ทริปท่องเมืองอุดร และหนองคาย แวะกราบปู่ศรีสุทโธ ณ วังนาคินทร์ คำชะโนด


ข่าวประกาศ โดย บ้านโลกทิพย์





หัวข้อ: ทริปท่องเมืองอุดร และหนองคาย แวะกราบปู่ศรีสุทโธ ณ วังนาคินทร์ คำชะโนด (อ่าน 15371 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ หมอเจี๊ยบ

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-19

  • กระทู้ : 973
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 18


  • ขอเดินตามรอยพระพุทธเจ้าตลอดไป


  • ธันวาคม 15, 2015, 09:28:24 PM


สวัสดีครับ วันนี้ผมมีความยินดีที่จะพาทุกท่านไปทัวร์เมืองอุดรธานี และหนองคาย 2 จังหวัดที่มีสถานที่ที่เป็นแหล่งวัฒนธรรม และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญมากมายเลยครับ เรามาเริ่มกันที่จังหวัดอุดรธานีก่อนเลยนะ (อ้อ ... อย่าแปลกใจนะครับว่า วันเดียวเที่ยวสองจังหวัดได้อย่างไร นั่นก็เพราะ สองจังหวัดนี้อยู่ติดกันเลยครับ เหมือน กรุงเทพฯ - ชลบุรี เลยครับ)

ทริปนี้เกิดจากสปอนเซอร์ใจดี คือพี่ปุ๊ (Nida)ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกเวปบ้านโลกทิพย์นี่แหละ ท่านพี่ได้เมตตาออกค่าเดินทางครั้งนี้และให้ที่พักกับผมด้วยเช่นกัน เอาหล่ะ

