บันทึกเปิดผนึก


ข่าวประกาศ โดย บ้านโลกทิพย์





หัวข้อ: บันทึกเปิดผนึก (อ่าน 14208 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Permalink: บันทึกเปิดผนึก

กรกฎาคม 20, 2013, 06:53:21 PM 14208 6 | หัวข้อไอดี: 1937 | ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1937

ออฟไลน์ สายน้ำ

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-4

  • เพศ: หญิง
  • กระทู้ : 507
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 488


  • บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ


  • กรกฎาคม 06, 2015, 04:00:10 PM


"ผู้เขียนขอสงวนสิทธิ์ในการคัดลอกเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ใดละเมิดจะมีโทษทางกฎหมาย"

เรื่องราวที่จะเล่าต่อไปนี้ ผู้เขียนไม่มีเจตนาอวดอุตริฯ เพียงบันทึกไว้เพื่อเป็นธรรมทาน เกี่ยวกับการเวียนว่ายตายเกิดและกรรม เพื่อยืนยันคำสอนของพระพุทธองค์ มิได้มีเจตนาหวังในลาภ ยศ สรรเสริญ

เรื่องราวบันทึกฉบับนี้ เป็นเรื่องราวบันทึกความทรงจำเมื่อข้าพเจ้าได้รู้จักกับเพื่อนในเฟสบุค ผู้ใช้ยูส "ปางนียาง์"
หลังจากได้เข้าไปอ่านบันทึกของปางนียาง์ ซึ่งเป็นธิดาขององค์ศรีสุทโธ เกี่ยวกับเรื่องราวของเธอในอดีตชาติที่ผ่านมา
 
มีอยู่ตอนหนึ่งที่เธอพูดถึงปณิธานในการเข้าถึงนิพพาน มันทำให้ข้าพเจ้าเห็นถึงความตั้งมั่นในจิตของเธอ
ข้าพเจ้าปักใจเชื่อในทันทีถึงเรื่องที่เธอเล่าไว้ในบันทึกนั้น หลังจากนั้น ก็ส่งข้อความไปทักทายและขอเป็นเพื่อนอย่างไม่แน่ใจว่าเธอจะรับหรือไม่ แต่แล้วไม่นานเธอก็ตอบกลับ...รับความเป็นเพื่อน เราได้พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องราวของเธอในบันทึกนั้น พร้อมทั้งบอกว่ารู้สึกสนใจและขอนำมาเผยแพร่เพื่อเป็นธรรมทาน ทีแรกเธอปฏิเสธไม่ให้นำมาตีแผ่ เพราะไม่ต้องการลาภยศสรรเสริญใดๆ แต่พอเราบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงของการนำมาเผยแพร่ เธอก็ยินยอมและบอกว่าชีวิตนี้ของเธอเพื่อเป็นธรรมทานอยู่แล้ว บันทึกนั้น จึงได้ถูกคัดลอกนำมาลงที่กระทู้ "......................"
 
หลังจากนั้น วันต่อมาเธอ..ขอเรียกเธอว่า "หน่อย" นะคะ หน่อยก็ส่งข้อความมาถามข้าพเจ้าว่า "พี่มีองค์อะไร" เพราะว่าหน่อยรู้สึกว่าพี่แรง แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ข้าพเจ้าถามกลับไปว่า "แรงดีหรือไม่ดี" หน่อยบอกว่า "ดี" แรงแต่เป็นกระแสที่ดี จากนั้น ข้าพเจ้าจึงบอกหน่อยว่า "ดูให้ดีๆ ซิว่าเป็นใคร" กำหนดจิตให้เป็นสมาธิแล้วน้อมใจขออนุญาตดู ข้าพเจ้าไม่รู้สึกหวาดระแวงกับหน่อยเลยสักนิด ผิดกับคนอื่นๆ ที่ข้าพเจ้าจะไม่อนุญาตให้เห็นเลย แต่กับหน่อยข้าพเจ้าสัมผัสได้ถึงความจริงใจ ความบริสุทธิ์ใจ ที่หน่อยมีกับข้าพเจ้า ไม่มีความรู้สึกว่ากำลังถูกทดลอง
 
หน่อยเงียบไปพักนึง ข้าพเจ้าจึงบอกไปว่า "พี่มีญาณของพระแม่อุมาเทวี ปางขี่เสือไม่อ้าปาก" หน่อยก็หัวเราะ พร้อมทั้งบอกว่า "อ๋อ มีองค์เดียวกันนี่เอง ถึงว่าซิ หน่อยถึงได้อยากพูดคุยกับพี่" ข้าพเจ้าจึงถามกลับไปว่า "หน่อยมีปางอะไร เพราะว่าพระแม่มีหลายปางนะ" หน่อยบอกว่า "ของหน่อยเสืออ้าปาก" ข้าพเจ้าจึงบอกไปว่า "นั่นคือองค์ทุรคา ไม่ใช่องค์อุมาเทวี" หน่อยเงียบไปอีกแล้ว แล้วหน่อยก็ถามว่า "นี่คือภาคอะไร หน่อยไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้จัก เพราะว่าหน่อยเห็นพี่มีจุดสีแดงกลางหน้าผากเกล้าผมมวย ใส่ชุดขาวเหมือนเจ้าแม่กวนอิม นั่งบนบัลลังก์สีขาว เข้าฌานอยู่และมีแสงสีขาวล้อมรอบ" ข้าพเจ้าบอกหน่อยไปว่า "จริงรึ ทำไมคุณ.......บอกว่าพี่เป็นกึ่งเทพกึ่งมารล่ะ" หน่อยหัวเราะและพูดว่า "พี่คือนางฟ้าของหน่อย" ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง เพราะหน่อยสัมผัสได้เช่นนั้นจริงๆ ข้าพเจ้าบอกหน่อยไปว่า "นี่คือองค์ในของพี่ พี่ไม่เคยให้ใครเห็น" แสดงว่าหน่อยต้องมีบุญสัมพันธ์กับพี่ ท่านจึงให้เห็น หน่อยถามว่า "ท่านบำเพ็ญโพธิสัตว์หรือพี่ ทำไมท่านใส่ชุดขาวและนั่งเข้าฌานตลอดเลย" ข้าพเจ้าหัวเราะและไม่ตอบ เพียงบอกว่าให้หน่อยพิจารณาเอาเอง

แล้วหน่อยก็ขอเบอร์โทร. เพราะว่าองค์ในของหน่อยอยากคุยกับข้าพเจ้า จึงมีการแลกเบอร์โทรศัพท์กัน ข้าพเจ้าโทร.ไปหาหน่อยก่อนเพราะว่าต้องการทราบความเป็นมาของหน่อยและความเกี่ยวข้องกันของหน่อยกับข้าพเจ้า จนแล้วจนรอด หน่อยก็ไม่ยอมบอก โดยบอกว่า "พี่รู้อยู่แล้วแต่ไม่แน่ใจ" ทุกเรื่องพี่จะรู้เอง และพี่รู้เองทุกครั้ง รวมถึงหลายๆ เรื่องที่ค้างคาใจกับนิมิตของตนเอง ซึ่งไหลมาทีละเรื่อง จากคำอธิษฐานที่ขอเปิดญาณบารมี รวมอภิญญาของตนที่เคยปฏิบัติได้มาและขอรับรู้อดีตชาติของตน เพื่อเชื่อมต่อบารมีสานทางธรรม
 
