตรงข้ามกับโลภะ)
3.โมหะ ความหลง ความโง่ ความไม่รู้ ความจริง หรืออารมณ์ของตน
4.มานะ ความเย่อหยิ่ง ถือตัว
5.ทิฐิ ความเห็นผิด
6.วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัยในสิ่งที่ควรเชื่อ
7.ถินะ ความหดหู่
8.อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน
9.อะหิริกะ ความไม่ละอายต่อทุจริต (คือการกระทำชั่ว ทำให้เกิดความเดือดร้อน)
10.อโนตัปปะ ความไม่สะดุ้งกลัวต่อทุจริต

ใน ประเภทของกิเลสทั้ง 10 ประการ นั้น นับจากข้อที่ 4 จนถึงข้อที่ 10 นั้น เป็นอาการของโมหะที่แยกแยะความชัดเจนของโมหะ ที่แตกต่างกันในรายละเอียด

นี่เป็นเรื่องอย่างย่อของกิเลสที่ต้องรู้ ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เมื่อรู้แล้วก็หมาย ความว่าได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าที่ว่าด้วยเรื่องความเศร้าหมองของจิตใจ และเมื่อรู้แล้วสติปัญญาก็เกิดขึ้นที่จะดับหรือชนะกิเลสได้
นี่คือการกราบไหว้พระปางพิชิตมารก็คือ การรับฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่าด้วยกิเลสอันทำให้จิตใจเศร้าหมองนั้นมี อะไรบ้าง และจะต้องมีสติปัญหาให้รู้ทันกิเลสที่เกิดขึ้น

ผลบุญก็คือ การระงับหรือการหยุดความเศร้าหมองแก่จิตใจ


ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=5340


ออฟไลน์ P.thorn

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-0

  • เพศ: ชาย
  • กระทู้ : 8
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 3102


  • บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ


  • มีนาคม 04, 2017, 11:46:33 AM


อานิสงส์การจัด สร้างพระพุทธรูป เป็นกุศลดังนี้
1. อกุศลกรรม ใน อดีตชาติ แต่ปางก่อน จะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นสูญ
2. สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คุ้มครอง สรรพภยันตรายสลาย ปวงภัยไม่มีคนคิดร้ายไม่สำเร็จ
3. เจ้ากรรมนายเวร ใน อดีตชาติ แต่ปางก่อน เมื่อได้รับ ส่วนบุญ ไปแล้วก็จะเลิก จองเวร จองกรรม
4. เหล่า ยักษ์ ผีรากษส งูพิษเสือร้าย ไม่อาจเป็นภัยอยู่ในที่ใดก็แคล้วคลาดจากภัย
5. จิตใจสงบ ราศี ผ่องใส สุขภาพแข็งแรง กิจการงานเป็นมงคล รุ่งเรืองก้าวหน้าผู้คนนับถือ
6. มั่นคงในคุณธรรม ความอุดมสมบูรณ์ปรากฏ (เกินความคาดฝัน) ครอบครัวสุขสันต์ วาสนายั่งยืน
7. คำกล่าวเป็นสัจจ์ ฟ้าดินปราณี ทวยเทพ ยินดี มิตรสหายปรีดา หนี้สินจะหมดไป
8. คนโง่สิ้นเขลา คนเจ็บหายได้ คนป่วยหายดี ความทุกข์หายเข็ญ สตรีจะได้ เกิด เป็นชายเพื่อ บวช
9. พ้นจากมวล อกุศล เกิดใหม่บุญเกื้อหนุน มีปัญญาล้ำเลิศ บุญกุศลเรืองรอง
10. สิ่งที่สร้างจะบังเกิดเป็น กุศลจิต แก่ทุกคนที่ได้พบเห็น เป็นเนื้อนาบุญอย่างเอนกทุกชาติของผู้สร้างที่เกิดจะได้ฟัง ธรรม จาก พระอริยะเจ้า ปัญญาในธรรมแก่กล้า สามารถได้ อภิญญาหก สำเร็จ โพธิญาณ
การสร้างพระพุทธรูปจัดว่าเป็น พุทธบูชา ถ้า ในกรรมฐานจัดว่าเป็นพุทธานุสสติกรรมฐาน (การระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์) ถ้าตายจากคนไปเกิดเป็นเทวดา มีรัศมีกายสว่างไสวมาก การสร้างพระถวายด้วยอำนาจพุทธบูชาทำให้มีรัศมีกายมากเป็นคนสวย ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า
"พุทธะปูชา มะหาเตชะวันโต" แปลว่า "การบูชาพระพุทธเจ้ามีเดชอำนาจมาก"