วันแรก เริ่มจากเดินทางถึงสนามบินอุดรธานีนะครับ ตอนนั้นเราถึงเวลาประมาณ 17 นาฬิกาเศษๆ แหละ แล้วก็ฝนตกด้วยเพราะวันนั้นเป็นวันที่ 16 ตุลาคม 56 ซึ่งคุณนารี (พายุ) กำลังเดินทางมาถึงภาคอีสานตอนล่างพอดี ทำให้เราชุ่มฉ่ำเปียกฝนตอนเดินลงจากเครื่องเพราะไม่ได้เข้างวง เราต้องเดินเข้าตึกแทน พอถึงข้างในตึก เราก็รีบออกมาติดต่อรถเช่า ปรากฏว่า เกิดปัญหาครับ เพราะ เขาต้องขอเงินมัดจำ 1 หมื่นบาท ซึ่งตอนนั้น มึนกันเป็นแถว เพราะในเงื่อนไขตอนที่พี่ปุ๊จองจากสวีเดนนั้นไม่เห็นมีบอก จนเราก็ยอมจำนน แต่พี่ปุ๊รูดบัตรไม่ผ่าน เพราะว่า มีปัญหา (อันนี้ผมเข้าใจว่า บัตรที่ใช้เป็นธนาคารที่ไม่ทำคอนแท๊คกับเมืองไทย) แต่ไม่เป็นไร มีเจ้าอื่นอยู่ในสนามบิน เราก็เลยไปติดต่อ ทั้งเอวิส ทั้งบริษัทท้องถิ่น ก็ไม่มีรถ เพราะเราไม่ได้จองล่วงหน้า ที่สำคัญ เพราะใกล้เทศกาลออกพรรษา คนจะเดินทางไปดูบั้งไฟพญานาคกัน รถเลยไม่มีเลย ผมก็เออ...ทำไมอุปสรรคมาเลยนะด่านแรกก็คือเรื่องรถนี่แหละ แต่พี่ปุ๊ก็ให้คุณพ่อของพี่ปุ๊ ที่เดินทางไปด้วยกันโทรหาเพื่อนๆ ก็ปรากฏว่า มีเพื่อนของคุณพ่อสองคนยินดีที่จะเอารถมารับแล้วค่อยพาเราไปหารถเช่าในเมืองกัน แต่ปรากฏว่า พี่ปุ๊กลัวว่า อาจจะไม่สะดวก เลยต้องมานั่งคิดกันใหม่ ตอนนั้นหลังจากลงจากเครื่องเลยมาชั่วโมงเศษๆ แล้วนะครับ ก็เริ่มค่ำแล้วหล่ะ แต่ก็ยังไม่ได้รถ ผมก็เลยนั่งรถที่ๆ ในห้องโถงสนามบิน พี่ปุ๊กับคุณพ่อก็ติดต่อเรื่องรถกันอยู่ ใจผมก็นั่งนึก ขอครูอาจารย์ท่านเมตตาให้ช่วยให้เราหารถได้ด้วยเถอะ ผมคิดในใจว่า “ปู่จ๋า ขอให้ลูกได้รถพร้อมคนขับสักคันด้วยเถอะ” (ถ้าเป็นคุณหนิงจะเบิกบุญมาใช้ใช่ไหมครับ เพื่อนๆ ลองกลับไปอ่านที่คุณหนิงเคยเขียนเอาไว้ดูนะครับเรื่องเบิกบุญ) แต่สำหรับผม ขอเมตตาบารมีครูอาจารย์ท่าน ไม่เกิน 5 นาที จู่ๆ พี่ปุ๊ก็มาสะกิดบอกว่าได้รถแล้ว ... ผมก็กลายเป็นเสี่ยวเอ้อไปเลย คือ เอ๋อเร๋อ เพราะว่า พี่ปุ๊กลับไปติดต่อบริษัทรถเช่าที่บอกว่าไม่มีรถเหลือนั่นแหละ ปรากฏว่า มีเด็กรถของบริษัทดันเอารถไปเช็คสภาพบวกกับเติมน้ำมันกลับมาพอดีครับ โห...อะไรจะช่างประจวบเหมาะขนาดน๊านนนนนน ใจผมคิดว่า คืนนี้คงต้องจ้างแท๊กซี่เข้าเมืองซะแล้วสิ แต่ต้องกราบครูอาจารย์ทุกท่านที่ได้เมตตาลูกกระเจี๊ยบและพี่ปุ๊กับคุณพ่อด้วยครับ พอได้รถ เราก็รีบออกจากสนามบินไปรับพานบายศรีที่สั่งเอาไว้ แม่ค้าเขาก็อุตส่าห์รอเรานะครับ เพราะเกือบจะสองทุ่มแล้วที่เราออกมา พอรับเสร็จพวกเราก็ไปทานอาหารกัน จนได้เวลาก็ต้องกลับไปบ้านคุณพ่อของพี่ปุ๊เพื่อเตรียมของไปกราบเสด็จปู่ใหญ่ที่วังนาคินทร์ คำชะโนด ซึ่งคืนนั้นผมก็สวดมนต์บทสำคัญๆ พร้อมกับมีขันใส่น้ำแล้วลอยส้มป่อย เพื่อเอาไว้ชำระกายในวันรุ่งขึ้น