ข้าพเจ้ารับรู้ว่าหน่อยมีญาณบารมีของท่านแม่วรยา ต้นห้องขององค์ศรีสุทโธ ซึ่งเป็นพระมารดาของปางนียาง์ องค์สุวรรณีนาคี องค์นี้หน่อยบอกว่าเห็นในนิมิต ท่านมาส่งพี่ที่ประตูมิติเพื่อส่งขึ้นสวรรค์ไปกับเทวดาที่มารับ พี่เป็นนาคีสีขาวพอก้าวพ้นประตูก็กลายเป็นหญิงใส่ชุดสีแดง หน่อยเข้าใจว่าองค์สุวรรณีนาคี คือพระมารดาในอดีตของข้าพเจ้า และองค์ทุรคา
 
ซึ่งทั้งสามองค์ที่หน่อยบอกมามีความเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าด้วย คงเป็นด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ข้าพเจ้าและหน่อยสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว เหมือนเคยรู้จักกันมานานแสนนาน จริงซิ เรารู้จักกันจริงๆ หลังจากได้พูดคุย และทุกท่านที่ดูแลปางนียาง์อยู่ก็มาพูดคุยกับข้าพเจ้า โดยมีหน่อยเป็นสื่อกลาง แต่ทุกท่านก็ไม่ยอมบอกเล่าเรื่องราวในอดีตชาติของข้าพเจ้า และทุกคนจะบอกเหมือนกันคือ ข้าพเจ้าจะรู้ได้ด้วยตนเองและบางเรื่องข้าพเจ้าก็รู้แล้ว เพียงแต่ไม่มั่นใจ ทุกองค์บอกว่าญาณของข้าพเจ้าเชื่อถือได้แน่นอน ไม่ผิดไปจากที่ข้าพเจ้ารู้
 
ท่านแม่วรยาเรียกข้าพเจ้าว่า "องค์หญิง" หน่อยสงสัยและมาถามข้าพเจ้าว่าทำไมท่านจึงเรียกพี่ว่า "องค์หญิง" ข้าพเจ้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะว่ายังไม่เคยถามจากท่านเลย....(กำลังจะเข้มข้นค่ะ รอติดตามตอนต่อไป)
 
ลืมเล่าไปค่ะ วันแรกหลังจากที่ได้รู้จักกับหน่อยและฟังเรื่องราวของปางนียาง์ด้วยการคุยกันทางโทรศัพท์ ความรู้สึกของตัวเองบอกว่าข้าพเจ้าและหน่อยมีบุญสัมพันธ์กันแน่นอน และมั่นใจว่าข้าพเจ้าคือผู้ที่จะช่วยปางนียาง์ให้หลุดพ้นจากกรรมและก้าวเดินไปสู่ทางธรรม แต่เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด คืนนั้น ข้าพเจ้าก็ได้อธิษฐานจิต ขอเห็นนิมิตของปางนียาง์ ขอรับรู้เรื่องของปางนียาง์ หากสัมผัสของข้าพเจ้าเป็นจริง...และท่านแม่วรยาอยู่กับหน่อยจริงๆ อธิษฐานเสร็จก็นอนภาวนาเหมือนทุกคืน จนหลับไป....แล้วก็ฝันหลายเรื่อง แต่เรื่องที่ต้องจำ ทำไมใช้คำว่า "ต้องจำ" เพราะว่ามันเป็นภาพที่เลื่อนสไลด์ไปมาหลายรอบ เหมือนกลัวว่าข้าพเจ้าตื่นมาแล้วจะลืม ภาพนั้นมีบุคคลอยู่ 4 คน คนแรกเป็นเด็กผู้ชายวัยประมาณ 10 ขวบผิวดำ คนที่สองเป็นหญิงสูงอายุ ผิวขาวท้วม ผมยาว คนที่สามเป็นชายสูงอายุผิวดำ และคนที่สี่เป็นเด็กหญิง ผิวขาว ผมบ๊อบ อายุอ่อนกว่าเด็กชายคนแรก เมื่อตื่นมาข้าพเจ้าก็มาพิจารณาว่า ทั้งสี่คนนี้ต้องมีความเกี่ยวข้องกับปางนียาง์ และท่านแม่วรยา คงต้องการบอกอะไรแก่ข้าพเจ้าสักอย่าง ความรู้สึกบอกว่าทั้งสี่คนนี้ เรียงลำดับความสำคัญของความห่วงที่ปางนียาง์มีอยู่ จนทำให้ไม่สามารถหลุดพ้นจากบ่วงกรรม หรือไม่สี่คนนี้คือคนที่ปางนียาง์ติดกรรมอยู่ แต่เพื่อไม่ให้กลายเป็นจิตปรุงแต่งไปเอง
 
จึงเข้าไปในเฟสเพื่อสอบถามปางนียาง์ให้ชัดเจน และแล้วเหมือนจิตถึงจิต หน่อยก็เข้ามาที่เฟส คำถามแรกที่ข้าพเจ้าถามหน่อยก็คือ หน่อยมีหลานชาย พ่อแม่และลูกสาวตามลักษณะที่ข้าพเจ้าเห็นในฝันใช่หรือไม่ หน่อยรู้สึกประหลาดใจ และตอบกลับมาว่า "ใช่ พี่รู้ได้อย่างไร หน่อยรู้สึกทึ่งพี่มากเลย" และแล้วเรื่องราวขององค์ศิริศรีปัฏฐานนาคราชเจ้า ก็ถูกถ่ายทอดมาให้ข้าพเจ้าได้รับรู้ หน่อยบอกว่า หลานชายคนนี้ คือองค์ศิริศรีปัฏฐานนาคราชเจ้า และถามข้าพเจ้าว่าเคยได้ยินนามนี้หรือเปล่า ข้าพเจ้าตอบแบบไม่คิดเลยว่า "เคยได้ยินแต่ไม่รู้ว่าได้ยินมาจากที่ไหน" แล้วท่านเป็นใครล่ะ หน่อยไม่ตอบเหมือนทุกครั้ง แล้วพี่ก็จะรู้เอง (มาแนวนี้อีกแล้ว) อะไรจะต้องให้เราเสียเหงื่อตลอดเลย 555
 
