การกรวดน้ำและอธิษฐานส่งบุญ

พฤศจิกายน 4, 2017 เรื่องเล่ากฏแห่งกรรม

*เรื่องราวที่จะเขียนต่อไปนี้เป็นเพียงปัตจัตตังเท่านั้น ขอให้อ่านเพื่อความบันเทิง

.หลาย ๆ คนมักจะสงสัยนะคะว่า ถ้าเรานั้นได้สวดมนต์แล้ว เราจะต้องกรวดน้ำเดี๋ยวนั้นเลยหรือไม่? จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องกรวดแบบมีน้ำ?
เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนนะคะว่า การกรวดน้ำ นั้นเป็นการอุทิศบุญให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว หรือเจ้ากรรมและนายเวร เป็นการกระทำให้เห็นถึงความตั้งใจที่เรามีว่า เรานั้นได้ทำครบสมบูรณ์แล้ว คือได้ทำทานแล้วเราก็แผ่เมตตากรวดน้ำ แต่???บางคนก็สงสัยว่าไม่มีน้ำแล้วจะแผ่บุญกุศลให้กับพวกเขาเหล่านั้นได้หรือไม่

…ตอบ.. ได้คะ จริง ๆแล้วการที่เรานั้นไม่มีน้ำในขณะนั้น

เราก็กรวดน้ำแห้งได้ คำว่า “กรวดน้ำแห้ง” ก็คือการส่งกระแสออกไปด้วยจิตที่เต็มไปด้วยความสุขคะ เราไม่จำเป็นที่จะกรวดน้ำลงพื้นก็ได้คะ “ไม่กรวดน้ำจะได้เหรอ???” ได้เช่นกันคะ การที่นั้นกรวดน้ำให้สังเกตนะคะ คุณตา คุณยายของเรา ท่านกรวดน้ำที่ ลงภาชนะที่ใส่ข้าว ใส่อาหารมาพร้อมด้วย เมื่อน้ำนั้นอยู่ในปิ่นโตที่มีเศษข้าวอยู่ พอกรวดเสร็จก็นำมาเทลงที่ใต้ต้นไม้
การที่มีเศษอาหาร และน้ำนั้นได้เทลงพื้นและต้นไม้ก็จะได้น้ำ ส่วนเศษอาหารที่ติดอยู่พวกนกและสัตว์ต่าง ๆ ก็ได้กินเศษอาหารนั้นด้วย เขาถึงได้เรียกว่า “ได้บุญแบบไม่เสียเลย” ได้ทั้งให้สัตว์ต่าง ๆ ได้กิน และได้ทั้งให้น้ำต้นไม้ เขาถึงนิยมที่จะกรวดแบบมีน้ำกัน มากกว่ากรวดแบบแห้งคะ ส่วนถ้าเรานั้นไม่มีน้ำละได้มั้ย?? ก็ได้เช่นกันคะเหมือนที่แอดมินบอกไว้ตั้งแต่ตอนต้น เพราะการที่เรานั้นมีความสุขในขณะนั้นแล้วระลึกถึงสิ่งต่าง ๆ หน้าของพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย กล่าวถึงเจ้ากรรมและนายเวรในขณะกรวดน้ำแห้ง แต่ในขณะนั้นเรามีอารมณ์ของความปิติสุขอยู่ พวกเขาเหล่านั้นก็ได้เต็ม ๆเช่นกันคะ แต่จะไม่ได้เพิ่มเติมเหมือนพวกกรวดแบบมีน้ำ เพราะเรานั้นไม่มีเศษอาหารและน้ำไปรดต้นไม้นั้นเอง แต่บุญที่ส่งนั้นเหมือนกันคะ

แอดมินมักจะพูดบ่อย ๆ ว่า “ บุญนั้นคือความสุข” เมื่อเรามีความสุขนั้นคือบุญ และความสุขนั้นต้องเป็นความสุขที่ไม่ได้เบียดเบียนใคร และไม่เบียดเบียนในตัวเองคะ ยิ่งมีความสุขมาก ก็ยิ่งมีบุญมากคะ

