วุฒิธรรม 4 ประการ คืออะไร ???? บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ ให้คำแนะนำในการปฏิบัติกรรมฐาน แนะนำการสวดมนต์ที่ถูกต้อง สงสัยหรือมีคำถามในเรื่องการสวดมนต์ การปฏิบัติธรรม แก้ไขให้ชีวิตดีขึ้น โทรปรึกษาน้องหนิง(เด็กวัด)ที่ 086-055 4888


ข่าวประกาศ โดย บ้านโลกทิพย์

โครงการสร้างโบสถ์สีขาว วัดศิริบุญมาราม จังหวัดลำปาง



ท่านใดที่สอบถามเรื่องหนังสือ "ประตูสู่เมืองล่าง" จะแจ้งให้มราบว่า เดือนพฤษภาคม จะเริ่มทำ Artworks เดือนมิถุนายน 2557 คงเริ่มให้จองหนังสือได้ครับ อดใจรอนะครับ เรื่องที่ท่านไม่เคยรู้ ท่านจะได้รู้...จึงเรียนมาให้ทราบทั่วถึงกันครับ (สงสัยอะไร สอบถามได้ที่ 081-9453209 เอ็มเจ)



หัวข้อ: วุฒิธรรม 4 ประการ คืออะไร ???? (อ่าน 1799 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Permalink: วุฒิธรรม 4 ประการ คืออะไร ????

พฤศจิกายน 30, 2012, 11:40:34 AM 1799 2 | หัวข้อไอดี: 1109 | ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1109

ออฟไลน์ สายน้ำ

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-4

  • เพศ: หญิง
  • กระทู้ : 500
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 488


  • บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ


  • กุมภาพันธ์ 28, 2014, 12:42:08 PM


วุฒิธรรม 4 ประการ คืออะไร?

วุฒิธรรม แปลว่า ธรรมเป็นเครื่องเจริญ หรือธรรมที่ก่อให้เกิดความเจริญงอกงาม เป็นหลักธรรมที่เกื้อกูลต่อการศึกษาเพื่อพัฒนาปัญญาให้เจริญขึ้น

วุฒิธรรมประกอบด้วยธรรม 4 ประการ คือ

1. สัปปุริสสังเสวะ (คบสัตบุรุษ) หมายถึง “หาครูดีให้พบ”การเลือกครูดีนั้น ต้องพิจารณา 2 เรื่องใหญ่เป็นสำคัญ คือ ต้องพิจารณาจากการมีความรู้จริงและการมีนิสัยดีจริง เราจึงจะแน่ใจได้ว่าท่านจะสามารถสอนได้จริงทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพราะครูคือต้นแบบ และต้นแบบเป็นสิ่งสำคัญ

2. สัทธัมมัสสวนะ (ฟังธรรม) หมายถึง “ฟังคำครูให้ชัด”เมื่อเราได้พบครูดีแล้ว สิ่งสำคัญอันดับที่สองก็คือ ต้องฟังคำครูให้เข้าใจ อย่าให้ผิดพลาดคลาดเคลื่อนเพี้ยนความหมาย ฟังแล้วต้องได้ “คำจำกัดความ” ของเรื่องนั้นๆ ออกมาอย่างชัดเจนการให้คำจำกัดความ คือ การกำหนดความหมายที่ถูกต้องและชัดเจน ทั้งในทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ เพื่อให้ครูและนักเรียน เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน วิธีการหาคำจำกัดความแบบง่ายๆ ก็คือ การตั้งคำถามในเรื่องที่เรียนด้วยคำว่า “อะไร”

3. โยนิโสมนสิการะ (ตริตรองธรรม) หมายถึง “ตรองคำครูให้ลึก”เมื่อเราได้พบครูดีแล้ว ได้ฟังคำครูชัดเจนแล้ว แต่จะเข้าใจความรู้ของครูได้ลึกซึ้งมากน้อยแค่ไหน ก็อยู่ที่การนำความรู้กลับมาไตร่ตรองให้ลึกซึ้ง การตรองคำครูให้ลึก คือ การไตร่ตรองให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องถึงวัตถุประสงค์ของธรรมะในเรื่องนั้นๆ วิธีการหาวัตถุประสงค์ก็ทำได้ง่ายๆ ด้วยการตั้งคำถามว่า “ทำไม”

4. ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ (ปฏิบัติสมควรแก่ธรรม) หมายถึง “ทำตามครูให้ครบ”เมื่อเราหาครูดีพบแล้ว ฟังคำครูชัดเจนแล้ว ตรองคำครูอย่างลึกซึ้งแล้ว สิ่งที่ต้องทำให้ได้ก็คือ ต้องปฏิบัติจริงให้ได้เหมือนครู คนที่ได้ครูดีแล้วเอาดีไม่ได้ก็เป็นเพราะ “ทำตามคำครูไม่ครบ” เพราะถ้าทำครบ ผลงานก็ต้องออกมาดีเหมือนที่ครูทำ วิธีการที่จะทำตามคำครูได้ครบนั้น มีทางเดียว ก็คือ ต้องรับเอานิสัยที่ดีของครูมาเป็นนิสัยของตนให้ได้ ยิ่งถ้าเป็นเรื่องการเรียนธรรมะด้วยแล้ว ต้องเอานิสัยทุ่มชีวิตเป็นเดิมพันในการทำความดีตามอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

จะเห็นได้ว่า “วุฒิธรรม 4 ประการคือขุมทรัพย์ทางปัญญาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมอบไว้ให้แก่พวกเรา เพื่อเป็นหลักในการเรียนรู้วิชาทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นทั้งทางโลกและทางธรรม ขอเพียงแต่พวกเราตั้งใจศึกษาให้ครบทั้งอะไร ทำไม อย่างไร และผลเป็นอย่างไร แล้วลงมือปฏิบัติอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน แล้วความสุขและความเจริญในชีวิตย่อมบังเกิดขึ้นตามมาทันที

ที่มา : http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=23339

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1109
อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน

Permalink: การใช้ความคิดถูกวิธี (โยนิโสมนสิการ )

ตอบกลับ #1 พฤศจิกายน 30, 2012, 11:47:53 AM 1799 2 | หัวข้อไอดี: 1109 | ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1109

ออฟไลน์ สายน้ำ

  • พี่น้องบ้านโลกทิพย์
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-4

  • เพศ: หญิง
  • กระทู้ : 500
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 488


  • บ้านโลกทิพย์ สังคมแห่งการช่วยเหลือ


  • กุมภาพันธ์ 28, 2014, 12:42:08 PM


การใช้ความคิดถูกวิธี (โยนิโสมนสิการ )

การใช้ความคิดถูกวิธี คือ การทำในใจโดยแยบคาย มองสิ่งทั้งหลายด้วยความคิดพิจารณาสืบค้นถึงต้นเค้า สาวหาเหตุผลจนตลอดสาย แยกแยะออกพิเคราะห์ดูด้วยปัญญาที่คิดเป็นระเบียบและโดยอุบายวิธี ให้เห็นสิ่งนั้นๆ หรือปัญหานั้นๆ ตามสภาวะและตามความสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัย ข้อนี้เป็น องค์ประกอบภายใน และเป็นฝ่ายปัญญา

“ ภิกษุทั้งหลาย เมื่อดวงอาทิตย์อุทัยอยู่ ย่อมมีแสงอรุณขึ้นมาก่อน เป็นบุพนิมิต ฉันใด ความถึงพร้อมด้วยโยนิโสมนสิการ ก็เป็นตัวนำ เป็นบุพนิมิต แห่งการเกิดขึ้นของอารยอัษฎางคิกมรรค แก่ภิกษุ ฉันนั้น ”

“ เราไม่เล็งเห็นองค์ประกอบภายในอื่นแม้สักอย่างเดียว ที่มีประโยชน์มาก สำหรับภิกษุผู้เป็นเสขะเหมือนโยนิโสมนสิการ ภิกษุผู้มีโยนิโสมนสิการ ย่อมกำจัดอกุศลได้ และย่อมยังกุศลให้เกิดขึ้น ”

“ เราไม่เล็งเห็นธรรมอื่น แม้สักข้อหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุให้สัมมาทิฏฐิที่ยังไม่เกิด ก็เกิดขึ้น ที่เกิดขึ้นแล้ว ก็เจริญยิ่งขึ้น เหมือนโยนิโสมนสิการเลย ”