เวลาผ่านไปเป็นอาทิตย์ แล้วหน่อยก็มาบอกว่า องค์ศิริศรีฯ บอกให้พี่เตือนสติหน่อยบ้าง (มาแนวนี้อีกแล้ว) ฉันจะไปรู้เรื่องอะไรของเธออีกล่ะ หน่อยบอกว่า พี่สาวโทร. มาเล่าความฝันให้ฟัง โดยเล่าว่า ฝันเห็นพี่เขยและลูกชาย ใส่ชุดนาคเตรียมจะไปบวช และจะไปบวชที่วัดภูค่าว จังหวัดกาฬสินธุ์ ในฝันนั้นมีคนบอกว่า ถามหลวงพ่อหรือยัง?  หน่อยก็เลยอยากถามพี่ว่า หมายความว่าอะไร (ดูดิ ข้าพเจ้ากลายเป็นคนทำนายฝันไปซะแล้ว) ข้าพเจ้าก็เลยบอกไปว่า "ที่ต้องไปที่วัดนั้น เพราะว่าพี่เขยและลูกชายเคยติดสัญญาที่นั่น เมื่อครั้งอดีตนานมาแล้ว เคยให้สัญญาอะไรไว้ ทุกท่านที่นั่นรออยู่มากมาย รอการปลดเปลื้องพันธะสัญญานี้ ทุกท่านยังไม่ได้ไปผุดไปเกิด และต้องแก้พันธะสัญญานั้นด้วยการบวช" หลวงพ่อก็คือครูบาอาจารย์ของพี่เขย ก่อนที่จะบวชก็ต้องบอกกล่าวต่อท่าน และข้าพเจ้าก็บอกกล่าวถึงวิธีที่จะลาบวชให้กับหน่อยเพื่อไปบอกแก่พี่สาว หน่อยตกใจและบอกข้าพเจ้าว่า "พี่รู้ได้อย่างไรว่าพี่เขยติดสัญญาที่นั่น พี่พูดเหมือนท่านแม่วรยาบอกหน่อยเลย" หน่อยชักจะทึ่งพี่มากๆ แล้วนะ ข้าพเจ้าย้ำกับหน่อยว่าให้ทั้งสองคนทำให้ได้ ให้ไปบวชให้ได้ ถ้าทำได้ ครอบครัวของเขาจะมีสิ่งดีๆ เข้ามา แล้วหน่อยก็เริ่มเล่าเรื่องราวของวัดภูค่าวให้ฟังว่า.....(ขอข้ามแล้วกันนะ เพราะว่ามันเป็นเรื่องเมื่อครั้งพุทธกาล)
 
ต่อไปนี้ จะเป็นเรื่องราวขององค์ศิริศรีปัฏฐานนาคราชเจ้าและคู่คือองค์เกตุแก้วอุมาวดี ซึ่งถือกำเนิดมาจากเทพองค์เดียวกัน...
 
หน่อยเล่าว่า เมื่อครั้งที่พระแม่ปล่อยตรีศูลจากพระหัตถ์ลอยไปกระทบกับศิลาขาว เกิดเป็นพญานาค ทรงตั้งพระนามว่า "ศิริศรีปัฏฐาน" ครั้นเมื่อองค์ศิริศรีปัฏฐาน เติบโต จึงทรงหยิบของสิ่งหนึ่งที่บนพระเกศาออกมากลายเป็นนาคีมีนามว่า "เกตุแก้วอุมาวดี" เพื่อให้เป็นคู่ครองกัน ทั้งคู่นั้นได้ครองคู่กันมาเป็นเวลายาวนาน จวบจนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่ได้ว่ายน้ำเล่นอยู่นั้น พลันองค์ศิริศรีฯ ก็ได้ยินเสียงสวดมนต์ ทำให้สงสัยและว่ายไปดูยังต้นเสียงนั้น ทำให้ได้พบพระโพธิสัตว์องค์หนึ่ง จากนั้น ก็เฝ้าติดตามพระโพธิสัตว์องค์นั้นไปทุกหนทุกแห่ง ด้วยเสื่อมใสศรัทธาในการบำเพ็ญเพียร และมีความประสงค์ที่จะเป็นพระโพธิสัตว์เช่นกัน เฝ้าติดตามจนกระทั่่งพระโพธิสัตว์หมดอายุขัยลง
 
องค์เกตุแก้วอุมาวดีนั้น ไม่สามารถตัดใจรักจากองค์ศิริศรีปัฏฐานนาคราชเจ้าได้ จึงทรงขัดขวางการบำเพ็ญเพียรทุกหนทางเพื่อไม่ให้สำเร็จเป็นพระโพธิสัตว์ เหตุนี้ พระแม่จึงได้กักขังดวงจิตของเกตุแก้วอุมาวดี ด้วยการให้นางหลับไปชั่วกัปป์ และแยกดวงจิตนางให้มาเกิดเป็นปางนียาง์เพื่อชดใช้กรรมในการที่นางได้เคยขัดขวางหนทางบำเพ็ญบารมีนั้น ในกาลครั้งนี้ ได้มีจิตทิพย์หนึ่งถืออุบัติขึ้นพร้อมกับปางนียาง์ เป็นจิตทิพย์พิเศษที่พระแม่ให้กำเนิดขึ้นมาโดยมีพระประสงค์ให้จิตทิพย์พิเศษนี้บำเพ็ญเพียรเพื่อโปรดสัตว์ในอนาคต
 
ดวงจิตสองดวงนี้จึงผูกพันกันเหมือนพี่น้อง เพราะว่าอุบัติขึ้นพร้อมกัน ความผูกพันนี้เชื่อมโยงมาถึงปัจจุบัน พี่ไม่เคยทอดทิ้งน้องฉันใด จิตสองดวงนี้ก็ไม่เคยทิ้งกันฉันนั้น ปางนียาง์ มาถือกำเนิดเป็นธิดาขององค์ศรีสุทโธกับท่านแม่วรยา นางมีนิสัยดื้อรั้น เอาแต่ใจตนเอง และโหดร้าย ถ้าใครได้อ่านบันทึกของปางนียาง์ก็คงจะทราบว่า ชาตินี้นางได้เผลอฆ่าพระมารดาของตนเอง ทำให้มีบาปกรรมเพิ่มซ้ำซ้อน ยากที่จะจบลงง่ายๆ และในบันทึกที่นางกล่าวถึง การได้มาเกิดเป็นมนุษย์นั้น เกิดจากที่นางไปอธิษฐานขอกับเทวดาองค์หนึ่ง มีนามว่า "กุสุมายิงสู" ท่านทรงเมตตาให้พรกับปางนียาง์ จนนางได้มาเกิดยังภพภูมิมนุษย์
 
เรื่องราวของปางนียาง์ พัวพันมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเรื่องของความรักที่นางตัดใจไม่ขาดจากพี่ชายในอดีต คือองค์ศรีสัตบรรณนาคราชเจ้า ซึ่งเกิดจากองค์ศรีสุทโธ กับองค์แก้วกัลยานาคี ทั้งคู่ได้มาพบกันทางโลกออนไลน์...(ชักจะเล่าไม่ถูกซะแล้วซิ)
 
ขอเล่าแบบย่อความแล้วกันนะคะ วันหนึ่ง ขณะที่ได้พูดคุยกันในห้องแชท หน่อยก็บอกว่ารู้สึกผิดปกติ เหมือนองค์จะลง ข้าพเจ้าจึงบอกให้ลงมาเลย จะได้เจรจากันให้รู้เรื่อง องค์ที่ลงนั้นคือปางนียาง์ นางร้องไห้คร่ำครวญและไม่ยอมให้องค์ศรีสัตบรรณตัดใจจจากนาง เพราะว่านางทนไม่ได้ นางเฝ้ารอที่จะรักกับองค์ศรีสัตบรรณเป็นเวลาถึง 4000 ปีเพื่อพบกันอีก ข้าพเจ้าต้องขอร้องให้องค์ศรีสัตบรรณออกไปจากห้องแชทก่อน และข้าพเจ้าจะเป็นผู้พูดคุยให้นางสงบเอง ข้าพเจ้าได้ชี้ให้นางได้เห็นทุกข์ของความรักนั้น ที่ทำให้นางไม่หลุดพ้นยังวนเวียนและทุกข์ใจไม่สิ้นสุด เผารนให้จิตของตนหมองเศร้าตลอดเวลา มันเป็นรักต้องห้ามที่ไม่สามารถเป็นจริงได้ ด้วยทั้งสองเป็นพี่น้องกัน และต่างก็มีคู่ครองแล้ว พร้อมกันนี้ ข้าพเจ้าก็ได้ตั้งจิตแผ่บุญกุศลของข้าพเจ้าเองทั้งหมดให้แก่นาง อวยพรให้นางสงบเยือกเย็นเหมือนสายน้ำ ให้ดวงจิตของนางสว่างไสว ให้นางได้รับรู้ถึงกระแสเมตตาที่ไม่มีประมาณ ให้กระแสเย็นนี้ไปดับไฟร้อนในใจนาง เพื่อชำระล้างความหมองมัวแก่นาง
 