เมื่อท่านทราบว่าในปีนี้ดวงชะตาของท่านตกอยู่ในเกณฑ์ใด รูปแบบใด จง เตรียมตัวรับมือ เตรียมตัวทำบุญสร้างพระ จะเป็นกุศลแก่ตัวท่านเอง อย่าประมาทเด็ดขาด ต้องเพิ่มความระมัดระวังตัว และมีสติ หมั่นสร้างกุศล ทำแต่ความดี เสริมสิริมงคลให้ชีวิต อย่างน้อยก็พยายามปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลห้า ปีชงกับศาสนาพุทธ

หากว่ากันไปตามความเชื่อแล้ว ปีชง นั้นเป็นความเชื่อโบราณซึ่งมีที่มาจากโหราศาสตร์ของชาวจีน โดยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องและไม่มีปรากฏอยู่ในหลักของศาสนาพุทธแต่อย่างใด เพียงแต่ได้มีชาวพุทธบางกลุ่มนำความเชื่อนี้มาเชื่อมโยงกับความเชื่อทาง โหราศาสตร์ของไทย อนึ่ง การชงนั้นไม่ได้มีแค่เพียงปีชงอย่างเดียว แต่ยังมี วันชง เดือนชง และเวลาชง เป็นเหตุให้ในปี 2560 เราจึงพบเห็นชาวพุทธหลายคน ที่มีความเชื่อในเรื่อง ปีชง 2560 เดินทางแก้ปีชงตามวัดต่างๆ ในหลากหลายวิธี ส่วนหนึ่งก็เพื่อความสบายใจ ทำให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถใช้ชีวิตในปี พ.ศ.2560 ต่อไปได้อย่างไม่ประมาท ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยทำบุญ การบริจาคสิ่งของ การถือศีล ตลอดจนการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ท่านใดที่เกิดปีดังกล่าวหรือมีญาติสนิทมิตรสหายเกิดใน ปีชง 2560 อย่าลืมแชร์บทความนี้ไปให้พวกเขาเหล่านั้นได้อ่านกัน เพื่อเตรียมตัวทำบุญสร้างพระ สร้างกุศล ทำจิตใจให้ผ่องใส และมาปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ให้ผ่านพ้นปีชงไปอย่างปลอดภัย ขอให้ทุกท่านโชคดี พ้นภัยจากปีชงกันทุกท่าน

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=5340


ออฟไลน์ P.thorn

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-0

  • เพศ: ชาย
  • กระทู้ : 8
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 3102


  • บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ


  • มีนาคม 04, 2017, 11:46:33 AM


อานิสงส์การสร้างพระพุทธรูป

อานิสงส์การสร้างพระพุทธรูป "พระพุทธรูป" พุทธศิลป์สูงค่า สัญลักษณ์ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เราชาวพุทธทุกคนกราบไหว้บูชา เป็นเสมือนเครื่องเตือนใจให้ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม

การที่ท่านพุทธศาสนิกชนได้จัดสร้างพระพุทธปฏิมากรเอาไว้เคารพบูชาสักการะแทนองค์พระศาสดานั้น ย่อมมีอานิสงส์เป็นอเนกนานาประการ ซึ่งพระพุทธภาษิตได้กล่าวว่า

บุคคลใดได้สร้างพระพุทธรูปได้สำเร็จด้วยดิน(ปูนปั้น)
บุคคลนั้นเมื่อละจากโลกนี้ไปแล้วจะได้เป็นเทพยดาผู้มีฤทธิ์