วันที่สอง(17 ตุลาคม 56) เราตื่นเช้าเพื่อมาอาบน้ำชำระกายตอนราวๆ ตีห้าเกือบหกโมงเช้า เพราะเรากำหนดจะรีบออกเดินทางไม่เกิน 7.30 น. พอได้เวลา เราก็อารธนาศีล5 แล้วก็ออกจากบ้านกันเลยครับ เราก็ขับรถไปเพื่อหาซื้อของหวานที่เมื่อวานเราหาไม่ได้ เพราะ ขนมถ้วยฟู เขาบอกว่าหมด แปลกมากเพราะแม่ค้าบอกว่า ปรกติจะมีเหลือแยะมาก แต่ทำไมเราไปดันหมดซะเนี่ย พี่ปุ๊เลยโทรหาน้องหญิง คนเมืองเหนือ แห่งบ้านโลกทิพย์ ว่าจะหาของหวานอย่างอื่นได้รึป่าว น้องหญิงก็บอกว่าได้ ขอเป็นขนมหวานก็เป็นพอ เพราะมันสุดๆ หาไม่ได้จริงๆ ก็เอามาแทนละกัน เราก็เลยได้ทองหยิบทองหยอด ที่ตลาดระหว่างทางนั่นแหละครับ ระหว่างขับรถไป ผมกับคุณพ่อของพี่ปุ๊ก็คุยกันเพลินเลย ปรากฏว่า ผมขับรถเลยปากทางเข้าคำชะโนดเลย แต่.......พี่ปุ๊ตาไวมาก บอกว่า เลยปากทางแล้วนะ ผมเลยกลับรถเลย ดีว่าถนนแถวนั้นโล่งมากเลยครับ พอกลับแล้วเลี้ยวเข้าคำชะโนดแล้ว ขับไปไม่ไกลนัก แล้วไม่หลงนะครับ เพราะป้ายบอกทางหน่ะ ติดอยู่ตลอดทางเลยครับ ไม่นานนักก็ถึงวังนาคินทร์ เราก็เอารถไปจอดที่วัดศิริสุทโธผมก็จอดรถในวัดแล้วเราก็ไปกราบพระพุทธกันก่อน พอเสร็จแล้วเราก็พร้อมที่จะเดินเข้าวังนาคินทร์กันครับ

ทางเข้าวังนาคินทร์จะมีองค์ปู่พญานาคสององค์เฝ้าอยู่ตรงปากทาง และจะมีปู่ท้าวเวสสุวรรณสององค์เฝ้าตรงปากทางเช่นกันนะครับ หากใครไปแล้วก็อย่าลืมกราบไหว้ก่อนจะเดินเข้าไปด้วยนะครับ เป็นการให้เกียรติและเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ ก่อนจะเข้าเราก็ต้องถอดรองเท้าวางไว้ตรงปากทางด้วยนะครับ และต้องเดินเท้าเปล่าเข้าไป รองเท้าถ้ากลัวหายก็ใส่คู่ที่แบบจะทิ้งๆ ก็ได้นะครับ แหะๆๆ ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะหายรึป่าว แต่ที่ผมไปแล้วกลับมา รองเท้าคู่เดิมก็ยังอยู่นะครับ เมื่อเข้าไปแล้ว เราก็เดินก้มหน้ามองพื้นไปเรื่อยๆ ครับ และก็กำหนดสติรู้ในการเดินตลอด สำหรับผมกำหนด เดินหนอ ... คือ เดินนนนนนนนนนนนนน หนอออออออออออ (เท้าขวาแตะพื้นก็เดิน พอถึงเท้าซ้ายแตะพื้นก็หนอ) ผมกำหนดตามที่ถนัดหน่ะครับ ส่วนใหญ่จะพุทโธ หรือ ซ้ายหนอ ขวาหนอ ก็ตามแต่นะครับ เหตุผลที่ต้องกำหนดแบบนี้เพราะ เราต้องการรู้ระลึกสติทั่วตัวตลอด ทุกเวลาที่เราก้าวเท้า และไม่ต้องสนใจสิ่งรอบข้างใดๆ เท่านั้น ถือเป็นการทำจิตให้ว่างก่อนที่จะเข้าไปกราบครูอาจารย์ เพื่อขอพรนะครับ (อันนี้สำหรับผม ส่วนพี่ปุ๊นั้นเขามีภารกิจของเขาซึ่งเราจะไม่พูดถึงนะครับ ยกเว้นใครสนใจ ... ถามพี่ปุ๊เองนะครับ ซึ่งพี่เขาก็คงจะไม่บอกเช่นกันครับ 555+) เมื่อเราเดินถึงประมาณช่วงกลางสะพาน หากเรามองด้านข้างสองด้านที่เป็นตัวองค์พญานาค(ลำตัวนะครับ) เราจะเห็นรอยต่อไม่ติดกัน ตรงนี้ เขาเรียกเขตแดนมนุษย์(จากปากทางบกที่เราเดินเข้ามา) และแดนสวรรค์(จากช่วงกลางลำตัวองค์ปู่พญานาค ไปจนถึงศาล) แต่เนื่องจากภารกิจของเราสองคนตอนเดินเข้าไปเราจะไม่ทำอะไรเลย ไม่ถ่ายรูป ไม่สนใจรอบข้าง ดังนั้น รูปตอนกำลังเข้าก็จะไม่มีนะครับตั้งแต่แรก เมื่อเดินผ่านมาเรื่อยๆ เราจะเลี้ยวไปเลี้ยวมาตามทาง จนมาถึงศาลองค์นาคาธิบดีศรีสุทโธและพระแม่เจ้าศรีปทุมมาพระมเหสี (ศิษย์ขออนุญาติใช้พระนามนี้นะครับเสด็จปู่ใหญ่และพระแม่นาคี) พอถึงแล้วผมก็เดินไปถามพ่อครูที่เป็นคนเฝ้าสถานที่ครับว่า จะเอาบายศรีมากราบถวายเสด็จปู่และองค์พระแม่นาคี พ่อครูก็บอกให้ไปเอาพานใหญ่มาแล้วให้ผมกับพี่ปุ๊จัดเตรียมเครื่องถวาย เมื่อจัดเตรียมเสร็จ บังเอิญวันนั้น เจอกองถ่ายภาพยนตร์ และมีกลุ่มนาฏศิลป์มารำถวายด้วย (แหม...มาทีสองงานพร้อมๆ กัน ในใจก็นึกว่า แล้วเมื่อไรจะถวายพานบายศรีได้ละเนี่ย) สักพักเราก็จุดธูปถวายพานบายศรีด้านล่างก่อนซึ่งเป็นที่ที่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลศาลจัดเอาไว้ (ตรงนี้ทุกคนหากจะจุดธูปจุดเทียนกราบปู่ต้องมาที่ตรงนี้เท่านั้นนะครับ เขาไม่ให้ไปจุดข้างบนที่มีรูปปั้นเสด็จปู่)