พระแม่ทรงประทานพรดังกล่าวให้แก่นาง และบอกว่าต่อไปนี้ ปางนียาง์ได้เกิดใหม่แล้ว เป็นนาคีตนใหม่ ที่มีความสงบสว่างของจิตที่ใสบริสุทธิ์ เพื่อบำรุงพระพุทธศาสนาต่อไป ตามที่นางได้เคยตั้งปณิธานในการมาเกิดเป็นมนุษย์และได้พบพระนิพพานตามที่ได้ตั้งใจ และแล้วนางก็สงบลงจริงๆ นางได้ขอพรขอให้ลืมองค์ศรีสัตบรรณฯ และขอมีคนที่รักนางอย่างแท้จริงดังเช่นท่านสุปปะพุทธะนาคราชเจ้า ไม่ว่าจะเกิดชาติใดก็ตาม พระแม่ทรงประทานให้ ทุกคนต่างปิติยินดีกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เย็นวันนั้น ท่านสุปปะพุทธะนาคราชเจ้า ก็เข้ามาพูดคุยกับข้าพเจ้า โดยขอบคุณที่ข้าพเจ้าเมตตาโปรดนาง และวันต่อมาท่านแม่วรยา ก็มาพบข้าพเจ้าในฝัน เพื่อขอบคุณเช่นกัน
 
....หน่อยมาถามว่า "พี่คือกุสุมายิงสู ใช่หรือเปล่า" หน่อยได้ยินพระแม่บอกหน่อยว่าพี่คือ องค์กุสุมายิงสู เมื่อวันที่ท่านมาโปรดปางนียาง์ หน่อยปรุงแต่งไปเองหรือเปล่า (ใครจะไปตอบได้นิ) ข้าพเจ้าจึงถามไปว่า เป็นเทวดาผู้หญิงหรือว่าเทวดาผู้ชายล่ะ หน่อยบอกว่าเป็นเทวดาผู้ชายแต่ว่างดงามเหมือนผู้หญิง (นั่นไง มาแนวนี้อีกแล้ว) ต่อมาข้าพเจ้าก็มาเรียบเรียงในเรื่องของตัวเองที่เคยได้รู้มา เกี่ยวกับการติดกรรมของตนที่ได้เคยช่วยเหลือพี่น้องในอดีตตามที่เคยได้รับทราบมาจากแม่ย่า เพราะว่าเป็นคนที่รักและผูกพันกับพี่น้อง เมื่อพี่น้องมีภัยจะต้องไปช่วยเหลือโดยไม่คำนึงถึงตนเอง เหตุการณ์ในครั้งนั้น จึงทำให้ข้าพเจ้าต้องติดกรรมไปด้วย หน่อยกล่าวขออโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้า เพราะหน่อยมั่นใจว่าข้าพเจ้าคือเทวดาองค์นั้น หน่อยบอกว่า "ถึงว่าซิ ทำไมท่านให้หน่อยมาเกิดง่ายจังเลย"
 
พี่เคยได้ยินชื่อนี้ไหม..."กฤษณายาตรานาคิณีเทวีเจ้า" ข้าพเจ้าตอบว่า "มันคุ้นๆ แต่ไม่รู้จักหรอก เป็นใครรึ" หน่อยได้ยินองค์แม่บอกว่า องค์นี้บำเพ็ญโพธิสัตว์ ข้าพเจ้าถามไปว่า "เป็นนาคีรึ" หน่อยก็ตอบ "ใช่ค่ะ" ข้าพเจ้าอยากรู้ขึ้นมาทันทีว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าหรือไม่ "เล่าให้ฟังหน่อยซิ" เหมือนเดิม หน่อยบอกว่าได้ยินแค่นั้น พอคุยไปๆ สักพัก หน่อยก็บอกว่า "ทำไมเรื่องราวของพี่น่ากลัวทั้งนั้นเลย" "อ้าวไหงมาพูดจาแบบนี้ เล่ามาซะดีๆ เห็นอะไรบ้าง" หน่อยเล่าว่า "หน่อยเห็นพญานาคตัวใหญ่สีเขียว หงอนแดงสด โอบโลกไว้ แล้วที่ท่อนท้องแตกผลิออก เสียงพญานาคร้องด้วยความเจ็บปวด หน่อยเห็นเลือดแดงสดๆ" น่ากลัวจังเลย มันคืออะไรอ่ะพี่ เหมือนพญานาคตนนั้นกำลังปกป้องโลก ข้าพเจ้าตอบกลับไปว่า "มันแน่นอนอยู่แล้ว พี่เกิดมาเพื่อเสียสละ แม้กระทั่งชีวิตเพื่อให้คนที่เรารักมีความสุข พ้นทุกข์ โดยไม่เคยคำนึงถึงตัวเอง แล้วมันก็ผ่านไป ไม่มีใครนึกถึง ทุกคนก็ลืมพี่หมด" "เวลาที่พี่อยู่คนเดียว แล้วระลึกถึงเรื่องความเสียสละของตนในอดีต สละได้แม้กระทั่งชีวิตหลายครั้งหลายคราโดยที่ไม่มีใครรู้ พี่ก็จะร้องไห้อยู่คนเดียว มันรู้สึกเศร้ามากๆ สงสัยพี่คงจะบ้า" พี่ไม่เคยลืมปณิธานแห่งตน
 
"เมื่อไหร่หน่อยจะเล่าเรื่องชาติภพพญานาคทั้งสองชาติให้พี่ฟังซะที พี่กับหน่อยต้องเกี่ยวข้องกันแน่ๆ เลย" หน่อยตอบว่า "พี่รู้อยู่แล้วจะมาถามทำไม" (นั่นไงมาแนวนี้อีกแล้ว) "พี่ยังจำไม่ได้" หน่อยบอกว่า "แล้วพี่อธิษฐานปิดจิตไม่ขอรับรู้ทำไมล่ะ" ท่านแม่วรยาบอกว่า เรื่องของพี่เล่าไม่ได้ เพราะจะเป็นกรรมแก่คนเล่า พี่ต้องรู้เอง อีกไม่นานพี่ก็จะรู้เองทั้งหมด ให้พี่เร่งปฏิบัติ "อ้าว...ถ้างั้น เรื่องของพี่คงเลวร้ายมากใช่ไหม คนเล่าจึงต้องมีกรรม" "ถ้าอย่างนั้น พี่ก็ต้องอธิษฐานเปิดจิตเองใช่ไหม ถึงจะได้รู้เรื่องราวทั้งหมด" หน่อยตอบว่า "ใช่ค่ะ" ผ่านไปอีกหนึ่งวันโดยที่ก็ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวของข้าพเจ้ามากนัก (โปรดติดตามตอนต่อไป...อิอิ)