บุคคลใดได้สร้างพระพุทธรูปให้สำเร็จด้วยศิลา(หินแกะสลัก)
บุคคลนั้นจักได้เป็นสมเด็จท้าวอมรินทราธิราชเป็นใหญ่ในดาวดึงส์

บุคคลใดได้สร้างพระพุทธรูปฉายเจ้า(เขียนเป็นรูปภาพ) บุคคลนั้นจักได้
เป็นท้าวมหาพรหม

บุคคลใดได้สร้างพระพุทธรูปให้สำเร็จด้วยไม้โพธิ์และแก่นจันทร์
บุคคลนั้นจักได้เป็นใหญ่ในประเทศราช ประกอบด้วยจตุรงคเสนาทั้ง 4

บุคคลใดได้สร้างพระพุทธรูปให้สำเร็จด้วยทองเหลือง และสัมฤทธิ์
บุคคลผู้นั้นจักได้เป็นบรมกษัตริย์ มีสมบัติเป็นอันมาก

บุคคลใดได้สร้างพระพุทธรูปให้สำเร็จด้วยเงิน
บุคคลนั้นจะได้เป็นพระมหาจักรพรรดิราช ประกอบด้วยแก้ว 7 ประการ เป็นใหญ่ในแผ่นดินปฐพีทั้งหมด

บุคคลใดได้สร้างพระพุทธรูปให้สำเร็จด้วยทองคำธรรมชาติปราศจากราคี
บุคคลนั้นแม้ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าในกาลข้างหน้า ก็อาจสำเร็จตามความปรารถนา
ในวัฏฏังคุลีชาดก กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า พระเจ้าปเสนทิโกศล ถวายนมัสการสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วทูลถามว่า “บุรุษสตรีผู้หนึ่งผู้ใด เมื่อได้สร้างพระพุทธปฏิมากร กระทำรูปเปรียบจำลองพระพุทธองค์ ขึ้นไว้ จะได้ประมาณอานิสงส์เช่นไรพระพุทธเจ้าข้า”

สมเด็จพระบรมศาสดามีพระพุทธดำรัสว่า “ดูกร มหาบพิตร ผู้เป็นมหาราชบุรุษหรือสตรีผู้ใดผู้หนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยศรัทธา เมื่อได้สร้างพระพุทธปฏิมากรไว้ในพระพุทธศาสนา พระพุทธปฏิมากรนั้น บุคคลจะสร้างด้วยดินเหนียว หรือศิลาก็ตามหรือทำด้วยโลหะแลทองแดงก็ตาม จะทำด้วยไม้ แลสังกะสี ดีบุกก็ตาม จะทำด้วยรัตนะ เงินทองก็ตาม ผู้ที่สร้างทำนั้น จักได้อานิสงส์ผลอันมากพ้นที่จะนับประมาณ การที่สร้างพระพุทธปฏิมากร หรือปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปก็ดี เป็นประเพณีของพระพุทธเจ้าทั้งหลายซึ่งยังเวียนว่ายในวัฏฏสงสาร ครั้งเมื่อตถาคตเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ ได้เห็นนิ้วพระหัตถ์พระพุทธปฏิมากรซึ่งทำด้วยดินเหนียวหักขาดไปนิ้วหนึ่ง จึงนำเอาดินเหนียวมาปั้นทำให้เป็นบริบูรณ์เป็นปกติ แล้วทำการสักการบูชาด้วยมาลาแลของหอม ครั้งทำลายเบญจขันธ์ ก็ได้เสวยสมบัติในสวรรค์ ได้เป็นบรมกษัตริย์ในมนุษย์โลก สิ้นกาลนาน ภายหลังเมื่อโพธิสมภารพุทธการกธรรมเต็มบริบูรณ์แล้วก็ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า

อานิสงส์การจัด สร้างพระพุทธรูป
หรือสิ่งพิมพ์อันเกี่ยวกับ พระธรรม คำสอน เป็นกุศลดังนี้