เมื่อเราจุดและกราบแล้ว เราก็รอให้กลุ่มนางรำเขารำให้เรียบร้อย ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที พอเขารำเสร็จผมก็หันไปถามพ่อครูว่า จะนำบายศรีขึ้นไปถวายได้รึยัง พ่อครูก็ตอบว่า เอาไปได้แล้ว ผมกับพี่ปุ๊ก็จัดแจงขึ้นไปกราบ แต่....ระหว่างนั้น มีพ่อครูอีกท่านหนึ่งก็บอกกลุ่มนางรำว่าให้รำต่ออีกเพลงหนึ่ง พ่อครูบอกว่า เสด็จปู่โปรดมาก อยากให้รำถวายอีกรอบ (ใจผมก็ หยึ๋ย...เอาไงดีเนี่ย เราก็ขึ้นไปข้างบนศาลเสด็จปู่แล้ว นี่จะรำถวายอีกรอบหรือ...แต่ถึงตอนนั้นไหนๆ ก็ขึ้นมาแล้วก็ต้องเดินหน้าต่อไป) เราก็กราบถวายพานบายศรีไปนะครับ ตรงนี้ส่วนของเรา แต่ส่วนของนางรำเขาก็เริ่มรำถวายต่อเลย ระหว่างนั้นผมกับพี่ปุ๊กราบขอพรครูอาจารย์แล้วก็นั่งสมาธิกันเงียบๆ สองคน โดยมีพ่อครูที่บอกให้ผมนำพานบายศรีมาถวายนั่งดูอยู่ห่างๆ (ตรงนี้คิดว่าพ่อครูคงจะทราบถึงจุดหมายของเราสองคนดีครับ ท่านก็จะไม่มายุ่งอะไรกับเรา) พอผมนั่งสมาธิแล้วตั้งจิตนึกถึงครูอาจารย์แล้ว ก็กราบขอพรเสด็จปู่ใหญ่และองค์พระแม่นาคี พอสักพักเห็นสมควรผมก็ออกจากสมาธิ ส่วนพี่ปุ๊.....ผมหันไปมอง เห็นท่านพี่กำลังดราม่า ผมก็เลยบอกพี่ปุ๊ว่า กำหนดสติรู้หนอๆ เลยนะ พี่ปุ๊ก็กำหนดสติรู้หนอ แล้วก็หยุดดราม่า พอเสร็จเราก็กราบลาครูอาจารย์ และพ่อครูที่ท่านนั่งอยู่ด้านข้างๆ มองเราสองคนแบบเข้าใจจุดประสงค์ดี