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1937
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 05, 2013, 04:27:49 PM โดย สายน้ำ »
อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน

Permalink: บันทึกเรื่องราวของฉัน (ปางนียาง์)

ตอบกลับ #1 กรกฎาคม 20, 2013, 07:20:04 PM 14208 6 | หัวข้อไอดี: 1937 | ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1937

ออฟไลน์ สายน้ำ

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-4

  • เพศ: หญิง
  • กระทู้ : 507
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 488


  • บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ


  • กรกฎาคม 06, 2015, 04:00:10 PM


ฉันเป็นคนขอนแก่นค่ะ ตอนฉันอายุ 16 พี่สาวฉันฝันว่าฉันมีเคราะห์แต่ไม่ต้องกลัวเขาจะช่วยปัดเป่าให้และบอกพี่สาวว่าเขาเป็นพญานาค เป็นพ่อของฉัน หลังจากนั้นฉันจะฝันเห็นผู้ชายสูงผิวคล้ำมาหาและบอกว่าเป็นพ่อของฉันมาคอยปกปักรักษา ปีๆหนึ่งฉันจะฝันปีละครั้งถึงสองครั้งเท่านั้น

ฉันเป็นคนชอบสวดมนต์ไหว้พระมากค่ะ และตอนมีอายุประมาณ 30 ฉันรู้จักผู้หญิงคนหนึ่งเธอมีองค์ แต่ไม่เคยรับขันจากใครนะคะเพราะเธอมีศรัทธาในพระพุทธเจ้าเหมือนฉันค่ะ เธอแนะนำให้ฉันสวดมนต์ บทไหนก่อนบทไหนหลังตามลำดับให้ถูกต้อง ฉันสนใจหนังสือธรรมะตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลังจากนั้นฉันก็สนใจในพระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎกมากและเริ่มสวดฉันฝันเห็นผีต่างมากมายมาขอส่วนบุญ และมีเทพบางท่านบอกให้ฉันสวดบูชาแล้วจะให้ทุกอย่างแต่ในฝันฉันบอกไปว่าฉันศรัทธาพระพุทธเจ้าและเทิดทูนพระองค์อยู่เหนือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง หลังจากนั้นหลานชายของฉันเขาฝันเห็นพ่อของฉัน(ที่เป็นพญานาค)จึงถามฉันว่าฉันได้เป็นนาคสายไหนมาก่อนใช่สายพ่อปู่ศรีสุทโธไหม ฉันบอกว่าคงไม่ใช่มั้งเขามาแต่ไม่เคยเห็นหน้าเขา และเขาก็ไม่เคยบอกว่าเป็นใคร

หลังจากนั้นสองเดือนฉันฝันว่าฉันไปวัดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนฉันเข้าไปทำบุญตรงนั้นมีผู้หญิงเป็นเหมือนร่างทรงทำพิธีตัดกรรมโดยให้คนนั่งกรรมฐานในน้ำ(ฉันไม่เคยยินว่าทำแบบนั้นได้) เขาบอกฉันว่าฉันมีกรรมที่แก้ไม่ได้ให้ฉันไปไหว้พญานาคศรีสุทโธ ในฝันฉันทำบุญเสร็จแล้วลุกเดินเข้าไปในวัดและเห็นชายร่างใหญ่โตเท่าบ้านหรือคฤหาสน์หลังใหญ่ ฉันเข้าไปก้มลงกราบที่เท้าของท่าน เท้าของท่านใหญ่เท่าคนเลยล่ะ แล้วฉันก็สะดุ้งตื่น

หลังจากที่ฉันฝันคราวนั้น ฉันก็ฝันอีกครั้งก่อนออกพรรษา ฉันฝันเห็นตัวเองใส่เสื้อเหมือนเสื้อแขนกระบอกคอกลมใส่ผ้าถุงชายผ้าปักลาย เหมือนผ้าถุงทางฝั่งลาวนั่งเกวียนแล้วมาหยุดที่หนึ่งเป็นลานหินกว้างประมาณสนามฟุตบอล สองข้างเป็นแม่น้ำไหลแรงคลื่นกระทบฝั่งน่ากลัว แล้วมีโพลงริมน้ำขนาดใหญ่ในความฝัน ฉันรู้ว่าเป็นรูพญานาคหรือทางขึ้นลงระหว่างภพนาคและโลกมนุษย์ ระหว่างนั้นก็เกิดเป็นภาพซ้อน เหมือนกับว่าที่ตรงนั้นเป็นโรงพยาบาลหรือโรงเรียนอะไรสักอย่าง เป็นภาพสลับกันระหว่างอดีตกับปัจจุบัน แล้วฉันก็มองเห็นผู้ชายเดินมาแต่ไกลใส่เสื้อสีแดง กางเกงดำ ผ้าโพกหัวสีทอง ชายคนนั้นเดินมาทางขวาของฉันและทางซ้ายมือฉันมีซุ้มประตูแบบซุ้มประตูวัดมีนาค 2 องค์สีเงินและสีแดง นาคสีเงินมีกริช เขาจะนำไปฆ่าชายชุดแดง เขาไม่ได้แปลงกายเป็นมนุษย์นะคะเขายังเป็นนาค เขาใช้กริชแทงผู้ชายเสื้อสีแดงแต่ผู้หญิง รับกริชแทนฉันสะดุ้งตื่นค่ะ

ฉันสงสัยทันทีหลังตื่นขึ้น นาคมีสีอื่นนอกจากสีเขียวด้วยหรือ หรือว่าตัวเองฟุ้งซ่านจิตนาการไปเอง หลังจากวันนั้น ฉันก็ได้กลับปเยี่ยมบ้านที่ขอนแก่นช่วงออกพรรษา ฉันชวนพ่อให้พาไปที่คำชโนด อยากไปไหว้ปู่ศรีสุทโธ เผื่อว่ากรรมที่แก้ไม่ได้ในฝันจะคลี่คลาย พ่อฉันพาไป ไปกันแต่เช้าพ่อหลงทาง และเกือบมีอุบัติเหตุถึงสองครั้ง เกือบจะไปกันไม่ถึง พอไปถึงฉันก็ไปไหว้ขอพรและขอทราบในกรรมที่แก้ไม่ได้ อดีตเป็นสิ่งที่ผ่านมาแล้วไม่สามารถกับไปแก้ไขได้และมนุษย์ก็เกิดมาเพื่อชดใช้กรรมเก่า แต่ฉันก็อยากรู้ค่ะว่าฉันทำอะไรไว้ฉันจะได้แก้ไขให้ถูกเพื่อจะบรรเทากรรมนั้นลงได้ ไม่มากก็น้อย จากนั้นฉันกลับมาทำงานที่กรุงเทพตามปกติค่ะ มาได้สัก 7 วันฉันฝันว่าฉันไปไหนที่ไม่เคยเห็น(อีกแล้ว) ขับรถขึ้นภูเขาลดเลี้ยวมาเรื่อยเจอหนองน้ำขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา มีเสียงหนึ่งบอกฉันว่ามีคนเอาหินก้อนใหญ่มาปิดทางขึ้นลงของเขาแล้วฉันก็เห็นภาพเหมือนรถแบ็คโฮขุดลอกข้างหนองน้ำนั้นแล้วขุดหินก้อนใหญ่จากน้ำขึ้นมาไว้ข้างบน เขาบอกว่า ฉันจะเอาหินออกได้