1. อกุศลกรรม ใน อดีตชาติ แต่ปางก่อน จะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นสูญ

2. สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คุ้มครอง สรรพภยันตรายสลาย ปวงภัยไม่มีคนคิดร้ายไม่สำเร็จ

3. เจ้ากรรมนายเวร ใน อดีตชาติ แต่ปางก่อน เมื่อได้รับ ส่วนบุญ ไปแล้วก็จะเลิก จองเวร จองกรรม

4. เหล่า ยักษ์ ผีรากษส งูพิษเสือร้าย ไม่อาจเป็นภัยอยู่ในที่ใดก็แคล้วคลาดจากภัย

5. จิตใจสงบ ราศี ผ่องใส สุขภาพแข็งแรง กิจการงานเป็นมงคล รุ่งเรืองก้าวหน้าผู้คนนับถือ

6. มั่นคงในคุณธรรม ความอุดมสมบูรณ์ปรากฏ (เกินความคาดฝัน) ครอบครัวสุขสันต์ วาสนายั่งยืน

7. คำกล่าวเป็นสัจจ์ ฟ้าดินปราณี ทวยเทพ ยินดี มิตรสหายปรีดา หนี้สินจะหมดไป

8. คนโง่สิ้นเขลา คนเจ็บหายได้ คนป่วยหายดี ความทุกข์หายเข็ญ สตรีจะได้ เกิด เป็นชายเพื่อ บวช

9. พ้นจากมวล อกุศล เกิดใหม่บุญเกื้อหนุน มีปัญญาล้ำเลิศ บุญกุศลเรืองรอง

10. สิ่งที่สร้างจะบังเกิดเป็น กุศลจิต แก่ทุกคนที่ได้พบเห็น เป็นเนื้อนาบุญอย่างเอนกทุกชาติของผู้สร้างที่เกิดจะได้ฟัง ธรรม จาก พระอริยะเจ้า ปัญญาในธรรมแก่กล้า สามารถได้ อภิญญาหก สำเร็จ โพธิญาณ

อานิสงส์การทำบุญด้วยทองคำ จากพระไตรปิฎก

อานิสงส์การทำบุญด้วยทองคำ จากพระไตรปิฎก ด้วยอานิสงส์ที่เคยถวายแผ่นอิฐทองคำเพื่อทำเป็นฐานเจดีย์ สำหรับประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุในสมัยพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่งผลให้ พระมหากัจจายนะ มีผิวพรรณวรรณะละเอียดผุดผ่องดังทองคำ

อานิสงส์การทำบุญด้วยทองคำ จากพระไตรปิฎก




1. ด้วยอานิสงส์ที่เคยถวายแผ่นอิฐทองคำเพื่อทำเป็นฐานเจดีย์สำหรับประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุในสมัยพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่งผลให้ พระมหากัจจายนะ มีผิวพรรณวรรณะละเอียดผุดผ่องดังทองคำ

2. ด้วยอานิสงส์ที่เคยถวายอาสนะแก้วผลึกที่ฉาบทาด้วย ทองชมพูนุทอันเป็นทองคำบริสุทธิ์ เพื่อเป็นที่ประทับของพระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่งผลให้พระมหากัจจายนะ (ภพชาติในอดีต) ได้ไปเกิดเป็นเทพราชาผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์มีรัศมีแผ่ไปโดยรอบไกลถึง 100 โยชน์ ได้บังเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีฤทธิ์มากมีรัตนะ 8 ประการ สว่างโชติช่วงทั้งกลางวันกลางคืนประดุจดวงอาทิตย์อุทัย และเวียนว่ายตายเกิดอยู่แต่ในสุคติภูมิเป็นเวลาที่ยาวนาน


3. ด้วยอานิสงส์ที่ทำ หม้อดอกไม้ทองคำ 3 ใบ ไปบรรจุไว้ในเจดีย์ทองคำที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุเพื่อกราบขอขมาและระลึกถึงคุณของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่งผลให้ชฎิลเศรษฐี เป็น 1 ใน 5 ของเศรษฐีที่รวยที่สุดในสมัยพุทธกาล มีภูเขาทองคำสูง 80 ศอก เกิดขึ้นหลังบ้าน