เมื่อลงมาจากศาลซึ่งเราสองคนลงมาทางด้านซ้ายมือนะครับ ด้านขวาจะติดศาลาที่พัก ส่วนด้านซ้าย เราก็จะเห็นปู่ฤาษีมีงูพันอยู่นั้น ซึ่งเป็นปู่พญานาคภาคบำเพ็ญเพียรในร่างฤาษีนั่นเอง ผมก็ถ่ายรูปมาด้วย และเราก็กราบปู่ฤาษีเสร็จก็เดินไปอีกทางหนึ่ง เพราะทีแรกเราจะเดินไปตักน้ำในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์มาเอาไว้บูชากันที่บ้าน แต่ปรากฏว่าเราต้องรอก่อนเพราะเขากำลังถ่ายภาพยนตร์กันอยู่ เราก็เลยเดินไปทางฝั่งตรงข้ามอีกทางหนึ่งก็จะเป็นต้นไม้สูงใหญ่มากครับ มีรากยุบยับไปหมด ผมก็ไปแล้วมีศาลเล็กๆ อยู่ผมก็นั่งกราบแล้วเอามณีนาคาและเพชรพญานาคสององค์ออกมากราบขอบารมีครูอาจารย์ ณ ที่แห่งนั้น แล้วก็นั่งสมาธิระลึกถึงคุณของครูอาจารย์ทุกพระองค์ พอสักพัก พี่ปุ๊ก็ถามผมว่า เห็นกระรอกตัวเล็กๆ ด้วย ผมก็มองไหนไม่เห็นมีเลย ก็นึกว่า ท่านพี่ตาฝาด แต่พี่ปุ๊ยืนยันว่ามีแน่ๆ ผมก็เลยเฉยๆ ในใจถ้าเจอจะเอาไปหยิกเล่นสักนิดหนึ่ง อิอิ พอเสร็จจากกราบไหว้ต้นไม้ใหญ่แล้ว เราก็เดินย้อนกลับไปที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งหนึ่ง ครานี้ก่องถ่ายก็พักกอง เราก็ถือโอกาสไปถ่ายรูปและตักน้ำมาใส่ขวดน้ำดื่มกัน พอเสร็จจากตรงนี้แล้ว เราก็เตรียมเดินทางต่อไปที่วัดพระธาตุบังพวนครับ

เราก็กราบลาเสด็จปู่อีกครั้ง และครานี้เดินออกมาอย่างสบายใจมองไปรอบๆ เห็นต้นไม้ใหญ่ มองทางเดิน สังเกตุเส้นแบ่งแดนมนุษย์และสวรรค์ พอออกมาด้านนอกแล้ว เราก็รีบขับรถไปที่วัดพระธาตุบังพวนกันต่อไป