จากนั้นเหมือนฉันทำยังไงไม่รู้หินก็เปิดออกเหมือนมีอะไรยกหินออก ฉันเห็นมีรูใต้หินที่ยกออกนั่น จากนั้นฉันกับแฟนฉันก็ขับรถต่อไปอีก เป็นเหมือนโรงงานทำอะไรสักอย่างแต่ไม่มีคนอยู่ มีบ่อน้ำหลายบ่อ ฉันเห็นแม่กับลูกสาวฉันนั่งอยู่ข้างบ่อน้ำ และพยายามตีน้ำแรงๆ บอกว่าเรียกพญานาค ฉันจึงบอกว่าไม่ใช่ต้องกวนน้ำด้วยมือและตั้งจิตอธิษฐานถึงท่านๆจึงจะมาฉันทำให้แม่ดูจากนั้นมีชายชุดเขียวระยิบระยับมาปรากฏกายพร้อมหญิงสาวน่าตาดีเหมาะสมกัน นั่งตรงหน้าฉัน ทันทีที่เห็นผู้ชายฉันร้องไห้ออกมาแล้วถามท่านว่า ท่านพ่อสบายดีหรือไม่เจ้าค่ะ ท่านบอกว่าท่านสบายดี ท่านถามฉันว่า แล้วเจ้าเล่าในชาตินี้เจ้าได้ประมาทพลาดพลั้งฆ่าแม่ตัวเองหรือไม่ ฉันตอบไปว่า ไม่แล้วเจ้าค่ะชาตินี้ลูกเกิดในศาสนาของพระพุทธเจ้าโคดม(เมื่อก่อนฉันไม่รู้นะคะว่าพระพุทธเจ้าท่านมีนามว่าโคดม หรือโคตมะ ฉันรู้แค่ว่าเดิมท่านชื่อสิทธัตถะ ก่อนจะมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า) ท่านสอนให้เป็นคนดี จากนั่นท่านก็ยิ้มและก็ไปกลายเป็นละอองสีรุ้งจางๆ ฉันสะดุ้งตื่นแล้วร้องไห้
เหตุใดฉันจึงชั่วช้าขนาดฆ่าแม่ตัวเอง ฉันจึงเข้าใจเรื่องกรรมที่แก้ไม่ได้ค่ะ แต่ที่รู้คือท่านหมายถึงฉันและท่านพ่อเกิดก่อนพุทธกาล ท่านพ่อฉันก็คือพญานาคศรีสุทโธผู้ที่ฉันบอกกับหลานว่าฉันไม่ใช่สายท่าน ท่านจึงให้ฉันไปกราบท่าน

หลังจากที่ฉันได้รู้จากฝันว่าฉันเคยประมาทพลาดพลั้งฆ่าแม่ตัวเองตาย แต่ในคำพูดที่ฉันพูดกับท่านพ่อพญานาคศรีสุทโธ ทำให้ฉันรู้อย่างหนึ่งว่าฉันเคยเกิดเป็นนาคตั้งแต่ก่อนพุทธกาลของศาสนาพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน และท่านพญานาคศรีสุทโธท่านก็มีมาก่อนพุทธกาลของศาสนาพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน หลังจากนั้นหลายเดือนฉันก็ฝันอีกว่ามีพญานาคมีนามว่าสุปปะพุทธะ อยู่ที่หนองหาน เขาคอยติดตามปกปักรักษาฉัน ฉันเข้าไปค้นหาในเน็ตว่าสุปปะพุทธะมีหรือไม่ปรากฏว่าไม่มี มีแต่สุปปะพุทธะที่เป็นพระบิดาของพระนางพิมพา ฉันคิดว่าฉันคงสับสน ฉันจึงไม่ได้สนใจต่อมาหน้าจะก่อนน้ำท่วมกรุงเทพประมาณ 1 เดือน ของปี 54 ฉันฝันว่าน้ำท่วมกรุงเทพพัดเอาก้อนกรวด มากมายจากทะเลเข้ามา ฉันเดินลุยน้ำประมาณตาตุ่มฉันเห็น มีเหมือนลูกแก้วและเพชรพลอยเต็มน้ำฉันก้มลงหยิบได้เป็นแหวน 1 วง ฉันเอามาสวม จากนั้นมีผู้หญิงใส่ชุดขาวลอยมาจากฟ้าบอกฉันว่า เขาจะให้คนส่งสานส์แก่ฉัน ฉันสะดุ้งตื่นลำดับความฝันแล้วฉันคิดว่าฉันจะท้อง แต่ดูอยู่ 2 -3 เดือนฉันก็ไม่มีอาการคนท้อง

ถึงเทศกาลปีใหม่ฉันกลับบ้านที่ขอนแก่น ฉันอยากไปทำบุญที่ภูค่าว จ.กาฬสินธุ์ พอฉันไปฉันก็มีอาการดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่เห็นพระประธานในศาลา ฉันแน่นหน้าอกและอยากหัวเราะพร้อมทั้งอยากร้องไห้ด้วยความยินดีและคิดถึง พ่อขับรถพาพวกเราออกจากที่วัด แกอารมณ์เสียเข้าใจว่าฉันโดนผีเข้า แต่ฉันไม่รู้สึกอย่างนั้นมันเป็นความยินดีในใจฉัน ฉันกลับจากที่วัดฉันก็ฝันว่าวัดนั้นมีพญานาคสีเขียวมากมาย เฉพาะที่เห็นประมาณ 5 ท่าน ไม่กลายร่าง 2 ท่านเล่นน้ำในบ่อที่น้ำใสมากๆ อีก 2 ท่านอยู่ด้านบน มีผู้ชายฉุดผู้หญิงคนหนึ่งไป พญานาคตามไปช่วย แล้วมีผู้ชายผิวเข้มจับผู้ชายคนนั้น ไว้บนโต๊ะอะไรสักอย่าง แล้วผ่าท้องผู้ชายคนนั้น แล้วเอามีดกรีดตามตัวเขาแล้วพูดว่าทำชั่วไม่เพียงแต่ตกนรกเท่านั้นแต่จะโดนมีดกรีดและสับไม่มีชิ้นดี ฉันกลัวมากแต่ในฝันมีคนบอกฉันว่าพ่อของฉันเขาจะปกป้องลูกๆทุกคนโดยมีอะไรบางอย่างคล้ายเป็นมุ้งกางคลุมลูกๆ ไม่ให้มีอันตรายกล้ำกลายยกเว้นพี่สาวคนโตฉันที่แต่งงานกับพี่เขยคนกาฬสินธ์ เฉพาะเขาจะมีผู้หญิงอายุประมาณ 60 ปีคอยดูแลอยู่ข้างถือตะกร้าหมากด้านซ้ายพี่สาวไปไหนแกจะไปด้วย