4. ด้วยอานิสงส์ที่เคยถวาย บัลลังก์ทอง 1 แสนตัว แด่พระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อรับรองภิกษุถึง 1 แสนรูป ส่งผลให้ภพชาติในอดีตของพระภัททิยเถระ ได้ไปเกิดเป็นท้าวสักกเทวราช 74 ครั้ง เป็นพระเจ้าประเทศราชครอบครองพสุธา 1,000 ครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 51 ครั้ง เกิดในตระกูลสูงสมบูรณ์ด้วยมนุษย์สมบัติและรูปสมบัติอันเลิศ ได้บวชและบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์

5. ด้วยอานิสงส์ที่ปลด เครื่องประดับทองคำจากคอ แล้วมอบให้ช่างทองนำไปทำอิฐ ทองคำเพื่อสร้างเจดีย์ทองคำสูง 1 โยชน์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่งผลให้อุบาสิกาเสสวดี ละโลกแล้วไปเกิดในสวรรค์ยาวนานถึง 1 กัป มีวิมานทองที่สว่างไสวใหญ่โตวิจิตรตระการตา

6. ด้วยอานิสงส์จากการถวาย แผ่นอิฐทองคำ สร้างเจดีย์บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าส่งผลให้ไปตัดรอนวิบากกรรมเก่าของ พระภัททกาปิลานีเถรี ที่มีกลิ่นตัวเหม็นเหมือนส้วมให้กลับกลายเป็นมีกลิ่นจันทน์ฟุ้งออกจากกาย และมีกลิ่นดอกบัวออกจากปาก ในภพชาติสุดท้ายพระภัททกาปิลานีเถรีได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์เถรี ผู้เป็นเลิศในด้านเป็นผู้มีความสามารถในการระลึกชาติได้เป็นเยี่ยม

บทความ ทองคำ กับเส้นทางการสร้างบารมีของผู้มีบุญในพระไตรปิฎก

พระมหากัจจายนะกับการออกแบบชีวิตให้มีผิวพรรณวรรณะงดงาม
ชฎิลเศรษฐีผู้มีภูเขาทองคำเกิดขึ้นอย่างอัศจรรย์ด้วยบุญที่เคยทำไว้
พระภัททิยเถระกับการสร้างบุญพิเศษอย่างหนึ่งให้เต็มที่เต็มกำลัง
อุบาสิกาเสสวดีผู้มีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา
พระภัททกาปิลานี เกิดในตระกูลดีแต่มีกลิ่นตัวแรง

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=5340


ออฟไลน์ P.thorn

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-0

  • เพศ: ชาย
  • กระทู้ : 8
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 3102


  • บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ


  • มีนาคม 04, 2017, 11:46:33 AM


 อานิสงส์การทำบุญด้วยทองคำ เงิน นาถ หล่อพระพุทธรูป

1.เมื่อเกิดไปในภพใดชาติใด สมบัติใดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเลิศที่สุดเท่าที่มนุษย์พึงมีในยุคนั้นเราจะเป็นผู้ครอบครองสมบัตินั้น เพราะได้ทำบุญด้วยทองคำซึ่งขึ้นชื่อว่า เป็นธาตุที่เลิศที่สุดอานิสงส์การทำบุญด้วยทอง

2.สามารถเข้าถึงฐานะแห่งความเป็นมหาเศรษฐี ที่ถึงพร้อมด้วยโภคทรัพย์สมบัติอันมากมาย เพราะได้บริจาคทรัพย์ไว้ในพระพุทธศาสนา และเนื้อนาบุญอันเลิศ

3.เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติอันงดงามตั้งแต่เกิดจนสิ้นอายุขัยเพราะทำบุญด้วยทองคำ ซึ่งเป็นธาตุที่งามอยู่ในตัวเองตั้งแต่เริ่ม และมีความงามเป็นอมตะ ไม่หมองคล้ำ ผุกร่อน แม้กาลเวลาจะผ่านไปเป็นพัน ๆ ปี