“ เราไม่เล็งเห็นธรรมอื่น แม้สักข้อหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุให้ความสงสัยที่ยังไม่เกิด ก็ไม่เกิดขึ้น ที่เกิดขึ้นแล้ว ก็ถูกขจัดเสียได้ เหมือนโยนิโสมนสิการเลย ”

“ โยนิโสมนสิการ ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่ , เพื่อความดำรงมั่น ไม่เสื่อมสูญ ไม่อันตรธานแห่งสัทธรรม ” ฯลฯ

ปัจจัยให้เกิดสัมมาทิฎฐิ 2

ทางเกิดแห่งแนวความคิดที่ถูกต้อง , ต้นทางของปัญญาและความดีงามทั้งปวง

เสียงจากผู้อื่น การกระตุ้นหรือชักจูงจากภายนอก คือ การรับฟังคำแนะนำสั่งสอน เล่าเรียน หาความรู้ สนทนาซักถาม ฟังคำบอกเล่าชักจูงของผู้อื่น โดยเฉพาะการสดับสัทธรรมจากท่านผู้เป็นกัลยาณมิตร (ปรโตโฆสะ)

การใช้ความคิดถูกวิธี ความรู้จักคิด คิดเป็น คือ ทำในใจโดยแยบคายมองสิ่งทั้งหลายด้วยความคิดพิจารณา รู้จักสืบสาวหาเหตุผล แยกแยะสิ่งนั้นๆ หรือปัญหานั้นๆออก ให้เห็นตามสภาวะและตามสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัย (โยนิโสมนสิการ)

ข้อธรรม 2 อย่างนี้ ได้แก่ ธรรมหมวดที่ 1 และ 2 นั่นเอง แปลอย่างปัจจุบันว่า “ องค์ประกอบของการศึกษา ” หรือ “ บุพภาคของการศึกษา ” โดยเฉพาะข้อที่ 1 ในที่นี้ใช้คำกว้างๆแต่ธรรมที่ต้องการเน้น ก็คือ กัลยาณมิตตตา

ปัจจัยให้เกิดมิจฉาทิฏฐิ

ก็มี 2 อย่าง คือ ปรโตโฆสะ และ อโยนิโสมนสิการ ซึ่งตรงข้ามกับที่กล่าวมานี้

คุณธรรมที่ก่อให้เกิดความเจริญงอกงาม ( วุฒิ หรือวุฑฒิธรรม 4 )

เสวนาสัตบุรุษ , คบหาท่านผู้ทรงธรรมทรงปัญญาเป็นกัลยาณมิตร (สัปปุริสสังเสวะ)
สดับสัทธรรม , ใส่ใจเล่าเรียนฟังอ่านหาความรู้ให้ได้ธรรมที่แท้ ( สัทธัมมัสสวนะ)
ทำใจโดยแยบคาย , รู้จักคิดพิจารณาหาเหตุผลโดยถูกวิธี ( โยนิโสมนสิการ)
ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม , ปฎิบัติธรรมถูกหลัก ให้ธรรมย่อมคล้อยแก่ธรรมใหญ่ สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของธรรมทั้งหลายที่สัมพันธ์กัน , ดำเนินชีวิตถูกต้องตามธรรม ( ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ )

ธรรมหมวดนี้ ในบาลีที่มา เรียกว่า ธรรมที่เป็นไปเพื่อปัญญาวุฒิ (ปัญญาวุฒิธรรม) คือ เพื่อความเจริญงอกงามแห่งปัญญา อย่างไรก็ดี ในการเล่าเรียนธรรมในประเทศไทยที่สืบกันมา ได้รู้จักธรรมหมวดนี้ในชื่อสั้นๆว่า วุฒิ 4 และอธิบายความหมายโดยมุ่งให้คนทั่วไปเข้าใจและนำไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างๆ จึงจะแสดงความหมายแบบง่ายๆ ไว้ด้วยดังนี้