ฉันเล่าความฝันให้พี่สาวฟัง แกบอกว่าผู้หญิงคนนั้นชื่อย่าเข็มท่านจะคอยปกปักรักษา และหลังจากที่ฉันมีอาการเหมือนองค์ลงตอนปีใหม่ฉันก็เป็นแบบนี้หลายครั้งค่ะไม่ว่าฉันจะเจอพระที่ผ่านการปลุกเสกด้วยพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์มาก หรือตามสำนักร่างทรงหากมีเทพมาฉันจะรู้สึกแบบนี้ทุกครั้ง ฉันจึงรู้ว่าที่เทพองค์นั้นมาบอก ไม่ใช่ฉันจะให้กำเนิดเด็กพิเศษแต่มีบางอย่างเกิดขึ้นกับฉัน ฉันก็ไม่เข้าใจความหมายคนส่งสาสน์หรอกค่ะแต่ฉันเข้าใจว่าฉันคงเป็นสื่อกลางมากกว่า เพราะการที่มีเทพเทวดาหรือแม้แต่เจ้าที่เจ้าทาง ที่คุณหรือใครจะสื่อสารกับเขา เพียงแค่คุณหรือท่านต้องการผ่านฉัน ฉันก็จะมีอาการทันที แต่ต้องมีคนถามถ้าไม่ถาม จะทำให้ฉันเหนื่อยและไม่สบายค่ะ อย่างเช่นพี่เขยฉันเขาเห็นงูจงอาง ตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเขากลัวมากแต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าแมวและหมากลับไม่กลัวและไม่เห่างูจงอางตัวนั้นกลับมองตากันแล้วงูก็เลื้อยไปในซอกหินใต้ถุนบ้าน ฉันไปตอนเช้าเขาเล่าให้ฟังฉันรู้ทันทีว่าเป็นพญานาค พี่เขยไม่เชื่อเพราะเขาเกิดมาไม่เคยเห็นงูตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อน ตกบ่ายฉันไปเอาข้าวมาหุงมีบางอย่างร่วงใส่หลังคาเสียงดังสนั่น พี่สาวคนโตสงสัยแล้วว่าจะมีบางอย่างมาผ่านร่างฉัน เขาเรียกฉันเสียงดัง ฉันขานแล้วเสียงยังปกติดี อีกประมาณ 15 นาทีฉันก็มีอาการปวดที่หลังและต้นคอ อยู่ไม่เป็นสุข เหมือนมีใครเรียกฉัน ๆ ลงไปหาพี่เขยที่บ้านหลังข้างล่าง แล้วพูดว่าที่นี้มีอะไรบางอย่าง ยังพูดไม่จบฉันก็อยากหัวเราะ และตัวฉันสั่นพญานาคท่านนั้นมาบอกพี่เขยว่า พี่เขยเป็นคนดี เขาไม่เคยห็นคนดีเช่นนี้นานแล้วจึงอยากรู้จักและมาชื่นชมเท่านั้นจากนั้นทุกคนก็ถามหลายอย่าง แต่พญานาคท่านนี้มาแรงฉันเหนื่อยมาก ท่านก็ออกไป ฉันจะมีอาการกระหายน้ำและเหนื่อยมากหลังจากเป็นแบบนั้น และฉันจะเป็นแบบนั้นทุกครั้งที่ เกิดมี่การอยากสื่อสารระหว่างกันกับมนุษย์และผู้ที่มาจากโลกทิพย์

ปลายปี2555 ประมาณช่วงเข้าพรรษาก่อนออกพรรษาน้องที่บริษัท เขาเป็นคนสุรินทร์ เขาฝันว่าที่ห้องของฉันมีพญานาคมาอยู่ลูกสาวและแฟนของฉันกลัวมากแต่เขาไม่เห็นพญานาคนะ แต่ในฝันบอกว่าเป็นพญานาค เขามาเล่าให้ฟังเขาถามฉันว่าพี่รู้ใช่ไหมว่าหมายถึงอะไร ฉันรู้ว่ามีนาคมาอยู่กับฉัน พญานาคเขาบอกกับฉันว่าวันออกพรรษาเขาจะไม่อยู่ต้องไปเตรียมงานฉลองและจุดประทีปถวายพระพุทธเจ้าเป็นงานใหญ่ซึ่งเหล่านาคจะต้องทำ

ปีใหม่ 2556 ฉันกลับบ้านที่ขอนแก่นไปทำบุญพี่สาวฉันบอกให้ฉันหารูปนาคสักองค์ไปตั้งไหว้บูชา แล้วจะได้มีโชค และพูดว่านาคสุปปะพุทธะไม่มีหรอกแกไม่เคยได้ยิน และล่าสุดที่ฉันจะเล่าเกิดวันที่ 26 มกราคม 2556 นี้เอง ฉันสวดยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎกตั้งแต่วันที่ 24 กะว่าจะสวด 3 วันๆ ละ 3 จบ พอสวดครบคืนวันเสาร์ฉันร้อนมาก นอนไม่ได้ ผุดขึ้นลงจากเตียง ทั้งคืน ฉันมีอาการร้อนแบบนี้มาตั้งแต่กลับจากบ้านตอนปีใหม่

แล้วคืนวันเสาร์ฉันก็ฝันว่าฉันเดินลงมาจากภูเขา มีนกยูงหลายตัวตามหลังฉันมา ถ้าฉันหันกลับไปนกยูงก็จะจิกฉันไม่ให้กลับ แต่ข้างหน้าเป็นหนองน้ำมีกอสวะและผักตบชวามากเต็มเลย กลับก็ไม่ได้เหมือนนกยูงบังคับให้ฉันลงน้ำ ฉันลงไปในน้ำ น้ำก็ลึกขึ้นเรื่อยว่ายข้ามก็ไม่ได้ เพราะมีกอสวะและผักตบชวา ฉันจึงอธิษฐานให้พญานาคมาช่วย พญานาคมาจริงๆ ตัวสีแดงออกทองมาช้อนตัวฉันขึ้นหลังแล้วแวกกอสวะออก แผงข้างหลังนุ่มเหมือนผ้าไหม พญานาคพาฉันขึ้นฝั่ง เลื้อยไปตามพื้นถนนที่เป็นคอนกรีต เกร็ดพญานาคขูดกับพื้นคอนกรีตเป็นประกายสีรุ้ง พอขึ้นฝั่งส่วนหัวก็กลายเป็นคนแต่ตัวเป็นนาค ฉันเอามือไปแตะหน้าเขา เขาเอาหน้าสัมผัสที่มือของฉันๆ รู้สึกถึงความรักและความคิดถึงของคนรักมีต่อคนรักอย่างมากมายจากนาคผู้นั้นมาถึงฉัน สักพักเขาก็หายไปฉันหาเขาไม่เจอ จึงวิ่งไปดูตามคลองเพราะคิดว่านาคต้องลงน้ำ แล้วเขาก็ขึ้นจากน้ำมาเป็นชายแก่

พญานาคบอกฉันว่าใบหน้าเปลี่ยนแปลงได้ตามแต่จะให้เป็นไม่ว่าจะหนุ่มหรือแก่ท่านทำให้ดูเป็นหน้าเด็กวัยรุ่นหน้าชายวัยกลางคนและหน้าชายชรา ท่านบอกว่า ท่านจะต้องอยู่ในน้ำบ้างมิฉะนั้นกายจะร้อนรุ่ม ท่านชื่อสุปปะพุทธะ เป็นสามีของฉัน ชาติก่อนฉันชื่อปางนียาง์ ฉันมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ปรารถนาที่จะถึงซึ่งนิพพาน แต่เมื่อเกิดเป็นนาคไม่สามารถจะถึงซึ่งนิพพาน จึงไปขอพรต่อพระกุสุมายิงสู (เคยได้ยินไหมค่ะ ถ้าใครรู้ช่วยบอกด้วยค่ะ ฉันลองหาดูในเน็ตแล้วไม่มีเทวดาลักษณะแบบนี้) ในฝันพระกุสุมายิงสูท่านมากับเทวดาอีก 4 องค์นั่งอยู่ข้างละ 2 องค์ เสด็จลงมาจากบนฟ้า เป็นเหมือนภาพวาดค่ะ แล้วพระกุสุมายิงสูท่านก็ประทานพรให้นางนาคปางนียาง์ให้ได้จุติมาเกิดเป็นมนุษย์ ตรงนี้ท่านสุปะพุทธะทำให้เห็นเป็นภาพเลยนะคะ แต่นางนาคปางนียาง์(หมายถึงฉัน) เวียนเกิดเวียนตายมาแล้วหลายภพหลายชาติก็ยังไม่ถึงนิพพาน นาคสุปปะพุทธะท่านก็จะติดตามมาทุกภพทุกชาติที่ฉันเกิดมาเป็นคน เพื่อบอกว่าฉันเคยเป็นใคร และต่อจากนี้เป็นคำพูดของท่านพูดกับฉันว่า....