…ฉะนั้นการกรวดน้ำนั้น ได้ทั้งกรวดแบบมีน้ำและไม่มีน้ำคะ ได้กุศลบุญเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่ การกราดแบบมีน้ำนั้น ผู้ที่กรวดได้ให้น้ำกับต้นไม้ และเศษอาหารให้พวกสัตว์ด้วยคะเพราะหลัก ๆ แล้วการกรวดน้ำแผ่เมตตานั้น ต้องมาจากหัวใจเราคะ ถ้าเรากรวดน้ำแล้วไม่ตั้งจิตเพื่อแผ่เมตตาไป พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่ได้รับสิ่งที่เราส่งให้คะ

…การอธิษฐาน…

หลักการอธิษฐานต่อเนื่องมาจากการกรวดน้ำเลยคะ บางคนยังไม่เข้าใจที่จะแผ่เมตตาว่าเราจะทำอย่างไรได้บ้าง
จึงจับจุดไม่ได้จะว่าแผ่เมตตาแบบไหน และไม่มีสมาธิที่จะส่งกระแสบุญไป ฉะนั้นการที่จิตของเรานั้นมีที่ยึดเอาไว้ ตั่งมั่นเอาไว้ ก็จะง่ายต่อการส่งกระแส เพราะเรานั้นมีสมาธิ สมาธิที่ได้มาจากการที่เรานั้นได้ใช้จิตไปเกาะไว้ที่น้ำที่กำลังกรวด หรืออารมณ์ความสุขที่เรานึกขึ้นได้คะ มันเป็นเหมือนกลอุบายของการจับให้จิตนั้นได้มีสมาธิและมีพละกำลังของสติเพื่อแผ่เมตตาส่งกระแสบุญไปได้อย่างชัดเจนนั้นเองคะ
..คราวนี้ เราจะดึงบุญเก่ามาใช้ได้อย่างไร?..

..เหมือนที่แอดมินพูดไว้ตั้งแต่ต้นว่า “บุญคือความสุข ความสบายใจ” ถ้าเรานั้นนึกถึงอารมณ์ที่มีความสุขในตอนนั้นได้เราก็สามารถที่จะส่งกระแสบุญให้พวกเขาเหล่านั้นได้เช่นกันคะ

…ยกตัวอย่างว่า..
เมื่อ 3 ปี ก่อนเราได้ไปวัดแห่งหนึ่งและได้ทำบุญไป ในตอนนั้นเรามีความสุขมาก สบายใจมาก เมื่อเรานั้นระลึกถึงความสุขในขณะนั้นได้เราก็สามารถนึกถึงหน้าคนที่เราอยากให้เขามีความสุขกับเรา หรือกล่าวให้กับเจ้ากรรมนายเวรของเราในขณะนั้น พวกเขาก็ได้บุญ หรือความสุขจากเราเลยคะ

..บุญเราไม่หายไปเหรอ???..

ไม่หายไปคะยิ่งให้เรายิ่งได้คะ บุญจะหมดเพราะเราเอาบุญไปจ่ายหนี้การกระทำชั่วของเรานั้นเองคะ บุญจะหายหมดหากเรานั้นผิดศีลที่บ่อย ๆ คะบุญจะไม่หมดถ้าเรานั้นให้นะคะ

..พระท่านถึงได้สอนให้เรานั้นฝึกระลึกบุญที่ทำและแผ่เมตตาบ่อย ๆ ให้เคยชิน เมื่อเรานั้นฝึกแผ่เมตตาบ่อย ๆ เราจะจดจำอารมณ์ที่มีความสุขได้โดยไม่ต้องไปนั่งนึกถึงบุญเก่า ๆ หรือพยายามระลึกถึงความสุขที่ผ่าน ๆ มาคะ เมื่อระลึกถึงการแผ่เมตตาเมื่อไหร่ ก็แผ่เมตตาไปได้โดยไม่ต้องตั้งสมาธิแบบนาน ๆ เลยละคะ

sponsored by google

พอจะเข้าใจบ้างหรือเปล่าคะ แอดมินของให้ทุกท่านนั้น มีแต่ความสุขนะคะ เมื่อทุกคนมีความสุข ก็หมายถึงบุญที่ท่าน ๆได้สะสมเอาไว้คะ
อนุโมทนา
แอดมิน เกษา

0 Comments

You can be the first one to leave a comment.

Leave a Comment