คบหาสัตบุรุษ , เสวนาท่านผู้รู้ผู้ทรงคุณความดี มีความประพฤติชอบด้วย กาย วาจา ใจ (สัปปุริสสังเสวะ)
ฟังสัทธรรม , ตั้งใจฟังคำสั่งสอนของท่าน เอาใจใส่เล่าเรียน ( สัทธัมมัสสวนะ)
ทำในใจโดยแยบคาย , รู้จักคิดพิจารณาให้เห็นเหตุผลคุณโทษในสิ่งที่ได้เล่าเรียนสดับฟังนั้น จับสาระที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ ( โยนิโสมนสิการ)
ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม , นำสิ่งที่ได้เล่าเรียนและตริตรองเห็นแล้วไปใช้ปฎิบัติให้ถูกต้องตามหลัก สอดคล้องกับความมุ่งหมายของหลักการนั้นๆ ( ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ )

คุณสมบัติที่ทำให้เป็นพระโสดาบัน (โสตาปัตติยังคะ 4 องค์คุณเครื่องบรรลุโสดา)

องค์ประกอบของการบรรลุโสดา ,

เสวนาสัตบุรุษ , คบหาท่านผู้ทรงธรรมทรงปัญญาเป็นกัลยาณมิตร (สัปปุริสสังเสวะ)
สดับสัทธรรม , ใส่ใจเล่าเรียนฟังอ่านหาความรู้ให้ได้ธรรมที่แท้ ( สัทธัมมัสสวนะ)
ทำใจโดยแยบคาย , รู้จักคิดพิจารณาหาเหตุผลโดยถูกวิธี ( โยนิโสมนสิการ)
ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม , ปฎิบัติธรรมถูกหลัก ให้ธรรมย่อมคล้อยแก่ธรรมใหญ่ สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของธรรมทั้งหลายที่สัมพันธ์กัน , ปฏิบัติธรรมนั้นๆ ให้สอดคล้องพอดีตามขอบเขตความหมายและวัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับธรรมข้ออื่นๆกลมกลืนกันในหลักใหญ่ที่เป็นระบบทั้งหมด , ดำเนินชีวิตถูกต้องตามธรรม ( ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ )

โสตาปัตติยังคะ 4 หมวดนี้ ตรงกับหลักที่รียกว่า ปัญญาวุฒิธรรม 4 หรือ วุฒิธรรม 4

ธรรม 4 ประการนี้ มิใช่เพียงเป็นโสตาปัตติยังคะ ที่จะให้บรรลุโสดาปัตติผล คือ เป็นพระโสดาบันเท่านั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่า ธรรม 4 ประการนี้ เมื่อเจริญ ปฏิบัติ ทำให้มาก ย่อมเป็นไปเพื่อการบรรลุอริยผลได้ทุกขั้นจนถึงอรหัตตผล

ที่มา : พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ผู้แต่ง พระธรรมปิฎก สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2546 หน้า 58, 69, 138, 193
 

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1109
อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน

Permalink: Re: วุฒิธรรม 4 ประการ คืออะไร ????

ตอบกลับ #2 พฤศจิกายน 30, 2012, 12:04:58 PM 1799 2 | หัวข้อไอดี: 1109 | ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1109

ออฟไลน์ กอล์ฟ ปากน้ำ

  • ผู้ปฏิบัติ
  • ออฟไลน์
  • ความนิยม: +0/-5

  • เพศ: ชาย
  • กระทู้ : 339
  • สตางค์ :
  • แต้มถูกใจ : 0
  • ลำดับสมาชิก : 2



  • เมษายน 01, 2014, 08:49:25 PM


 ;) ;) ;)สาธุครับ และขอบคุณมากครับ พี่น้ำ ตอนนี้สิ่งนี้กำลังเข้ามาครับ


ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.banloktip.com/webboard/index.php?topic=1109
สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีตได้

 

 

ทุกสิ่งสำเร็จที่ใจ" วันนี้เราร้องไห้ เราทุกข์เพราะอดีตทำให้ทุกข์มาเกิดในวันนี้  และวันนี้คืออดีตของพรุ่งนี้ หากไม่เปลี่ยนวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะดีได้อย่างไร เรากินเหล้า เราเที่ยวเตร่ ไม่ดูแลพ่อแม่ ไม่ดำรงในศีลเลยแม้แต่วันพระก็ไม่เว้นทำบาป ชีวิตนี้มันหมดไปวัน ๆ พอตายแล้วก็หาภพภูมิที่ดีไม่ได้ เสียดาย..


Banloktip.com ได้ก่อตั้งขึ้น เพื่ออุทิศให้ คุณพ่อสำเร็จ ทิตาวงศ์