4.เกิดในตระกูลสูง เข้าถึงฐานะอันสูงส่ง เป็นที่เคารพนับถือเกรงใจของเหล่ามนุษย์และเทวา เพราะขึ้นชื่อว่าบูชาบุคคลที่ควรบูชา ซึ่งเป็นมงคลอันสูงสุด

5.เป็นผู้มีบุตร บริวาร ให้ความเคารพกตัญญู อยู่ในโอวาท เพราะได้ทำทานด้วยความเคารพ ความกตัญญูที่มีต่อ มหาปูชนียาจารย์

6.เป็นผู้มีปัญญาเป็นเลิศ เพราะได้ทำทานที่ประกอบไปด้วยปัญญา บูชาผู้ที่ปัญญาถึงพร้อมด้วยวิชชา และ จรณะ

7.ขึ้นชื่อว่าสายบุญเชื่อมกับมหาปูชนียาจารย์ และธรรมใดที่ท่านบรรลุ ก็จะสามารถบรรลุตามอย่างท่านได้โดยง่าย สามารถเข้าถึงนิพพานและที่สุดแห่งธรรมได้โดยง่าย

8.เป็นผู้มีสัมมาทิฐิ เกิดในปฎิรูปเทส ในดินแดนที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรื่อง เพราะได้สร้างเหตุแห่งความเจริญไว้ในพระพุทธศาสนา

9.หลังจากละโลกแล้ว ได้ไปเสวยทิพยสมบัติอันเป็นเลิศ ถึงพร้อมด้วยลาภ ยศ สรรญเสริญ สุข ในทิพยวิมาน


พระสุโขเหนือโลก นพบุรีศรีเชียงใหม่(สัมฤทธิ์)


พระสุโขเหนือโลก นพบุรีศรีเชียงใหม่(สัมฤทธิ์) เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สำคัญคู่บ้านคู่เมืองคู่วัดเชียงใหม่ มีพุทธลักษณะปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์บริสุทธิ์ หน้าตักกว้าง สองศอกกว่า ปรมาณ 29 นิ้ว มีพุทธลักษณะงดงามตามแบบอย่างสกุลช่างสุโขทัย-เชียงแสน ซึ่งเป็นแบบที่พบได้น้อยมากและหายากที่สุด

พระสุโขเหนือโลก นพบุรีศรีเชียงใหม่(สัมฤทธิ์) ประดิษฐานอยู่ที่ วัดทุ่งอ้อหลวง ต.หารแก้ว อ.หางดง เชียงใหม่ วัดเคยเป็นวัดร้างมาก่อน หลายชั่วอายุคน เกือบจนอายุ 700 ปี เดิมนั้นทางวัดไม่เปิดเผยสถานที่ประดิษฐาน และไม่ให้บุคคลทั่วไปเข้าสักการะได้ถึงองค์พระ เนื่องด้วยปัญหาด้านการรักษาความปลอดภัย โดยจะอัญเชิญพระสุโขเหนือโลก นพบุรีศรีเชียงใหม่(สัมฤทธิ์) ออกให้ประชาชนทั่วไปนมัสการได้ถึงตัวองค์พระเพียงในช่วงเทศกาลปีใหม่สงกรานต์เท่านั้น

พระสุโขเหนือโลก นพบุรีศรีเชียงใหม่(สัมฤทธิ์) เป็นพระพุทธรูปโบราณศักดิ์สิทธิ์สำคัญที่เป็นที่เคารพนับถือเป็นพระพุทธรูปโบราณสำคัญคู่บ้านคู่เมือง เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองคู่วัด ของจังหวัดเชียงใหม่ จวบจนอายุถึง 700 กว่าปี

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=5340


 

 




Banloktip.com ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20-เมษายน-2012 ..เพื่ออุทิศให้ คุณพ่อสำเร็จ ทิตาวงศ์