วัดพระธาตุบังพวน

ที่วัดแห่งนี้เราเดินทางไปเพื่อกราบสักการะครูอาจารย์ผู้มีพระคุณตามตำนาน ซึ่งพี่ปุ๊ได้ฝันเห็นผู้ชายคนหนึ่งมีอุ้มพญานาคสององค์เอาไว้ ซึ่งเราก็ได้สอบถามจากน้องหญิงว่าเพราะเหตุใดที่ผมและพี่ปุ๊ฝันเห็นผู้ชายลักษณะคล้ายกัน เป๊ะๆ ตรงกันเป๊ะๆ เลย ก็เลยได้คำตอบว่า ยังไงเราก็ต้องไปกราบพระที่แห่งนี้ พอไปถึงแล้ว เราก็ได้กราบสถานที่สำคัญเก่าแก่แห่งหนึ่งเลยนะครับ มีความสำคัญมากๆ เป็นสถานที่ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ในองค์พระธาตุ เราก็ได้กราบเสด็จปู่มุจลินท์ด้วย(ในรูป) วัดพระธาตุบังพวนแห่งนี้ มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากครับ ลองหาอ่านตาม link นี้ได้เลยครับ http://202.12.97.23/main/esanart/19%20Province/Nong%20Khai/PrathatBangpaung/NK%20PrathatBangpaung.html  พอเรากราบพระเสร็จ เราก็ไปต่ออีกวัดหนึ่ง ในตัวเมืองหนองคาย แต่ครานี้เราไปแป๊บเดียว เพราะต้องรีบไปขึ้นเครื่องบินกลับ กลัวจะไม่ทันครับ เพราะถึงแม้ว่าหนองคายกับอุดรจะห่างกันเหมือนกรุงเทพชลบุรีแต่เราก็ต้องเผื่อเวลาไว้สักเล็กน้อย บวกกับเราต้องเติมน้ำมันคืนบริษัทเช่ารถด้วย เลยไปแค่แวะกราบพระและกลับเลย แต่ตั้งใจว่า หากมีโอกาสก็จะไปให้หลายวันและเที่ยวให้ทั่วอย่างจุใจจริงๆ ครับ

พอขากลับผมก็ขับแบบรีบๆ แต่ก็ไม่เร็วเกินแต่ก็ไม่ช้ามาก จนถึงสนามบินก่อนเครื่องจะออกราวๆ 1.30 ชม. แต่ก็ทำให้เรามีเวลาส่งรถคืนและเช็ครถ แล้วก็เช็คอินได้ทันพร้อมกับมีเวลานั่งดื่มกาแฟด้วย หลังจากนั้นก็กราบลาคุณพ่อของพี่ปุ๊ด้วย ที่ท่านเมตตาเป็นไกด์นำตลอดทริปนี้เลยครับ

สุดท้ายนี้ ขอกราบสำนึกในเมตตาของเสด็จปู่ศรีสุทโธและพระแม่เจ้าศรีปทุมมามเหสี และพระอาจารย์ชีวกโกมารภัจน์ เสด็จปู่ฤาษี 108 องค์ ที่ได้เมตตาให้ศิษย์ได้เดินทางไปกราบขอพรจากครูใหญ่ และท้ายที่สุด สปอนเซอร์ผู้ใจดีและน่ารักมากๆ พี่ปุ๊(Nida) และคุณพ่อของพี่ปุ๊ ที่ได้เมตตาช่วยเหลือเรื่องการเดินทางตลอดทริปนี้ครับ ขอบใจน้องหญิงที่ตามไปเที่ยวด้วยกันนะจ๊ะ


ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=2508
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 29, 2013, 12:35:41 PM โดย ssjeab »


ออฟไลน์ หมอเจี๊ยบ

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-19

  • กระทู้ : 973
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 18


  • ขอเดินตามรอยพระพุทธเจ้าตลอดไป


  • ธันวาคม 15, 2015, 09:28:24 PM


ขอต่อจากอันที่แล้วครับเพราะรูปใหญ่และแยะมาก


ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=2508


ออฟไลน์ หมอเจี๊ยบ

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-19

  • กระทู้ : 973
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 18


  • ขอเดินตามรอยพระพุทธเจ้าตลอดไป


  • ธันวาคม 15, 2015, 09:28:24 PM


ต่อนะจ๊ะ


ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=2508
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 28, 2013, 10:49:25 PM โดย ssjeab »