" เราชื่อสุปปะพุทธะ เป็นคู่ของเจ้าในชาติภพที่เจ้าเป็นนาค เจ้าชื่อปางนียาง์ เจ้าเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ปรารถนาที่จะถึงซึ่งนิพพาน เจ้าจึงไปขอพรต่อพระกุสุมายิงสู ขอจุติจากภพนาคไปเกิดเป็นมนุษย์ เวียนเกิดเวียนตายหลายภพหลายชาติ เราก็จะติดตามมาทุกชาติที่เจ้าเกิดมาเป็นมนุษย์ เพื่อบอกให้เจ้ารู้ว่า เจ้าเคยเป็นใคร แต่จนป่านนี้ ปางนียาง์เจ้าเกิดและตายมาแล้วหลายภพหลายชาติ แต่ก็ยังไม่ถึงซึ่งนิพพาน "

ฉันจึงสะดุ้งตื่นมาร้องไห้น้ำเสียงท่านสุปะพุทธะเศร้ามาก เพราะหนีมาเกิดจึงสร้างความทุกข์แก่ท่านสุปปะพุทธะนาค ความทุกข์เพราะรักและอาลัยจึงทำให้การเกิดมาเป็นคนของปางนียาง์สูญเปล่า  แต่ฉันได้อธิษฐานจิตไปแล้วว่า หากฉันสิ้นอายุไขในโลกนี้แล้ว หลังจากตกนรกเพื่อชดใช้กรรมเก่าหมดสิ้นแล้ว ด้วยบุญที่เหลืออยู่ฉันขอไปเกิดเป็นนาค กลับคืนสู่นิวาสสถานเดิมเพื่อกลับไปอยู่กับท่านสุปะพุทธะ แต่ก็จะถนุบำรุงพระศาสนาแม้ว่าจะเป็นคนหรือเป็นนาค และจะปฏิบัติธรรมตามรอยท่านพ่อพญานาคาธิบดีศรีสุทโธจนกว่าองค์พระศรีอริยเมตตรัยท่านจะลงมาถือกำเนิดเป็นพระพุทธเจ้า ถึงเวลานั้นฉันและท่านสุปะพุทธะ จะขอจุติอีกครั้งเพื่อเกิดเป็นคนและขอถึงซึ่งนิพพาน ในยุคขององค์พระศรีอริยเมตตรัยพระพุทธเจ้าท่านด้วยเถิด

-จบ-


ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1937
อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน

Permalink: Re: บันทึกเปิดผนึก

ตอบกลับ #2 กรกฎาคม 20, 2013, 09:07:40 PM 14208 6 | หัวข้อไอดี: 1937 | ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1937

ออฟไลน์ เทวฑูต

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-4

  • เพศ: ชาย
  • กระทู้ : 58
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 55


  • เชื่อในสิ่งที่สมควรเชื่อ ใช้สติไตร่ตรองก่อนเชื่อสิ่งใด


  • กันยายน 12, 2013, 05:41:24 PM


สาธุในธรรมทานที่สื่อให้ทราบนะครับ เป็นหลักฐานอย่างหนึ่งว่าคนเราเวียนว่ายกันไม้รู้จบ ขอบคุณในธรรมทานทั้งท่านผู้เล่า และท่านที่กล่าวถึง สาธุ

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1937


Permalink: Re: บันทึกเปิดผนึก

ตอบกลับ #3 สิงหาคม 15, 2013, 08:24:59 AM 14208 6 | หัวข้อไอดี: 1937 | ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1937

ออฟไลน์ วลักษณ์

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-0

  • เพศ: หญิง
  • กระทู้ : 29
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 830


  • บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ


  • ตุลาคม 17, 2013, 07:53:09 PM


ไม่เห็นเล่าให้ฟังบ้างเลย ....มีต่อมั้ยค่ะ เล่าอีกๆ

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1937


Permalink: Re: บันทึกเปิดผนึก

ตอบกลับ #4 สิงหาคม 15, 2013, 05:45:24 PM 14208 6 | หัวข้อไอดี: 1937 | ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1937

ออฟไลน์ เวียนว่าย

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-0

  • เพศ: หญิง
  • กระทู้ : 100
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 783


  • บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ


  • ธันวาคม 03, 2014, 11:45:19 AM


อ่านสนุกดีค่ะ

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1937


Permalink: Re: บันทึกเปิดผนึก

ตอบกลับ #5 พฤศจิกายน 04, 2013, 02:00:21 PM 14208 6 | หัวข้อไอดี: 1937 | ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1937

ออฟไลน์ ขวัญเรือน

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-0

  • เพศ: หญิง
  • กระทู้ : 34
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 1059


  • What goes around comes around


  • ตุลาคม 05, 2015, 01:18:27 PM


เพิ่งได้มาอ่านกระทู้ของคุณสายน้ำ เรื่องราวน่าสนใจมากค่ะ แล้วเราก็เป็นคนขอนแก่นเหมือนกันเลย ขวัญเรือนก็เชื่อเรื่องว่ามีชาติที่แล้วค่ะ

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1937


Permalink: Re: บันทึกเปิดผนึก

ตอบกลับ #6 มิถุนายน 30, 2014, 01:47:05 PM 14208 6 | หัวข้อไอดี: 1937 | ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1937

ออฟไลน์ สายน้ำ

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-4

  • เพศ: หญิง
  • กระทู้ : 507
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 488


  • บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ


  • กรกฎาคม 06, 2015, 04:00:10 PM


เพิ่งได้มาอ่านกระทู้ของคุณสายน้ำ เรื่องราวน่าสนใจมากค่ะ แล้วเราก็เป็นคนขอนแก่นเหมือนกันเลย ขวัญเรือนก็เชื่อเรื่องว่ามีชาติที่แล้วค่ะ

ค่ะ คุณขวัญเรือน สรรพสัตว์ล้วนเวียนว่ายตายเกิด ตราบใดที่ยังไม่นิพพาน
และแต่ละคนก็ตายเกิด...ตายเกิดกันมานับชาติไม่ถ้วน ไม่ใช่มีเพียงแค่ชาติก่อนกับชาตินี้เท่านั้น

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1937
อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน

 

 




Banloktip.com ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20-เมษายน-2012 ..เพื่ออุทิศให้ คุณพ่อสำเร็จ ทิตาวงศ์