ออฟไลน์ หมอเจี๊ยบ

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-19

  • กระทู้ : 973
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 18


  • ขอเดินตามรอยพระพุทธเจ้าตลอดไป


  • ธันวาคม 15, 2015, 09:28:24 PM


ต่อครับ


ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=2508


ออฟไลน์ หมอเจี๊ยบ

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-19

  • กระทู้ : 973
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 18


  • ขอเดินตามรอยพระพุทธเจ้าตลอดไป


  • ธันวาคม 15, 2015, 09:28:24 PM


ต่อครับ ทิ้งท้ายในวัดพระธาตุบังพวนนะครับ .... สวัสดีครับ


ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=2508


ออฟไลน์ เด็กวัด

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +1/-70

  • เพศ: ชาย
  • กระทู้ : 1523
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 1
  • ลำดับสมาชิก : 46



  • พฤศจิกายน 05, 2018, 09:29:22 PM


คนตั้งใจดีมีบุญก็จะมีคนสนับสนุนให้เดินทางสายที่ตั้งใจ ให้ได้ไปสถานที่ ๆ ปรารถนา อยู่ ๆ ใครเขาจะพาเราไป จะออกค่าใช้จ่ายให้ ก็เพราะเราปฏิบัติดีแล้ว
คนดีใครก็รัก ทิ้งอดีตไปเลยความไม่ดี วันนี้เป็นคนใหม่ ได้เจอเพื่อนใหม่ในทางสายบุญ ผมดีใจที่ได้เห็นทุกคนมีความรักใคร่สามัคคีกัน ทำบุญร่วมกันไว้นะครับ
แล้วอธิษฐานว่า

 "หากข้าพเจ้ายังไม่ถึงซึ่งฝั่งหนทางพระนิพพาน ข้าพเจ้าทั้งหลายขอให้ได้พบกันอีกและให้มีการสนับสนุนช่วยเหลือกันในทางธรรม ไม่เบียดเบียนกัน
เมื่อใครได้รู้แจ้งธรรมอันประเสริฐ ขอให้ผู้นั้นได้เป็นผู้ชี้นำ ชักชวนให้พวกเราทั้งหลายได้เห็นธรรม"

        นี่อธิษฐานแบบป้องกันเราพลาด ถ้าเราพลาดคนอื่นเขาไม่พลาดเขาก็จะมาดึงเราให้พ้นทุกข์ได้

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=2508
โทร : 080-9028108
Line ID : dekwad2
email :  dekwad999@gmail.com
FB : ณัฐภูเบศร์ เมธีรัตน์วรากร (เพื่อนเต็ม 5,000 คนแล้วครับขอให้แอดไลน์แทนนะครับ)

ออฟไลน์ หมอเจี๊ยบ

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-19

  • กระทู้ : 973
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 18


  • ขอเดินตามรอยพระพุทธเจ้าตลอดไป


  • ธันวาคม 15, 2015, 09:28:24 PM


คนตั้งใจดีมีบุญก็จะมีคนสนับสนุนให้เดินทางสายที่ตั้งใจ ให้ได้ไปสถานที่ ๆ ปรารถนา อยู่ ๆ ใครเขาจะพาเราไป จะออกค่าใช้จ่ายให้ ก็เพราะเราปฏิบัติดีแล้ว
คนดีใครก็รัก ทิ้งอดีตไปเลยความไม่ดี วันนี้เป็นคนใหม่ ได้เจอเพื่อนใหม่ในทางสายบุญ ผมดีใจที่ได้เห็นทุกคนมีความรักใคร่สามัคคีกัน ทำบุญร่วมกันไว้นะครับ
แล้วอธิษฐานว่า

 "หากข้าพเจ้ายังไม่ถึงซึ่งฝั่งหนทางพระนิพพาน ข้าพเจ้าทั้งหลายขอให้ได้พบกันอีกและให้มีการสนับสนุนช่วยเหลือกันในทางธรรม ไม่เบียดเบียนกัน
เมื่อใครได้รู้แจ้งธรรมอันประเสริฐ ขอให้ผู้นั้นได้เป็นผู้ชี้นำ ชักชวนให้พวกเราทั้งหลายได้เห็นธรรม"

        นี่อธิษฐานแบบป้องกันเราพลาด ถ้าเราพลาดคนอื่นเขาไม่พลาดเขาก็จะมาดึงเราให้พ้นทุกข์ได้


สาธุคุณหนิง อ่านแล้วเกิด ปิติสุขในใจนะครับ ผมได้ยึดเอาคุณหนิง น้องกันต์ คุณนน เป็นแบบอย่างที่ควรนำมาเป็นแนวทางมาโดยตลอดเลยครับ

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=2508


ออฟไลน์ พ่ายรัก

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-2

  • เพศ: ชาย
  • กระทู้ : 161
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 221


  • ดูดวง,ดูกรรม,แก้กรรม,แกสนกรรม,ญาณสัมผัส,จิตสัมผัส,ญาณทิพย์,หวย,เลขเด็ด,พระเครื่อง,ธรรมมะ,เรื่องลี้ลับ


  • กุมภาพันธ์ 15, 2016, 06:59:14 PM


น่าไปสักครั้งนึงครับพี่หมอ

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=2508


ออฟไลน์ Nida

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-0

  • เพศ: หญิง
  • กระทู้ : 102
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 713


  • บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ


  • มกราคม 14, 2016, 04:22:12 PM


สาธุจ๊ะ น้องหนิง

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=2508
ไม่มีทุกข์ใด มากเท่า...
ความไม่รู้จักพอ

ออฟไลน์ หมอเจี๊ยบ

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-19

  • กระทู้ : 973
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 18


  • ขอเดินตามรอยพระพุทธเจ้าตลอดไป


  • ธันวาคม 15, 2015, 09:28:24 PM


สำหรับรูปนี้เคยมีคนเข้ามาถามๆ ว่าอยากเห็น ก็เลยนำมาโชว์ให้เห็นว่า สององค์ที่ผมนำไปกราบขอบารมีเสด็จปู่ใหญ่ครับ

ปล.คุณพ่ายรักสมควรที่จะไปกราบนะครับ

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=2508


ออฟไลน์ Nida

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-0

  • เพศ: หญิง
  • กระทู้ : 102
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 713


  • บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ


  • มกราคม 14, 2016, 04:22:12 PM


งามแท้   ;)

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=2508
ไม่มีทุกข์ใด มากเท่า...
ความไม่รู้จักพอ

ออฟไลน์ ฟาฟา

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-0

  • เพศ: หญิง
  • กระทู้ : 2
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 1620


  • บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ


  • ธันวาคม 19, 2014, 03:01:53 PM


สาธุค่ะ   

ตั้งใจว่าอยากไปสักครั้ง  ถ้าทริปหน้า  มีใครไปหรือจัดไปชวนด้วยนะคะ   :loktip2:

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=2508


Permalink: Re: ทริปท่องเมืองอุดร และหนองคาย แวะกราบปู่ศรีสุทโธ ณ วังนาคินทร์ คำชะโนด

ตอบกลับ #12 พฤศจิกายน 24, 2014, 03:37:09 AM 15371 12 | หัวข้อไอดี: 2508 | ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=2508

ออฟไลน์ Nida

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-0

  • เพศ: หญิง
  • กระทู้ : 102
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 713


  • บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ


  • มกราคม 14, 2016, 04:22:12 PM


จะไปคำชะโนดอีก กลางเดือนหน้านี้จ๊ะ

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=2508
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 24, 2014, 03:44:18 AM โดย Nida »
ไม่มีทุกข์ใด มากเท่า...
ความไม่รู้จักพอ

 

 




Banloktip.com ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20-เมษายน-2012 ..เพื่ออุทิศให้ คุณพ่อสำเร็จ ทิตาวงศ์